จุติใหม่ไปเป็นตัวเอกในนิยาย: ตอนที่ 4 ตอนที่ 4
“ฮูหยิน เป็นอะไรไปเจ้าคะ รู้สึกหนาวหรือเปล่า ทำไมถึงสั่นไปทั้งตัว” เติงจือมองไปรอบๆ หน้าต่างและประตูก็ปิดสนิทไร้ช่องให้ลมผ่าน
ริมฝีปากของสวี่ซื่อสั่นเทา แต่นางทำได้เพียงพยายามสงบสติอารมณ์ “เรียกให้แม่นมเข้ามาให้นมเจาเจาที”
นางได้เตรียมแม่นมไว้ล่วงหน้าแล้วถึงสามคน
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องประหลาดใจก็คือ เด็กน้อยลืมตาขึ้นมองแล้วก็อาเจียนออกมา
ทั้งแหวะนม ทั้งไอค่อกแค่ก
แม่นมทั้งหลายตกใจจนเข่าอ่อนคุกเข่าลงกับพื้น
“ฮูหยิน ไม่รู้ทำไมคุณหนูน้อยถึงไม่ยอมกินนมของบ่าวเลย” แม่นมร้อนรนจนหน้าผากมีเม็ดเหงื่อผุดซึมออกมาแล้ว
นางไม่เพียงปฏิเสธการกินนมเท่านั้น กระทั่งนมที่เผลอกลืนเข้าไป ก็ยังแหวะออกมา
[ฮือๆๆ...]
[แค่กๆ... นมแพะ นมแพะ ข้าไม่เอานมคน...] ลู่เจาเจาร้องไห้จ้า แต่ไม่มีน้ำตาสักหยด
สวี่ซื่อลองดู “ลองให้นมแพะนางดูซิ” ในจวนมักจะเตรียมนมแพะไว้อยู่เสมอ หลังจากดับกลิ่นคาวแล้ว รสชาติก็ไม่เลวเลยทีเดียว
เติงจือรีบสั่งการให้คนไปเอามา
ไม่นานนัก ทารกน้อยก็ถูกอุ้มไปที่ห้องข้างๆ
สาวใช้กลับมารายงานว่า “คุณหนูน้อยดื่มนมไปสิบกว่าช้อนเลย กินไปสัปหงกไป ตอนนี้หลับปุ๋ยไปแล้วเจ้าค่ะ”
สวี่ซื่อถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ทารกน้อยถูกอุ้มกลับมาที่ห้องนอนของนางอีกครั้ง นางไม่กล้าปล่อยให้คลาดสายตาอีก
ลู่เจาเจาอ้าปากหาวหวอด
นางในยามนี้ยังเป็นทารกน้อย แล้วก็เพิ่งจะผ่านเรื่องเลวร้ายมา
นางยังเป็นเด็กทารก ทั้งยังเพิ่งจะผ่านเรื่องเลวร้ายมา ในขณะนี้นางอ่อนเพลียอย่างที่สุดแล้ว
นางงึมงำอยู่สองคำ พลางเป่าฟองน้ำลายออกมา ก่อนจะนอนหลับปุ๋ยไป
“เติงจือ เจ้าเป็นคนเดียวที่ข้าไว้ใจ เจ้าเท่านั้น” สวี่ซื่อนั่งอยู่หน้าเตียง สีหน้าไม่สู้ดีนัก
นางไม่กล้าสงสัยสามีของนาง
แต่เสียงในใจของลูกสาวในวันนี้ปลุกเร้าความกล้าของนาง
“ฮูหยิน เกิดอะไรขึ้น” เติงจือเอ่ยถามด้วยความกังวล นางคือสาวใช้ที่ติดตามสวี่ซื่อมาจากตระกูลสวี่ จึงค่อนข้างสนิทกันเป็นพิเศษ
“เจ้าหาคนที่เชื่อใจได้สักสองคนไปที่ตรอกชิงอวี่...” สวี่ซื่อพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“ไปที่ตรอกชิงอวี่...ลองสืบดูสิว่า...นายท่าน...อยู่ที่นั่นหรือเปล่า” กว่าจะจบประโยค เรี่ยวแรงของสวี่ซื่อแทบจะเหือดหายไปหมด
เติงจือใจเต้นรัว
นางเปิดประตูมองซ้ายมองขวา แล้วเอ่ยขึ้นว่า "เจวี๋ยซย่า อิ้งเสวี่ย พวกเจ้าเฝ้าประตูให้ดี ห้ามใครเข้ามาใกล้เกินกว่าสามก้าวเด็ดขาด”
พวกนางล้วนเป็นสาวใช้ที่ติดตามมาจากบ้านตระกูลสวี่ ทั้งสัญญาขายตัวและพ่อแม่ต่างอยู่ในมือของสวี่ซื่อ
“ได้”
เติงจือรีบปิดประตู ก่อนจะจ้ำอ้าวเข้าไปหาฮูหยิน “ฮูหยิน ทำไมถึงได้สงสัยนายท่านได้ หรือจะมีอะไรไม่ชอบมาพากล” เติงจือรู้สึกกังวล
หลายปีมานี้ ฮูหยินได้ทุ่มเทจิตใจทั้งหมดให้กับตระกูลลู่ ไม่ว่าจะเรื่องใด ต้องคิดถึงนายท่านและตระกูลลู่ก่อนเสมอ
พูดได้เลยว่านายท่านคืออีกครึ่งชีวิตของนาง
สวี่ซื่อส่ายศีรษะช้าๆ “อย่างกระโตกกระตากไป อย่าให้ใครจับได้” สวี่ซื่อกำชายเสื้อแน่น ความกังวลใจทับถมอยู่ในก้นบึ้งของดวงตา
“ฮูหยินวางใจได้ บ่าวจะปลอมตัวไปเอง” เติงจือรู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก นางกำชับให้สาวใช้เข้ามาปรนิบัติฮูหยิน ก่อนที่ตัวเองจะรีบร้อนออกไป
สวี่ซื่อนั่งรอจนถึงพลบค่ำ แต่ก็ไร้วี่แววของลู่หย่วนเจ๋อ
หัวใจของนางหนาวเหน็บขึ้นเรื่อยๆ
“ท่านแม่...ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้ว ท่านแม่ น้องสาวข้าอยู่ไหน” เสียงโหวกเหวกโวยวายดังมาจากด้านนอก เด็กชายตัวน้อยคนหนึ่งพุ่งผ่านประตูเข้ามาราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่