จุติใหม่ไปเป็นตัวเอกในนิยาย: ตอนที่ 2 ตอนที่ 2
นางหูฝาดไปหรือ
ในนี้จะมีเสียงเด็กได้อย่างไร
แต่ทันใดนั้น สายตาของนางก็จ้องมองไปที่ทารกคนเดียวในห้อง
[ท่านแม่จ๋า ข้ายังไม่ตาย แต่ก็ใกล้แล้ว...] อีกแค่ก้าวเดียว ลู่เจาเจาก็จะถูกอุ้มออกไปข้างนอก
“ช้าก่อน!” มารดาในโลกใบใหม่ของนางอ้าปากพูดขึ้นทันที
“อุ้มทารกมาให้ข้าดูหน่อยสิ” สวี่ซื่อผุดนั่งตัวตรง พลางเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางที่น่าเกรงขาม กระทั่งน้ำตาบนใบหน้า นางยังไม่มีเวลาเช็ดด้วยซ้ำ
มามาและหมอตำแยต่างมองหน้ากัน ตัวสั่นเทา
“ฮูหยิน ศพทารกไม่เป็นมงคลนะเจ้าคะ นั่นจะนำพาความโชคร้ายมาให้ฮูหยิน” คนทั้งสองคุกเข่าลงกับพื้น
“เติงจือ รีบไปอุ้มเด็กมา เร็วเข้า!” สวี่ซื่อรู้สึกเพียงหัวใจที่กำลังสั่นรัว นางรู้สึกว่าจิตใจไม่สงบ ราวกับกำลังจะสูญเสียอะไรบางอย่างไป
นางผุดลงจากเตียงด้วยความร้อนใจ
แต่ทั่วสรรพางค์กายของนางไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ทันทีที่เท้าสัมผัสพื้นก็เกือบจะล้มลง
เติงจือสาวใช้คนสนิทรีบเข้าไปอุ้มทารก “ฮูหยิน รีบนอนลงก่อนเถิด บ่าวจะไปอุ้มมาให้เอง! ท่านเพิ่งจะรอดจากเงื้อมือมัจจุราชมาหยกๆ อย่าเพิ่งขยับเลยเจ้าค่ะ”
นางอุ้มทารกไว้ในอ้อมแขน แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของเด็กน้อย ก็สั่นสะท้านขึ้นมาทันที
เมื่อก้มลงมอง ก็เห็นใบหน้าของคุณหนูน้อยกลายเป็นสีม่วงคล้ำ กระทั่งลำคอก็เช่นกัน แต่ที่โดดเด่นกว่า คือรอยนิ้วมือทั้งห้า
“ฮูหยิน!!”
“คุณหนูน้อยยังไม่ตายเจ้าค่ะ!”
เติงจือกรีดร้องพลางรีบอุ้มคุณหนูน้อยมาให้สวี่ซื่อ
เมื่อสวี่ซื่อก้มหน้าลง นางเห็นบุตรสาวจ้องมองนางทั้งน้ำตา
บรรพชนของโลกแห่งการบำเพ็ญฌาณกำลังร้องไห้และไอในเวลาเดียวกัน
[ชีวิตช่างอาภัพ... ฮือๆๆ อาภัพเหลือเกิน เกิดมาก็ถูกบีบคอ... แค่กๆ] เจ้าตัวเล็กเริ่มไอออกมา
แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่การถูกบีบคอ
แต่เป็นการถูกฆ่าล้างตระกูลต่างหาก!
แม้ตอนนี้จะรอดชีวิตมาได้ แต่ช้าหรือเร็วก็ต้องตายอยู่ดี!
มีดดาบเล่มใหญ่เตรียมพร้อมจะเฉือนคอคนทั้งตระกูลของนาง
เฮ้อ! ชีวิตขมขื่นยิ่งกว่าบอระเพ็ดเสียอีก!
อาจจะเป็นเพราะนางได้เกิดใหม่อีกครั้ง จิตใจของนางจึงค่อยๆ กลับคืนสู่รากเหง้า บริสุทธิ์ไร้เดียงสาเหมือนเด็กทารกจริงๆ
สองมือของสวี่ซื่อสั่นเทา ร่างกายแข็งค้าง รู้สึกตื่นตระหนกและหวาดกลัว
“ชั่วช้า กล้าดียังไงถึงได้กล้าลงมือกับเด็กทารก!” แม้สวี่ซื่อจะอ่อนแรงมาก แต่ในยามนี้ นางอดไม่ได้ที่จะยกขาขึ้นถีบเข้าไปกลางใจของมามา
“ลากออกไป สอบปากคำ สอบให้ดีๆ ล่ะ!”
“คุณหนูน้อยของพวกเราเพิ่งลืมตาดูโลก ก็ต้องมาประสบเคราะห์กรรมเช่นนี้แล้ว เราต้องสอบปากคำให้รู้ว่าใครเป็นคนส่งพวกนางมา ฮูหยินของเราไม่เคยสร้างศัตรูกับผู้ใด ทำไมถึงลงมือได้เหี้ยมโหดแบบนี้!” เติงจือโกรธมากจนสั่นไปทั้งตัว อีกนิดเดียว คุณหนูน้อยของนางก็เกือบจะถูกบีบคอตายทั้งเป็นแล้ว
แค่คิดก็รู้สึกสะท้านไปทั้งตัว!
คนทั้งสองถูกลากออกไปในขณะที่กำลังร้องไห้โอดครวญ
สวี่ซื่อก้มหน้าลงมองบุตรสาวในอ้อมแขน นางให้กำเนิดลูกมาแล้วสามคน ไม่มีคนไหนผิวขาวละเอียดเท่าทารกในอ้อมแขนนี้เลย
ดวงตากลมโตแวววับ เมื่อเห็นตนกำลังจ้องมองนาง นางยังอุตส่าห์อ้าปากที่ไม่มีฟัน แย้มยิ้มยิงเหงือกออกมาจนตาหยี
บุตรีของนาง เกือบถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตาตัวเองแล้ว
[ท่านแม่ ท่านแม่จ๋วยจัง จ๋วยจริงๆ... ท่านแม่กอดๆ]
เสียงที่นางได้ยิน นางกำลังหูฝาดใช่ไหม
เสียงนั้นขาดๆ หายๆ ฟังดูไม่ชัดเจน ทั้งยังอู้อี้
บางคราก็ได้ยิน บางคราก็ไม่
นางลองสังเกตสีหน้าของสาวใช้ แต่ดูเหมือนจะมีเพียงนางที่ได้ยิน
[โชคดีที่ท่านแม่ช่วยข้าไว้ ไม่อย่างนั้นท่านแม่จะต้องเลี้ยงดูลูกของศัตรูแล้ว จากนั้นก็ถูกนางคนนั้นทำให้เสียใจจนตาย...] ลู่เจาเจาเป่าฟองน้ำลายออกมา