สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?!: Chapter 030 ตอนที่ 30
ตอนที่ 30 กินอย่างตะกละตะกลาม
อย่างไรพญายมก็คือพญายม ช่างเอาแน่เอานอนไม่ได้เลยจริงๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ไม่รู้ว่าเขาจะเป็นโรคจิตหรือไม่
แม้ในใจของเล่อเหยาเหยาจะไม่พอใจ แต่สายตากลับมองไปที่ชามบะหมี่ไข่บนโต๊ะอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
หอมมาก เธออยากกินมากเลย
แต่เธอไม่เชื่ออย่างแน่นอนว่าบะหมี่น้ำชามนี้ พญายมตั้งใจสั่งให้คนต้มมาให้เธอกิน เพราะถึงอย่างไรเขาคงไม่ใจดีถึงขนาดนั้น!
ขณะที่เล่อเหยาเหยากำลังบ่นอยู่ในใจ หูกลับได้ยินคำพูดที่ทำให้เธอต้องตกตะลึงอีกครั้งขึ้นมา
“ทานเถิด!”
เป็นคำพูดที่สั้นทว่าได้ใจความและเย็นชาเช่นเดิม แต่กลับทำให้เธอที่ได้ฟังมีสีหน้าที่ตกตะลึง พร้อมกับสายตาที่ไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“ว่าอย่างไรนะ!”
“เจ้าหิวไม่ใช่หรือ! ทานเถิด!”
สีหน้าที่ตกตะลึงและสายตาคล้ายเหลือเชื่อของเล่อเหยาเหยา ทำให้เหลิ่งจวิ้นอวี๋อดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้ ก่อนที่จะเอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น แม้เล่อเหยาเหยาจะมีสีหน้าที่ประหลาดใจและสงสัย แต่กลิ่นของบะหมี่ไข่ชามนี้ช่างยั่วยวนมากจริงๆ ดังนั้นเธอก็ไม่คิดให้มากความ เพราะแม้จะต้องตาย ก็เป็นผีที่อิ่มท้องดีกว่าผีที่หิวโซตั้งมากมาย
เล่อเหยาเหยาจึงรีบนั่งลงบนเก้าอี้หิน จากนั้นก็หยิบตะเกียบที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา แล้วกินบะหมี่อย่างเต็มปากเต็มคำ
เล่อเหยาเหยากินอย่างรวดเร็ว กินเหมือนคนตะกละตะกลาม ซึ่งท่าทางนั้นทำให้เขาพูดไม่ออกเลยจริงๆ
โดยเฉพาะเสียงสูดบะหมี่ ซู้ดซ้าด ที่เด่นชัด ในคืนที่เงียบสงบเช่นนี้ จึงชัดเจนเป็นพิเศษ
เธอกินบะหมี่ด้วยท่าทางที่เสียมารยาท คล้ายผีหิวโซกลับชาติมาเกิด จนทำให้เหลิ่งจวิ้นอวี๋เริ่มรู้สึกประหลาดใจอีกครั้ง
เพราะถึงอย่างไร เขาก็คาบกุญแจทองมาเกิด มีฐานะเป็นถึงองค์ชาย ตั้งแต่เด็กจึงมีแม่นมที่มีประสบการณ์มาสั่งสอนเรื่องมารยาทเหล่านี้
เพราะฉะนั้น แม้เหลิ่งจวิ้นอวี๋จะมีนิสัยเย็นชา แต่ก็ได้รับการอบรมสั่งสอนมาเป็นอย่างดี
การกินราวกับผีหิวโซกลับชาติมาเกิดเช่นเล่อเหยาเหยา เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นจริงๆ มุมปากจึงอดที่จะยกยิ้มขึ้นมาไม่ได้
แต่เล่อเหยาเหยาที่กำลังปลอบโยนตับไตไส้พุงตัวเองอยู่นั้น คงไม่สนใจสายตาของผู้อื่นอยู่แล้ว
เพราะเธอกำลังจะตายด้วยความหิว ตอนนี้ยังจะมีสิ่งใดที่สำคัญไปกว่าการกินของเธอ!
ดังนั้นบะหมี่น้ำใส่ไข่ที่เพิ่มน่องไก่ตุ๋นชิ้นใหญ่อีกหนึ่งชิ้น ผ่านไปไม่นานก็ถูกเล่อเหยาเหยาที่เหมือนผีที่หิวโซ จัดการจนหมดเกลี้ยง นอกจากกระดูกไก่ชิ้นนั้น กระทั่งน้ำซุปล้วนไม่มีเหลือเลยสักหยด
หลังจากเล่อเหยาเหยากินหมดแล้ว แต่ก็ยังมีท่าทางราวกับไม่อิ่มท้อง ด้วยการแลบลิ้นสีชมพูออกมาเลียบริเวณริมฝีปากที่มีคราบน้ำมันติดอยู่ ท่าทางนั้นคล้ายแมวน้อยที่น่ารักตัวหนึ่งที่เปี่ยมไปด้วยความพอใจและความสุข ทั้งยังเกียจคร้าน ช่างน่ารักอย่างยิ่ง!
เมื่อเห็นเช่นนั้น สายตาที่เย็นชาของเหลิ่งจวิ้นอวี๋จึงเป็นประกาย เผยอริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเบาๆ ขึ้นมาทันที
“อิ่มแล้วใช่หรือไม่”
“อืม อิ่มแล้ว”
เมื่อได้ยินคำพูดของเหลิ่งจวิ้นอวี๋ เล่อเหยาเหยาพลันพยักหน้าเอ่ยขึ้นมา นี่จึงคล้ายเป็นคำพูดที่ออกมาจากใจไม่เสแสร้งของเธอ ทั้งยังเรอออกมาเสียงดังอีกด้วย
เมื่อเห็นเช่นนั้น เล่อเหยาเหยาพลันยกมือขึ้นปิดปาก พร้อมสายตาขวยเขินทำอะไรไม่ถูก ก่อนดวงตาที่งดงามจะชำเลืองมองชายหนุ่มที่อยู่ข้างกายแวบหนึ่ง เห็นเพียงชายหนุ่มได้หมุนตัวหันหลังให้กับเธอ คล้ายไม่ได้ยินและเห็นท่าทางที่น่าอายของเธอเมื่อครู่ เธอจึงวางใจลงเล็กน้อย
“ท่านอ๋อง มีสิ่งใดจะรับสั่งอีกหรือไม่”
กินของผู้อื่นแล้วปากอ่อน ประโยคนี้พูดไว้ไม่มีผิดเลย
ถึงแม้ตอนเริ่มแรก เธอจะหวาดกลัวชายหนุ่มที่หันหลังอยู่ตรงหน้าตนเองอย่างมาก ตอนนี้เธอก็ยังคงหวาดกลัวอยู่เช่นเดิม
..........................................................................