จุติใหม่ไปเป็นตัวเอกในนิยาย: ตอนที่ 8 ตอนที่ 8
“ท่านเตรียมชื่อไว้ให้ลูกแล้วหรือยัง” สวี่ซื่อเอ่ยถามพลางจ้องมองเขา
ลู่หย่วนเจ๋อนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
ในขณะที่เขายังอ้ำๆ อึ้งๆ อยู่นั้น เด็กรับใช้ที่ยืนอยู่ด้านหลังก็โพล่งออกมา “นายท่านตื่นเต้นจะตาย ฮูหยินยังจะไม่ทันคลอดเลย นายท่านหมกตัวคิดชื่อให้คุณหนูอยู่ในห้องหนังสือทั้งคืน”
“นายท่านถึงขนาดพลิกดูบทกวีในคัมภีร์ซือจิงเลยนะ”
“ปากมากจริง!” ลู่หย่วนเจ๋อสีหน้าตึงเครียด พลางแผดเสียงตำหนิ
เมื่อเด็กรับใช้เงยหน้าขึ้น ก็เห็นสีหน้าที่มืดหม่นราวกับพายุกำลังจะมาเยือนของนายท่าน เด็กหนุ่มบ่นอุบอิบอยู่ในใจ ก็ข้าเห็นนายท่านคิดหาชื่ออยู่ตั้งสามวันเชียว
ลู่หย่วนเจ๋อเกรงว่าสวี่ซื่อจะตกใจกลัว จึงรีบพูดขึ้นพลางส่ายศีรษะ “ตอนแรกข้าตั้งใจจะทำให้เจ้าตื่นเต้น แต่ดันถูกเจ้าทึ่มนี่เปิดโปงเสียก่อน”
“นางเป็นลูกสาวที่ตระกูลลู่ของพวกเราตั้งตารอคอยเชียวนะ นางเกิดในยามเช้า เช่นนั้นก็ให้ชื่อว่าลู่เจาเจาก็แล้วกัน เจาที่แปลว่ารุ่งอรุณยังไงล่ะ ยังเป็นตัวแทนของความหวังอีกด้วย”
สวี่ซื่อก้มศีรษะลงเล็กน้อย น้ำตาเอ่อคลอเบ้า
เมื่อได้ยินชื่อนี้ นางกำผ้าห่มบนเตียงไว้แน่นจนนิ้วมือซีดขาว
หัวใจของนางเหมือนถูกกดทับจนหายใจไม่ออก
นางเคยไปที่ห้องหนังสือของลู่หย่วนเจ๋อ
ภายในห้อง มีกระดาษสีขาวกองซ้อนกันเป็นปึก บนนั้นล้วนแล้วแต่อัดแน่นไปด้วยชื่อ
ลู่จิ่งเหยา จิ่งคือทิวทัศน์ยอดภูผาอันงดงามดุจสรวงสวรรค์ ส่วนเหยาคือมวลหมู่บุษบาที่กำลังผลิแย้มบานสะพรั่ง แค่ได้ยินก็สัมผัสได้ถึงรูปโฉมที่งดงาม ปัญญาที่เฉียบคม และเสน่หาอันเป็นที่รักใคร่ของผู้คน
ลู่จือยวน จือหมายถึงผู้ที่พรั่งพร้อมไปด้วยปัญญาและมารยาท ยวนนั้นหมายถึงความสดใสมีชีวิตชีวาและความร่าเริง
แต่ละชื่อบรรจงคัดสรรมาเป็นอย่างดี ทั้งยังเปี่ยมล้นความหวังและพรอันประเสริฐ
ส่วนลูกสาวของนาง...
ก็แค่รุ่งอรุณของวันใหม่เท่านั้น
ตอนที่ตั้งชื่อให้ลูกชายทั้งสาม นางก็ไม่ค่อยจะพอใจเท่าใดนัก ยามนี้ นางไม่ต้องการให้ลูกสาวต้องน้อยหน้าอีก
“หรือไม่ก็...” ยังไม่ทันจะพูดจบ นางก็ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วร่าเริงดังขึ้นในหู
[เย้ๆๆ ข้าจาชื่อเจาเจา ข้าชอบชื่อนี้ ท่านแม่ท่านแม่ ข้าจาชื่อลู่เจาเจา...] เจ้าตัวน้อยใช้แรงทั้งหมดเหยียดแขนออกร้องเสียงดังอ้อแอ้
สวี่ซื่อถอนหายใจเบาๆ ก็ได้ ชื่อนี้ก็ได้
“ดูสิ นางดีใจแค่ไหน งั้นก็ชื่อเจาเจาก็แล้วกัน” นางเขี่ยจมูกน้อยๆ ของลูกสาว แต่เจ้าตัวน้อยกลับยื่นมือมาจับนิ้วชี้ของนางไว้
นิ้วเล็กๆ ทั้งห้ายังกำนิ้วชี้ของนางไม่รอบเลย
นางจับนิ้วชี้ของมารดาวางลงบนแก้มนุ่มนิ่ม [ท่านแม่ไม่ร้อง ข้าจะปกป้องท่านแม่เอง...] เจ้าตัวน้อยทำท่าทำทางคุยโว
หยาดน้ำตาเอ่อล้นอยู่ในดวงตาของสวี่ซื่อ
คำพูดนี้ทำให้มุมปากของนางบิดโค้งขึ้น ความอบอุ่นท่วมท้นอยู่ในใจ
“อวิ๋นเหนียง ช่วงนี้เจ้าคงต้องเหนื่อยหน่อย ราชสำนักมีเรื่องวุ่นมากมาย เดือนนี้ข้าคงยุ่งน่าดู” ลู่หย่วนเจ๋อพูดด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด ทุกครั้งที่เขาแสดงท่าทีแบบนี้ สวี่ซื่อก็จะเกลี้ยกล่อมให้เขาเห็นแก่ส่วนรวมก่อน
แต่หารู้ไม่ว่าเขาใช้เวลาทั้งหมดไปกับอนุนอกเรือน
จิตใจที่งดงามของนางกลายเป็นคมดาบที่ย้อนมาเชือดเฉือนตัวเอง
“สามีภรรยาก็เหมือนคนคนเดียวกัน ข้าจะตำหนิท่านได้อย่างไร จะสงสารก็แต่เจาเจาของเรา” สวี่ซื่อลูบเด็กน้อยด้วยสีหน้าเศร้าสลด
ลู่หย่วนเจ๋อเหลือบมองทารกน้อยเจาเจา
เขาเองก็อดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบ
จะว่าไป ลู่เจาเจาและลู่จิ่งเหยาคลอดออกมาเมื่อวานนี้เหมือนกัน
จิ่งเหยาตัวแดงแจ๋ ผิวยับย่น อาจจะเพราะร่างกายยังไม่พัฒนาเต็มที่ แม้แต่เสียงร้องไห้ยังไม่ต่างกับลูกแมวน้อย
ส่วนลู่เจาเจานั้นอวบอ้วน ผิวขาวเหมือนหิมะ แม้แต่คิ้วและขนตาก็ยาวและเป็นแพหนา