ตำนานเทพกู้จักรวาล: Chapter0056 ตอนที่ 56
ตอนที่ 56 แทง
ปรมาจารย์เยาว์ทำสีหน้าประหลาด ปราณชีวิตของฉินมู่ซึ่งหนาเท่าท่อนแขน ยังเรียกว่าเส้นด้ายปราณชีวิตอยู่อีกหรือ
มีเส้นด้ายปราณชีวิตที่หนาขนาดนี้ด้วยหรือ
มีเส้นด้ายปราณชีวิตที่ทรงพลังขนาดนี้ด้วยหรือ
และมันคืออะไรกะคำพูดที่ว่า ‘ข้ารู้สึกว่าปราณชีวิตของข้ายังไม่แข็งแกร่งพอ’ อะไรนะ! เขาเองก็ยังไม่เคยจะพบเห็นพลังวัตรปราณชีวิตที่เข้มข้นขนาดนี้มาก่อนในขั้นทารกวิญญาณ!
หนุ่มน้อยแห่งหมู่บ้านพิการชราสามารถใช้กระบี่แทงทะลุเสาไม้ที่หนาเท่าถังน้ำได้ในสวบเดียว เขายังแทงทะลุก้อนหินที่หนาสองวาได้อีกด้วย พลังที่บรรจุไว้ในเส้นด้ายปราณชีวิตของเขาเหนือล้ำมือกระบี่ในขั้นทารกวิญญาณทั่วหล้าตั้งไม่รู้กี่เท่า!
ผู้ใหญ่บ้านอมยิ้มแล้วกล่าวแนะนำฉินมู่ “ถูกต้องแล้ว เจ้ายังไม่บรรลุความเชี่ยวชาญในท่วงท่าที่พื้นฐานที่สุดในเพลงกระบี่ซึ่งก็คือ การแทง จะเป็นอย่างไรล่ะถ้าเจ้าสามารถรวมรวบกำลังทั้งหมดเข้าไปในการแทงของเจ้า จะเป็นอย่างไรล่ะหากว่าเจ้าสามารถปลดปล่อยพลังทั้งหมดที่เจ้ามีได้”
ฉินมู่ฟังแล้วยากจะเชื่อ เขาส่ายศีรษะ “ใช้ปราณคุมกระบี่บิน ใช้เส้นด้ายปราณวิญญาณบังคับกระบี่ แต่ว่าเส้นด้ายปราณชีวิตนั้นอ่อนนิ่มเกินไปจริงๆ นะ มันจะใช้ปลดปล่อยพลังทั้งหมดของข้าได้อย่างไร”
“เป็นไปได้สิ”
ผู้ใหญ่บ้านกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ “คิดเสียว่ากระบี่เป็นส่วนหนึ่งของตัวเจ้า เหมือนกับมือของเจ้า คราวนี้ลองยกมือของเจ้าขึ้นมา แล้วจินตนาการว่ากำลังถือกระบี่ไว้ในมือ นิ้วชี้และนิ้วกลางแตะที่ใบกระบี่ แทงมือของเจ้าออกไป แล้วใบกระบี่ก็จะตามไปด้วย!”
“ให้คิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของตัวข้า?”
ฉินมู่กล่าวทวนอย่างงุนงง ปราณชีวิตท่อนเท่าแขนของเขากวาดกุมกระบี่บินอีกครั้ง คราวนี้ด้วยแขนขวาของเขากุมถืออากาศธาตุ นิ้วโป้งแตะนิ้วนาง ขณะที่นิ้วกลางและนิ้วชี้ชี้ไปข้างหน้าเหมือนกับกำลังแตะใบกระบี่อยู่
ฉินมู่ขยับมือแทงไปข้างหน้า และได้ยินเสียงหวีดหวือของกระบี่ ปราณชีวิตเขานำพากระบี่พุ่งแทงไป ทะลวงแหวกอากาศและปลดปล่อยเสียงหวีดแหลมบาดหู!
เขาทั้งประหลาดใจและดีใจ เมื่อกี้ที่เขาใช้ปราณคุมกระบี่บิน พลังที่บรรจุไว้ในกระบี่นับได้ว่าเกือบเทียบเท่ากับหนึ่งในสิบของพละกำลังทั้งหมดของเขา ซึ่งนั่นทำให้เขารู้สึกว่าพลังของกระบี่นั้นร้ายกาจขึ้นหลายเท่า!
ปรมาจารย์เยาว์ยิ้มแล้วกล่าวขึ้นมา “นี่เรียกว่าเคล็ดลับกุมกระบี่ เป็นหนึ่งในเคล็ดลับแรกเริ่มสำหรับผู้ฝึกกระบี่ เมื่อครู่ที่เจ้าแทงทะลุหินภูเขาได้โดยไม่ต้องใช้เคล็ดลับกระบี่ ดูท่าว่าปราณชีวิตของเจ้าต้องหนาแน่นกว่าข้าในครั้งกระโน้น!”
ผู้ใหญ่บ้านส่ายหน้า “แต่เท่านี้ก็ยังไม่พอ แค่ใช้เคล็ดลับกุมกระบี่จะเอาชนะยอดฝีมือที่เดินบนมรรคากระบี่มาแล้วหลายสิบปีได้อย่างไร มู่เอ๋อ ปล่อยปราณชีวิตของเจ้าออกจากฝ่ามือ แล้วลองแทงอีกครั้ง”
ฉินมู่ทำตามที่เขาบอก และม้วนพันปราณชีวิตของเขาจากฝ่ามือไปยังกระบี่บิน เมื่อปลุกพลังปราณชีวิตตั้งท่าเหมาะดี เขาก็แทงไปข้างหน้าอีกครั้ง
วิ้ว!
กระบี่ของเขาแทงฝ่าอากาศ และสร้างลมหมุนรุนแรงที่มีเสียงหวีดหวือของกระบี่ภายในนั้น!
ปรมาจารย์เยาว์หางตากระตุก เมื่อเขาพบว่าพลังในการแทงของฉินมู่เพื่มขึ้นอย่างน้อยก็สิบเปอร์เซ็นต์ ถือว่าเก่งกล้าสามารถที่ฉินมู่จะมีความรุดหน้าอย่างมหัศจรรย์เพียงได้รับคำชี้แนะสองสามคำจากผู้เฒ่าพิการ!
ผู้ใหญ่บ้านตะโกน “ปราณชีวิตเขาไม่ได้ใช้พันไว้รอบๆ กระบี่ มันต้องฝังอยู่ในกระบี่ กระบี่เป็นส่วนหนึ่งของตัวเจ้า ปราณชีวิตก็เช่นกัน! ลองอีกครั้ง!”
ปราณชีวิตของฉินมู่ฝังเข้าไปในกระบี่ และผสานเป็นหนึ่งเดียวกับมัน ทำให้เขารู้สึกทันทีว่าเหมือนกับมีแขนงอกเงยขึ้นมาอีกข้าง
ด้วยการแทงครั้งนี้ เขารู้สึกว่าพละกำลังของเขาเหมือนกับน้ำท่วมที่พบเจอท่อระบาย กว่าเจ็ดสิบแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของพละกำลังของเขาสามารถเข้าไปรวบรวมไว้ในกระบี่ได้!
ในหมู่บ้าน ลมหวีดเสียงดังบาดหูเมื่อกองไม้ที่คนแล่เนื้อชอบขึ้นไปตั้งตัวอยู่บนนั้นถูกผ่าออกเป็นสองเสี่ยง
ฉินมู่มองตะลึง กระบี่เขายังไม่ได้สัมผัสกับกองไม้ด้วยซ้ำ! มันคือลมกระบี่ที่ผ่ากองไม้นั้นเป็นสองแล่ง!
ปรมาจารย์เยาว์อุทานด้วยความทึ่ง ด้วยคำสองคำจากเฒ่าไร้แขนขา เขาก็สามารถขุดค้นศักยภาพของฉินมู่ขึ้นมาได้ เฒ่าพิการผู้นี้นับว่ามีความสำเร็จสูงล้ำในด้านวิชากระบี่
“ก็ยังไม่พออยู่ดี”
ผู้ใหญ่บ้านกล่าวต่อ “พละกำลังของเจ้าไม่ได้ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มพิกัด พลังกายของเจ้าอาจจะถูกใช้บนกระบี่ แต่ทารกวิญญาณของเจ้าล่ะ? ไหนล่ะพลังทารกวิญญาณ ให้ทารกวิญญาณถือกระบี่ด้วย! แทงอีกที!”
ฉินมู่รวบรวมสมาธิ ในสมบัติเทวะทารกวิญญาณของเขา ทารกวิญญาณในนั้นเคลื่อนไหวตามท่วงท่าของเขา และแทงนิ้วไปข้างหน้า
“ยังดีไม่พอ! ไหนล่ะเคล็ดลับหัวใจหนึ่งยาอมตะ เคล็ดลับยาอมตะไม่เพียงแต่ให้เจ้าหลอมปรุงหัวใจยาอมตะ แต่ต้องฝังหัวใจยาอมตะนั้นลงไปในกระบี่! ฝังลงไปในกระบี่เดี๋ยวนี้!”
“ก็ยังไม่พอ เอาใหม่! ฝังหัวใจยาอมตะลงไปในกระบี่ของเจ้า นั่นคือใจความสำคัญของเคล็ดลับหัวใจหนึ่งยาอมตะ!”
“ขาที่เหยียบพสุธาคือรากเหง้าของพละกำลัง ใช้วิชาขาที่เฒ่าเป๋สอนเจ้าเพื่อหยิบยืมพละกำลังจากผืนแผ่นดิน!”
“ไหนล่ะตาของเจ้า ไหนเนตรสวรรค์ที่เฒ่าบอดสอนเจ้า ให้กระบี่เจ้างอกเงยดวงตาด้วยสิ!”
“หมัดที่เจ้าเรียนจากเฒ่าหม่า ฝึกปรือกล้ามเนื้อให้เหมือนมังกร เจ้าก็ได้เห็นมังกรเลือดบริสุทธิ์มาแล้วนี่ แล้วทำไมกระบี่เจ้าไม่มีความยิ่งใหญ่เกรียงไกรของมังกร และพลังทำลายล้างของหมัดเฒ่าหม่า”
ฉินมู่ฝึกการแทงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านยกระดับมาตรฐานเขาสูงขึ้นสูงขึ้น ตอนแรกเขาก็แค่คาดหมายให้ฉินมู่ปรับเปลี่ยนพลังกายของตน ต่อมาเขาก็ให้ฉินมู่ปรับเปลี่ยนพลังปราณชีวิต ตามมาด้วยพลังของทารกวิญญาณ และตามมาด้วยการเคี่ยวรวมวิชาหมัดของเฒ่าหม่า วิชาขาของเฒ่าเป๋เข้าไปในวิชากระบี่ เพิ่มความยากเย็นเข็ญใจเข้าไปอีก
ในระยะเวลาสั้นๆ เขาต้องแทงกระบี่มากมายจนนับไม่ถูก แต่ถึงยังไง ผู้ใหญ่บ้านก็ไม่พอใจเสียที และให้เขาฝึกต่อไป
ท่านยายซี เฒ่าเป๋ และคนอื่นๆ มองไปที่ฉินมู่ซึ่งกำลังฝึกกระบี่ด้วยสีหน้าอึ้งตะลึงลาน ทุกครั้งที่กระบี่แทงไปข้างหน้า มันจะมีเสียงหวีดหวือตามมาด้วยลมหมุนรุนแรงหอบหนึ่งที่พัดซัดมาทั้งสองข้างทางกระบี่ ทำเอาธงหน้าร้านนักปรุงยา ช่างตีเหล็ก และคนแล่เนื้อ ปลิวสะบัดจนแทบหลุดจากไม้แขวน
ทุกการแทงที่เขาแทงออกไป รอยกระบี่ก็ปรากฎบนพื้นเพิ่มอีกหนึ่งรอย นั่นคือผลลัพธ์อันเกิดจากลมกระบี่ที่เฉียดผ่านพื้น!
ท่านยายซีแทบไม่เชื่อสายตาและพึมพำ “ในระยะเวลาแค่นี้ ผู้ใหญ่บ้านสามารถฝึกมู่เอ๋อให้กลายเป็นยอดมือกระบี่ได้ นี่มัน...”
ผู้ใหญ่บ้านส่ายหน้า กล่าวตอบไป “ข้าไม่ได้สอนเพลงกระบี่ให้เขาแม้แต่น้อย ข้าเพียงแค่ช่วยเขาจัดระเบียบพละกำลังที่เขามี และปะติดปะต่อทุกๆ สิ่งที่พวกเจ้าถ่ายทอดให้เขา ตอนนี้เขาเพียงแค่เรียนพื้นฐานของท่วงท่าการแทง และยังคงต้องฝึกอีกยาวหากว่าจะบรรลุความชำนาญในการแทงอย่างแท้จริง นอกจากนั้นยังมีการฟัน การวาด การป้องกัน การสะบัด การจิ้ม การแย็บ การขัด การยก และอื่นๆ ในท่วงท่าพื้นฐานของเพลงกระบี่ ต่อเมื่อเขาบรรลุความชำนาญในกระบวนท่าพื้นฐานเหล่านี้ เขาถึงจะนับได้ว่าก้าวเท้าเข้าสู่สำนัก และมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเรียนเพลงกระบี่ เอาล่ะทีนี้ มู่เอ๋อ เจ้าลองแทงมีดเชือดหมูของเจ้า!”
เมื่อเขากล่าวจบคำ ฉินมู่ก็โยนมีดเชือดหมูขึ้นไปบนอากาศ แล้วคุมกระบี่ของตนให้บินไปแทงมันด้วยความไวปานสายฟ้า!
เคร้ง!
กระบี่คมกล้าแทงเข้าใส่มีดเชือดหมูและทะลวงผ่านมีดล้ำค่าอันหลอมตีขึ้นจากเหล็กผลึกเหมันต์นี้
มีดเชือดหมูร่วงลงสู่พื้น พร้อมกับกระบี่คมเล่มนั้น ฉินมู่ตาค้างไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะสาวเท้าไปข้างหน้าดูสิ่งที่เกิดขึ้นใกล้ๆ เขาไม่อยากจะเชื่อว่าเขาสามารถมีความรุดหน้าขนาดนี้ได้ในระยะเวลาอันสั้น
การแทง ท่วงท่าพื้นฐานของเพลงกระบี่สามารถมีพลังได้ถึงขนาดนี้!
ผู้ใหญ่บ้านก็สะดุ้งใจ เขาเองก็ไม่ได้คาดหมายว่าฉินมู่จะบรรลุความชำนาญขั้นต้นในการแทงได้รวดเร็วปานนี้ “มู่เอ๋อ เจ้าไปเจอกับหัวหน้าโถงกระบี่ได้แล้วล่ะ”
“ช้าก่อน!”
ปรมาจารย์เยาว์ซึ่งนั่งอยู่เบื้องหน้ารีบตวัดมือ ท่อนไม้ก็พลันลอยออกมาจากป่า เขาชี้นิ้วใส่ท่อนไม้ที่ลอยกลางอากาศและสลักเสลาท่อนไม้นั้นจนเป็นกระบี่ไม้ ที่ยาวประมาณวาครึ่งแล้วส่งให้แก่ฉินมู่ “ใช้กระบี่ไม้นี้สู้กับเขา อย่าใช้กระบี่จริง”
ฉินมู่รับกระบี่ไม้มาแล้วหันไปมองท่านยายซีอย่างงงๆ ท่านยายซีอธิบาย “หัวหน้าโถงกระบี่ได้ผนึกสมบัติเทวะอื่นๆ ของตนไว้ทั้งหมด เหลือแต่สมบัติเทวะทารกวิญญาณ หากเจ้าใช้กระบี่จริงสู้กับเขา เจ้าจะแทงเขาตายเอาได้ ตอนนี้ไปได้ล่ะ”
ฉินมู่คิดอยู่นิดหนึ่ง แล้วจึงวางถุงกระบี่และกระบี่ผู้พิทักษ์เยาว์ของเขาไว้ที่ประตูหมู่บ้าน ด้วยกระบี่ไม้ที่สะพายไว้ข้างหลัง เขาเดินกลับไปยังบ้านไม้หลังเดิมที่หมู่บ้านข้างๆ เพื่อพบกับหัวหน้าโถงกระบี่
หัวหน้าโถงกระบี่ยังคงนั่งอยู่ที่ม้าเตี้ย และมือของเขาก็ยังวางอยู่บนกล่องกระบี่ ด้วยสายตาทะลุทะลวง เขากล่าวถาม “เจ้าไปเรียนเพลงกระบี่จากมือกระบี่อันดับหนึ่งในโลกหล้ามาแล้วหรือ ลองใช้กระบวนท่าที่เจ้าเรียนโจมตีข้าซิ! ข้าอยากรู้ว่าใครมันโอหังอวดดีขนาดที่กล่าวอ้างว่าตนเองคืออันดับหนึ่ง!”
ฉินมู่สั่นศีรษะ “ข้าไม่ได้เรียนเพลงกระบี่ใดๆ ผู้ใหญ่บ้านสอนข้าแค่ท่วงท่าพื้นฐานเดียว”
หัวหน้าโถงกระบี่ขมวดคิ้ว แล้วกล่าวอย่างเย็นชา “ข้าจะให้เวลาเจ้าอีก กลับไปเรียนอีกครั้ง กลับมาสู้กับข้าก็ต่อเมื่อเจ้าเรียนเพลงกระบี่สักกระบวนท่าแล้ว!”
ฉินมู่กล่าวอย่างขัดเขิน “ปรมาจารย์ลัทธิมารของเจ้าบอกให้ข้ามาสู้กับเจ้าด้วยกระบี่ไม้แทนที่จะใช้กระบี่จริง เผื่อว่าการแทงกระบี่ของข้าจะทำให้บาดเจ็บล้มตาย...”
“เหลวไหล!”
อากาศรอบร่างของหัวหน้าโถงกระบี่ระเบิดปะทุ รอบข้างกายเขาเต็มไปด้วยบรรยากาศอันแหลมคม มีเสียงเสียดสีของโลหะดังผสมผสานกับเสียงกระบี่จำนวนนับไม่ถ้วนกระทบกันไปมา
กลิ่นคาวของโลหะและเลือดปนเปกันในนั้น ใครจะรู้ได้ว่ามีกี่ชีวิตที่ตกตายภายใต้น้ำมือเขาจึงสามารถมีบรรยากาศฆ่าฟันที่รุนแรงขนาดนี้!
กล่องกระบี่ของเขาปลดล็อก และเปิดออกโดยอัตโนมัติ ปลดปล่อยกระบี่บินทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ข้างใน กระบี่เขานั้นส่งเสียงหึ่งๆ เต็มไปหมด เมื่อมันโลดแล่นออกมาด้วยความร่าเริงยินดี
เขาและกระบี่มีจิตใจอารมณ์เป็นหนึ่งเดียว เมื่อเขาสุขใจ กระบี่ก็เริงร่า เมื่อเขาโกรธเกรี้ยว กระบี่ก็โกรธกริ้ว เมื่อเขาต้องการเหินเหาะ กระบี่ก็พาร่างเขาขึ้นไปบนท้องฟ้า และเมื่อเขามีจิตคิดสังหาร กระบี่เขาก็จะทะยานออกไปฆ่าฟัน
เขาคือหัวหน้าโถงกระบี่ คนคลั่งกระบี่!
บัดนี้ เขามีจิตคิดสังหาร กระบี่ในกล่องจึงพวยพุ่งออกมาและทำให้ห้องนั้นเต็มไปด้วยแสงกระบี่ภายในเสี้ยววินาที!
โดยไม่ต้องคิด ฉินมู่ใช้ปราณคุมกระบี่บินของเขา และแทงไปเบื้องหน้าด้วยเคล็ดลับกุมกระบี่!
แสงกระบี่ที่ออกมาจากกล่องกระบี่พลันพวยพุ่งไปเบื้องหน้า และด้วยเสียงเคร้งเบาๆ แสงกระบี่เหล่านั้นก็แตกทำลายเป็นจุล!
ตู้ม!
หัวหน้าโถงกระบี่กระเด็นทะลุฝาผนังเบื้องหลังเขาในพริบตา ลอยลิ่วไปพังปะทะเรือนไม้อีกหลังฝั่งตรงข้าม บนอกเขาปักไว้ด้วยกระบี่ไม้
ฉินมู่กระโดดโหยงด้วยความตกใจ เขารีบดึงกระบี่กลับ และถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อพบว่าที่ปลายประบี่มีเพียงเลือดไม่กี่หยดเท่านั้น มันมิได้แทงทะลุร่างของหัวหน้าโถงกระบี่
ที่เรือนไม้ฝั่งตรงข้าม ร่างของหัวหน้าโถงกระบี่ไถลลงจากผนังที่เขาลอยไปปะทะ เขาร่วงลงมาจากบนนั้นเร็วขึ้นๆ จนกระทั่งกระแทกก้นจ้ำเบ้ากับพื้น สายตาเขาแข็งทื่อ ดูเหมือนว่าจะยังไม่ได้สติความคิด
“เจ้าเป็นอะไรไหม” ฉินมู่โบกมือไปมาตรงหน้าเขา
หัวหน้าโถงกระบี่ส่ายศีรษะทั้งที่ยังไม่ฟื้นจากภวังค์ ร่างกายเขาไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากมาย แต่ที่ถูกบดขยี้จนแหลกละเอียด คือจิตฮึกเหิมของเขา