หวนชะตารัก: Chapter 017 ตอนที่ 17
บทที่ 17 คุยเล่นเรื่องสนุก
ร้านแลกเงิน?
นายหญิงผู้เฒ่าฟางเบิกตาโตจากบนเก้าอี้โยก
“นางจะทำอะไร?” เสียงของฟางจิ่นซิ่วดังออกมาจากด้านใน พร้อมกันกับเสียงม่านไข่มุกถูกปัด คนก็เดินออกมา “เช้าจรดค่ำทำให้คนวุ่นวายยังไม่พอ ยังคิดจะทำให้การค้าของตระกูลเราวุ่นวายด้วยหรือ?”
“เป็นไปได้อย่างไร เจินเจินนางไม่ชอบการค้าเป็นที่สุด” นายหญิงใหญ่ฟางกล่าวขึ้น
คุณหนูที่ยึดถือความสูงส่งของตระกูลขุนนาง เกลียดการค้าของตระกูลฟางที่ถ่วงฐานะของนางที่สุด
ฟางจิ่นซิ่วส่งเสียงแค่นจมูก
“ดังนั้นนางคิดจะทำอะไร?” นางพูดขึ้น
คุณหนูจวินไม่ได้ตั้งใจตามหาผู้ดูแลร้านแลกเงินมาถามไถ่ นางพบกับผู้ดูแลคนนี้โดยบังเอิญ
นางอยู่ในเรือนเบื่อมาทั้งวันจึงออกมาเดินยืดเส้นยืดสาย จากที่อยู่ของตนเดินมาตลอดทางแม้แต่สาวใช้หญิงรับใช้สักคนก็ไม่เห็น ไม่รู้ว่าไม่ได้จัดคนไว้รับใช้หรือว่าเห็นนางจึงหลบไปหมดแล้ว
คงเป็นอย่างหลัง
ตอนที่คุณหนูจวินเข้าใกล้ประตูชั้นใน นางก็เห็นหญิงรับใช้สามคนหลังกำแพงดอกไม้ถือไม้กวาดรีบวิ่งจากไป
“นับว่าพวกนางวิ่งได้เร็ว ไม่อยู่ขัดสายตาของคุณหนู” หลิ่วเอ๋อร์พูดเสียงขึ้นจมูก
คุณหนูจวินหลุดหัวเราะ
เด็กคนนี้ มีตรงไหนเหมือนกับคุณหนูกุลสตรีของตระกูลขุนนาง เป็นคุณชายที่ใครๆ ก็หลบเลี่ยงชัดๆ
“แต่ว่า คุณหนู ท่านยังมีอะไรจะถามอีกหรือเจ้าคะ?” หลิ่วเอ๋อร์คิดขึ้นมาได้ “ข้าไปเรียกพวกนางให้ออกมา ถามให้รู้เรื่องว่าตระกูลฟางนี่ยังมีเรื่องโสมมอะไรปิดบังซุกซ่อนไว้อีก”
คุณหนูจวินส่ายศีรษะห้ามไว้
เรื่องของตระกูลฟางไม่มีอะไรให้ถามแล้ว หนึ่งคำสาปกับหนึ่งเรื่องที่ทายาทชายประสบเคราะห์ต่อกันก็ทำให้นางรู้ชัดถึงสถานการณ์ของตระกูลฟางแล้ว
เวลานี้พวกนางเดินออกมาถึงเรือนชั้นนอกแล้ว มองเห็นผู้ชายตัวขาวอวบอ้วนคนหนึ่งมีหญิงรับใช้นำทางเข้าประตูมา บรรดาเด็กรับใช้สาวใช้หญิงรับใช้ระหว่างทางล้วนมีท่าทียินดี
ตระกูลฟางผู้ชายหนุ่มสามรุ่นล้วนเสียไปหมดแล้ว ผู้ชายเพียงคนเดียวในบ้านก็เป็นคนง่อย พี่น้องผู้ชายล้วนถูกไล่กลับไปที่ซานตง นายหญิงผู้เฒ่ากับตระกูลเฉาฝ่ายมารดาฝั่งนั้นเพราะว่าวางแผนแย่งชิงกิจการกันตอนแรกคาดว่าคงไม่สนิทกันนัก แล้วผู้ชายที่เข้าประตูมาผู้นี้เป็นใคร?
คุณหนูจวินถามขึ้นมาลอยๆ คำหนึ่ง หลิ่วเอ๋อร์ก็รับคำสั่งเป็นจริงเป็นจัง ไปเรียกคนมาดื้อๆ
ผู้ดูแลแซ่เกาอายุราวห้าสิบปีผู้นี้ไม่ใช่ผู้ดูแลบ้าน แต่เป็นผู้ดูแลร้านแลกเงิน
“คุณหนูจวินมีอะไรให้รับใช้?” เขาถามขึ้นอย่างนอบน้อม เห็นได้ชัดว่ารู้กฏเกณฑ์ของคุณหนูจวินในบ้านของตระกูลฟาง
ไม่ได้เรียกนางว่าคุณหนูเล็ก เช่นเดียวกับคนในบ้านเรียกนางว่าคุณหนูจวิน
คุณหนูจวินเดิมทีไม่ได้มีอะไรจะถาม แต่เมื่อได้ยินว่าเขาเป็นผู้ดูแลเต๋อเซิ่งชาง ก็เปลี่ยนความคิด
“ร้านแลกเงินเต๋อเซิ่งชางทางเหนือทางใต้ล้วนมีสินะ?” นางถามขึ้น
คุณหนูจวินถามถึงเรื่องกิจการได้ นี่ไม่เหมือนกับคำเล่าลือของทุกคน ในใจผู้ดูแลเกาคิด ใบหน้าไม่แสดงออกมา
“ขอรับ” เขาตอบอย่างละเอียดด้วยท่าทางนอบน้อม “ร้านแลกเงินเป็นความสะดวกของการทำการค้า ดังนั้นมีการค้าที่ใด ร้านแลกเงินของพวกเร..ข้า ก็เปิดถึงที่นั่น”
ผู้ดูแลเกาอย่างไรก็เพิ่งพบคุณหนูจวินครั้งแรก เกือบทำผิดกฎแล้ว
แม้ว่าคนจำนวนมากวาดหวังอยากใช้คำว่าพวกเรากับเต๋อเซิ่งชาง แต่คุณหนูจวินย่อมไม่ปรารถนา ถ้าหากพูดพวกเรากับนาง ไม่แน่อาจจะถูกถ่มน้ำลายใส่หน้า
คุณหนูจวินราวกับคิดอะไรบางอย่าง ไม่ได้สังเกตคำพูดผิดเล็กน้อยของเขา
“ถ้าอย่างนั้นที่เมืองหลวงก็มีสินะ?” นางถามขึ้น
“เมืองหลวงต้องมีแน่นอน” ผู้ดูแลเกาพูดพร้อมอมยิ้ม
เขาไม่กล้ามองคุณหนูจวินตรงๆ สายตาก้มลงครึ่งหนึ่ง พอดีมองเห็นแขนทั้งคู่ที่วางอยู่หน้าร่างของคุณหนูคนนี้ มือถูกแขนเสื้อกว้างบังอยู่ มองไม่เห็นความเคลื่อนไหวด้านใน หูได้ยินเสียงนุ่มละมุนของคุณหนูคนนั้นมีแววใคร่รู้อยู่หลายส่วนดังขึ้น
“เมืองหลวง พักนี้มีเรื่องสนุกอะไรบ้างไหม?”
...............................................................................
หญิงรับใช้สองคนหยุดฝีเท้า หญิงรับใช้ที่รอรับอยู่ชี้นิ้วไปทางด้านหนึ่ง
“คุณหนูจวินกับผู้ดูแลเกาอยู่ที่ศาลาทางด้านนี้” นางพูดเสียงเบา
เรือนชั้นนอกกับเรือนชั้นในส่วนที่กั้นขวางระหว่างกันมีสวนเล็กแห่งหนึ่งอยู่ ชักธารน้ำตื้นๆ สายหนึ่ง สร้างศาลาเล็กหลังหนึ่ง ประดับด้วยพันธุ์ไม้บุปผาหมู่นกปลา แต่ตอนนี้เป็นฤดูหนาว พันธุ์ไม้บุปผาหมู่นกปลาล้วนไม่อยู่ ศาลาหลังเล็กจึงจัดกลายเป็นหออุ่น ล้อมกั้น อุ่นพื้น ให้ผู้ดูแลที่ติดตามบรรดาแขกผู้มาเยือนซึ่งรอคอยรับคำสั่งได้พักผ่อน
เวลานี้คุณหนูจวินกับผู้ดูแลเกากำลังนั่งตรงกันข้ามกันคุยกันอยู่ข้างใน
“โอ้ยโหย๋ ข้าไม่ได้มองผิดไปใช้ไหม คุณหนูจวินกำลังหัวเราะแหนะ” หญิงรับใช้คนหนึ่งเอ่ยขึ้น สีหน้าประหลาดใจ
คุณหนูจวินผู้ที่ตลอดมาเห็นคนตระกูลฟางล้วนคร้านจะชายตามองเพิ่มสักที ในสายตาของนางผู้ดูแลเกาผู้ดูแลร้านแลกเงินจากข้างนอกคนนี้คงยิ่งต่ำต้อย
“ผู้ดูแลเกาเก่งมากทีเดียว ถึงกับทำให้คุณหนูจวินอารมณ์ดีขนาดนี้ได้” หญิงรับใช้อีกคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
ทั้งสองรีบเดินเข้ามาทางนี้อย่างรวดเร็ว
ผู้ดูแลเกาเอื้อมมือมายกชาบนโต๊ะเล็ก ดื่มให้ลื่นคอ
“หลังจากนั้นเล่า?” หลิ่วเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้างหลังคุณหนูจวินรีบเร่งเร้าถามขึ้น “พวกเขาเขียนจริงหรือไม่?”
ผู้ดูแลเกาดื่มชาคำหนึ่ง
“เขียนแล้วขอรับ มีซิ่วไฉมาตั้งสี่คนเชียว” เขาหัวเราะเล่า “เขียนบันทึกเรื่องตลกของคนฆ่าหมูรอบกองไฟในค่ำคืนหิมะตกยาวเต็มสองหน้าหนังสือ”
หลิ่วเอ๋อร์หัวเราะคิกคัก แล้วก็ส่งเสียงตำหนิออกมา
“ช่างเสียเกียรติบัณฑิต” นางเอ่ยขึ้น
“ขายบทความหยาบโลนนี่” คุณหนูจวินอมยิ้มพูดขึ้น “ต่างคนต่างสมใจ”
“คุณหนูพูดถูกแล้ว เป็นคำเรียกนี้แหละ” ผู้ดูแลเกาพูดขึ้นนอบน้อม ในดวงตามีแววประหลาดใจวูบผ่าน
คุณหนูจวินผู้นี้กลับเรียกคำเรียกขานเรื่องแบบนี้ของชาวเมืองหลวงออกมา ทั้งยังไม่ทำท่าตกอกตกใจเหมือนเด็กสาว ดูเหมือนกับรู้จักจริงๆ
คุณหนูจวินชอบคบหากับคุณหนูของตระกูลขุนนางในเมือง คงจะได้ยินพวกนางพูดกันกระมัง
“ยังมีเรื่องแปลกอะไรอีก?” คุณหนูจวินถามขึ้น ยื่นมือไปยกถ้วยชา กุมไว้แน่น ท่าทางเหมือนไม่ได้สนใจ “อย่างเช่นเรื่องใหม่ๆ จากในวังหลวง?”
ในวังหลวง?
คุณหนูเหล่านี้เวลารวมตัวกันคงชอบถกเถียงเรื่องในรั้วในวัง แต่ว่าฮ่องเต้ผู้เพิ่งเถลิงราชย์ได้สามปีเพราะเกี่ยวข้องกับเรื่องลับบางอย่าง ไม่ใช่เรื่องที่จะมาพูดกันตามใจได้
คุณหนูจวินคนนี้ยิ่งสมองขาดสายไปเส้นหนึ่ง แต่เดิมก่อเรื่องวุ่นวายมาก็ไม่น้อยแล้ว
ผู้ดูแลเกาแสร้างทำท่าทางครุ่นคิด
“ราชสำนักมีเรื่องอะไรใหม่ไหม” เขาทำท่าคิดไม่ออก “อย่างไรก็มีแต่บรรดาขุนนางพวกนั้นไปๆ มาๆ พวกเราที่ทำการค้าไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนเหล่านี้ ท่านขุนนางก็ไม่ยุ่งเกี่ยวกับพวกเรา”
ทำการค้าไม่เกี่ยวข้องกับขุนนางสิถึงจะลำบาก
คุณหนูจวินเม้มปาก ดื่มชาคำหนึ่ง ไม่แฉคำพูดของผู้ดูแลเกา
“ถ้าอย่างนั้นวังไหวอ๋อง...” นางพูดขึ้นช้าๆ
เสียงยังพูดไม่จบ มือของผู้ดูแลเกาก็สั่นขึ้นมาเอง ถ้วยชาถูกวางล้มลงไปบนโต๊ะ โชคดีน้ำชาดื่มไปหมดแล้วถึงไม่หกออกมานองทั่ว
คำพูดของคุณหนูพลันหยุดลง หญิงรับใช้ทั้งสองก็หยุดอยู่ที่ด้านนอกศาลา
“คุณหนูจวิน ท่านดู ข้าต้องไปตอบคำถามนายหญิงผู้เฒ่าก่อนแล้ว” เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม
คุณหนูจวินก็พยักหน้าอมยิ้ม
“เรื่องงานสำคัญ ท่านไปเถิด” นางเอ่ยขึ้น
บนหน้าของหญิงรับใช้กับผู้ดูแลเกามีสีหน้าประหลาดแล่นผ่าน ไม่พูดอะไรอีกทำความเคารพแล้วเดินจากไป
หลังเดินออกไปสักพัก ผู้ดูแลเกาก็อดไม่ได้หันมองกลับไป เห็นคุณหนูจวินยังคงนั่งอยู่ในศาลา
“คุณหนูจวินนิสัยออกจะดี” เขาอดไม่ได้พูดขึ้นมา
หญิงรับใช้สองคนแค่นเสียงขึ้นจมูก
“ท่านเพิ่งเจอแค่ไม่กี่ครั้ง” พวกนางพูดอย่างอารมณ์ไม่ดี
ผู้ดูแลเกาหัวเราะขึ้นมา
“ถึงจะพูดว่าเวลาพิสูจน์คน แต่คนบางคนพบครั้งเดียวก็รู้แล้วว่านิสัยเป็นอย่างไร” เขาว่า “อย่างอื่นไม่ต้องพูด คุณหนูจวินสุขุมมากนะ”
สุขุม?
ถ้าสุขุมจริงคงไม่ทำเรื่องอย่างเล่นละครผูกคอตายแล้ว
บรรดาหญิงรับใช้แค่นหัวเราะ
“ไม่ได้อยู่ต่อหน้าคุณหนูจวิน ไม่ต้องพูดยอแล้ว” พวกนางกล่าวขึ้น “รีบเข้าเถอะ นายหญิงผู้เฒ่ากับนายหญิงใหญ่รอท่านอยู่นะ”
เดิมทีนายหญิงผู้เฒ่ารอผู้ดูแลเกามาคุยเรื่องกิจการ แต่ตอนนี้ที่ผู้อยู่ในห้องถามขึ้นมาเป็นประโยคแรกกลับเป็นคุณหนูจวินกับเขาคุยอะไรกัน
ผู้ดูแลเกานำบทสนทนาของทั้งคู่เล่าซ้ำอย่างละเอียดเหมือนต้นฉบับรอบหนึ่ง
“ถามเรื่องประหลาดในเมืองหลวง” นายหญิงใหญ่ฟางเอ่ยขึ้น มองนายหญิงผู้เฒ่า “หรือจะอยู่ในบ้านเบื่อเกินไป?”
นายหญิงผู้เฒ่าฟางขมวดคิ้ว ฟางจิ่นซิ่วที่ยืนอยู่ด้านข้างส่งเสียงหึออกมา
“เป็นแบบนี้แล้ว ยังคิดจะไปอวดรู้ต่อหน้าบรรดาคุณหนูพวกนั้นอีก” เขาเอ่ยขึ้น “ข้าละยอมแพ้หนังหน้าของนางจริงๆ”
บรรดาคุณหนูตระกูลขุนนางผู้ไม่มีอะไรทำแห่งอำเภอหยางเฉิง คนที่เข้าใจบทกวีศิลปะจริงๆ ไม่มีสักเท่าใด เวลามารวมกันพูดคุยเรื่องศิลปะบทกวี สิ่งที่คุยกันส่วนใหญ่จริงๆ ก็เป็นเรื่องสัพเพเหระ คุณหนูจวินตลอดมาไม่ชอบตกกระแส ในใจตั้งใจอยากคู่ควรกับคุณชายสิบตระกูลหนิง ทุกเรื่องต้องชิงเป็นคนแรก ย่อมต้องอยากฟังเรื่องที่คนคุยกันไว้บ้าง ป้องกันต่อบทสนทนาของผู้อื่นไม่ได้
“ถ้านางออกจากบ้านอีกครั้งจริง ก็แสดงว่าคิดตกแล้วจริงๆ” นายหญิงใหญ่ฟางพูดขึ้น “นี่เป็นเรื่องดี อย่างไรก็ดีกว่าใช้ทั้งชีวิตหดหู่อยู่ที่นี่”
ฟางอวี้ซิ่วพยักหน้า
“ใช่แล้ว คุณหนูจวินรู้จักเสพสุข รู้จักปล่อยวางเช่นนี้ นับว่าเป็นที่น่านับถือของรุ่นข้า” นางพูดเสียงละมุน
ฟางจิ่นซิ่วหัวเราะออกมา แล้วรีบกลั้นไว้ ใช้ข้อศอกถองนางหนึ่งที
นายหญิงผู้เฒ่าฟางลืมตาขึ้น มองผู้ดูแลเกาที่จะพูดแต่ก็ไม่พูด
“นางยังถามอะไรอีก?” นางถามขึ้น
ผู้ดูแลเกามองด้านในห้องทีหนึ่ง นายหญิงใหญ่ฟางก็สั่งให้หญิงรับใช้พาสาวใช้ออกไป
“บรรดาคุณหนูวัยเยาว์ชอบคุยเรื่องใหม่ๆ ก็ไม่แปลกอะไร” ผู้ดูแลเกาขบคิดครู่หนึ่งก็เปิดปากพูดขึ้น “แต่ว่ามีบางเรื่องพูดได้บางเรื่องพูดไม่ได้ เด็กๆ ไม่รู้ควรไม่ควร ถูกคนเอาไปเล่นงานมานึกเสียใจที่หลังก็ไม่ทันแล้ว”
“ท่านลุงรองเกา ท่านก็พูดออกมาตรงๆ เถอะ ไม่ต้องถือโอกาสสั่งสอนพวกเรา” ฟางจิ่นซิ่วพูดขึ้น “นางถามอะไรที่ไม่ควรถามหรือ?”
“ข้าว่าเรื่องสนุกที่คุณหนูจวินอยากถาม ไม่ใช่แค่เรื่องสนุกในเมืองหลวง ที่จริงที่นางอยากถามคือเรื่องของราชวงศ์” ผู้ดูแลเกาพูดขึ้น ใบหน้าที่ยิ้มแย้มเสมอปรากฏสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาหลายส่วน “นายใหญ่ ท่านก็รู้ ตอนนี้เรื่องของราชวงศ์ไม่ใช่เรื่องที่เอามาพูดเป็นเรื่องสนุกได้”
ต้าโจวก่อตั้งราชวงศ์มาร้อยปี ฮ่องเต้ที่สืบทอดวันนี้เป็นชินอ๋อง[footnoteRef:1]คนแรกที่สืบราชบัลลังก์แทนรัชทายาทที่มีทายาท สามปีก่อนองครักษ์เสื้อแพรโบยสังหารบรรดาขุนนางใหญ่ที่วิจารณ์เรื่องของราชวงศ์ที่นอกพระราชวัง เลือดที่ซึมลงพื้นยังล้างไม่เกลี้ยงเลย [1: 亲王]
……………………………………….