หวนชะตารัก

หวนชะตารัก: Chapter 004 ตอนที่ 4

#4Chapter 004

บทที่ 4 ล้วนทุกข์ทน

สองพันตำลึง

นายหญิงสี่กล่าวย้ำสามคำในห้องของนายหญิงใหญ่ตระกูลหนิง

“ตำลึงเงิน” นางกล่าวต่อ

ยังดีที่ไม่ใช่ตำลึงทอง

ความคิดนี้ทำให้นางหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้ง

ตระกูลหนิงไม่ใช่ตระกูลเล็กตระกูลน้อย สองพันตำลึงทองทำให้นางตระหนกไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ก็ไม่ใช่ขบคิดเรื่องเงินอยู่

แต่ว่าเรื่องนี้กลับจบลงมาอยู่ที่เรื่องเงิน

สีหน้าของนายหญิงใหญ่เปลี่ยนมาแปลกพิกลเหมือนกัน

“นางพูดเช่นนี้จริงหรือ?” นางถามขึ้น

นายหญิงสี่พยักหน้า

“ไม่ร้องไห้ ไม่โวยวาย ไม่พูดเรื่องหมั้นหมายขึ้นมาอีกแม้แต่นิด” นางเล่า คิดพักหนึ่งก็เสริมขึ้นว่า “สีหน้าก็ดูไม่ได้เสแสร้ง”

รู้ว่ายากจึงถอยแล้วหรือ?

นายหญิงใหญ่หนิงครุ่นคิดไม่พูดจา ส่วนหนิงอวิ๋นเยี่ยนได้สติกลับมา

“ท่านแม่ นี่เป็นกลลวงให้พวกเราสับสนของนาง ต้องเป็นเพื่อแต่งเข้ามาแน่ๆ” นางพูดขึ้น

นายหญิงใหญ่หนิงส่ายศีรษะ

“ถ้าหากนางจะทำให้พวกเราสับสน ที่เรียกร้องคงไม่ใช่เงินเพียงแค่นี้” นางพูดขึ้น

จำนวนสองพันตำลึงสำหรับคนธรรมดาแล้วไม่น้อย แต่สำหรับตระกูลหนิงแล้วไม่นับเป็นอะไรได้

ถ้าหากคุณหนูจวินจะเล่นเล่ห์จริงๆ ก็ควรเรียกจำนวนที่ตระกูลหนิงหามาไม่ได้ง่ายๆ

หรือว่านางจะยินยอมถอนหมั้นจริง?

ก่อเรื่องใช้เล่ห์กลสารพัดถึงเพียงนี้ ทั้งยังมีหนังสือหมั้นอยู่ในมือ ตอนที่จะโจมตีครั้งสำคัญที่สุดกลับคิดตกขึ้นมาได้แล้วหรือ?

นายหญิงใหญ่หนิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ลุกขึ้นมา

“ข้าจะไปพบนาง” นางกล่าวขึ้น

หนิงอวิ๋นเยี่ยนกระทืบเท้า

“เห็นไหม ท่านแม่ นี่เป็นแผนของนาง ล่อให้ท่านไปพบนาง!”

นายหญิงใหญ่หนิงมองนางทีหนึ่งหัวเราะขึ้นมา

“พบนางแล้วอย่างไร? นางที่แม้แต่เจ้าน้องสาวของหนิงอวิ๋นเจายังจูงใจให้เป็นพวกไม่ได้ จะทำอะไรแม่ได้?” นางพูดขึ้น

นางเป็นถึงมารดาของหนิงอวิ๋นเจา

บนโลกนี้ไม่มีใครรักบุตรชายของตนมากกว่ามารดา ในสายตาของมารดา บุตรชายของตนดีที่สุดในใต้หล้า ต่อให้หญิงสาวที่ดีที่สุดในใต้หล้าแต่งกับบุตรชาย ก็ยังรู้สึกกล้ำกลืน นับประสาอะไรกับคุณหนูจวินที่ไม่ใช่สิ่งใดทั้งสิ้นคนนั้น

ไม่ คุณหนูจวินก็ไม่นับว่าไม่ใช่สิ่งใดทั้งสิ้น สำหรับตระกูลหนิงแล้ว เป็นโคลนตมบ่อหนึ่ง

นางไม่มีทางให้เสื้อผ้าสะอาดของบุตรชายถูกโคลนตมนี้สะบัดเปื้อนเด็ดขาด

...................................................

ได้ยินเสียงเรียกขานนายหญิงเบาๆ ขาดๆ หายๆ ดังมาจากด้านนอกอีกครั้ง สาวใช้ตัวน้อยที่รอจนเหนื่อยหน่ายบ้างแล้ว ก็ยืนตรงขึ้นทันที ดวงตาแวววาวมองนายหญิงคนหนึ่งเดินเข้า

“เปลี่ยนนายหญิงอีกคนหนึ่งแล้ว” นางพึมพำ “นายหญิงตระกูลหนิงมีเยอะจริง”

ตระกูลจวินคนในตระกูลน้อยนิด ไม่ใช่ตระกูลใหญ่ออะไร จวินอิ้งเหวินร่างกายอ่อนแอ ทุ่มเทรับผิดชอบตำแหน่งขุนนาง ภรรยานางฟางยิ่งมาจากตระกูลพ่อค้า ตามใจลูกสาวที่ได้มาไม่ง่ายคนนี้ทุกอย่าง ไม่มีสำรวมมารยาท ยังไม่รู้จักเข้าสังคม ดูพฤติกรรมของสาวใช้ข้างกายคนนี้ก็รู้แล้ว

นายหญิงใหญ่หนิงไม่เก็บเป็นอารมณ์ สายตาของนางตรงไปหยุดอยู่บนร่างของคุณหนูจวิน

เด็กสาวอายุต่างกับหนิงอวิ๋นเยี่ยนไม่เท่าไร หน้าตายังคงดูเยาว์วัยอยู่หลายส่วน รูปร่างหน้าตาก็นับว่าไม่แย่ แค่นับว่าไม่แย่เท่านั้น

เมื่อนางเดินเข้ามา คุณหนูจวินที่เดิมนั่งอยู่คนนี้ก็ลุกขึ้นยืนยอบกายเคารพ

“นายหญิงใหญ่” นางพูดขึ้น

คุณหนูจวินรู้จักนาง นายหญิงใหญ่หนิงไม่แปลกใจ

ครึ่งปีมานี้ ถึงแม้คุณหนูจวินจะปรากฏตัวต่อหน้าพวกนางผู้เป็นนายหญิงของตระกูลหนิงไม่เคยสำเร็จ แต่ตีสนิทมานานขนาดนี้ อย่างไรก็ต้องรู้จักหน้าอนาคตแม่สามีของตัวเองบ้าง

ได้ยินคำเรียกขานของคุณหนูจวิน สาวใช้ตัวน้อยดีใจจนปิดไม่มิด

คุณหนูบอกว่าทุกสิ่งให้เชื่อนางไม่ผิดจริงๆ นี่พูดไม่กี่คำก็เรียกนายหญิงใหญ่หนิงมาได้แล้ว

หลังพวกนางมาถึงอำเภอหยางเฉิง ไม่ง่ายเลยกว่าจะเกลี้ยกล่อมให้นายหญิงใหญ่ตระกูลฟางมาคุยกับตระกูลหนิงเรื่องหมั้นหมายได้ ผลสุดท้ายตระกูลหนิงกลับบอกว่าไม่เคยรู้เรื่องหมั้นหมายครั้งนี้มาก่อน เพราะเรื่องนี้คุณหนูถึงถูกคุณหนูที่น่ารังเกียจของตระกูลฟางไม่กี่คนนั้นเยาะเย้ยได้เป็นนาน

นายหญิงใหญ่แต่ไหนแต่ไรก็เห็นคุณหนูขัดหูขัดตา ทั้งยังกลัวตระกูลหนิงพาเรื่องวุ่นวายมาให้ ถึงไม่ยอมพยายามช่วยพูดเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด คุณหนูจึงตัดสินใจมาด้วยตัวเอง เวลาไม่ทรยศคนตั้งใจจริง ในที่สุดก็ได้รู้จักกับบรรดาคุณหนูตระกูลหนิง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เมื่อเหล่าคุณหนูตระกูลหนิงหลบเลี่ยงการไปมาหาสู่กับนาง

วิธีผูกมิตรกับคุณหนูตระกูลหนิงไปไม่รอด พวกนางก็ได้ยินมาอีกว่านายหญิงใหญ่หนิงนิสัยอ่อนโยนทั้งยังสวดมนต์ไหว้พระจิตใจเมตตา จึงคิดมาขอร้องต่อหน้านายหญิงใหญ่หนิง คุณหนูชาติกำเนิดน่าสงสาร ร้องไห้เสียหน่อยไม่แน่อาจได้ความสงสารเวทนาจากนายหญิงใหญ่หนิงก็เป็นได้

เพียงแต่นายหญิงใหญ่หนิงไม่ได้พบง่าย ตอนที่กำลังคิดหาวิธีอยู่ ก็ได้ยินข่าวคุณชายสิบตระกูลหนิงจะหมั้นหมายกับคุณหนูตระกูลหยางอะไรนั่น คุณหนูร้อนใจแล้ว เร่งนายหญิงผู้เฒ่าฟางกับนายหญิงใหญ่มาหาตระกูลหนิง ผู้อาวุโสทั้งสองกลับแสร้งหูหนวกเป็นใบ้ อ้างนั่นอ้างนี่ คุณหนูได้แต่มาเยือนด้วยตัวเอง ผลปรากฏว่าประตูชั้นในของตระกูลหนิงก็ยังไม่ได้เข้า ยิ่งไม่ต้องพูดถึงได้พบนายหญิงใหญ่หนิง

เมื่อครู่หยิบเอาผ้าแพรขาวมาขู่ นายหญิงใหญ่หนิงก็ยังไม่ออกมา ไม่คิดว่าพอพูดถึงเงินเท่านั้นก็ออกมาแล้ว

ดูแล้วนายหญิงใหญ่หนิงผู้นี้นอกจากจะอ่อนโยนมีเมตตา ยังเป็นคนละโมบอีกด้วย

นายหญิงใหญ่หนิงย่อมไม่รู้ว่าสาวใช้ตัวน้อยคิดฟุ้งซ่านอะไร เพียงมองไปที่คุณหนูจวิน

“คุณหนูจวินรู้สึกทุกข์ทนมากใช่หรือไม่?” นางถามขึ้น

ใบหน้าของนางอ่อนโยนน้ำเสียงก็ละมุนแช่มช้า ทำให้คนรู้สึกอบอุ่นจริงใจโดยไม่รู้ตัว สาวใช้ตัวน้อยคิดถึงวันคืนที่พวกนางนายบ่าวผ่านตั้งแต่หลังนายท่านเสียชีวิตไป โศกเศร้าเต็มหัวใจ ขอบตาอดไม่ได้เริ่มแดงขึ้นมา

ทุกข์ทน ทุกข์ทนมากเลย

เวลานี้คุณหนูควรคุกเข่าลงร้องไห้กับนายหญิงใหญ่หนิง นายหญิงผู้อ่อนโยนดุจเทวรูปพระโพธิสัตว์เช่นนี้ น้ำตาต้องทำให้นางใจอ่อนแน่

สาวใช้ตัวน้อยมองคุณหนูที่อยู่ตรงหน้า คุณหนูจวินยังคงยืนตัวตรงเหมือนเก่า เพราะหันหลังให้อยู่จึงมองไม่เห็นสีหน้าของนางชัดนัก ไม่รู้ว่าน้ำตาพร่างพราวบนดวงหน้างามหรือยัง

“นายหญิงใหญ่ก็รู้สึกทุกข์ทนมากสินะ?” คุณหนูจวินพูดขึ้น

เสียงของเธอนุ่มละมุ่นแช่มช้า ยังมีน้ำเสียงทอดถอนใจอยู่หลายส่วน ยิ่งจริงใจ

นายหญิงใหญ่หนิงมองนางยิ้มขึ้นมา

“ใช่แล้ว คนเป็นมารดามองเห็นบุตรที่ตนทุ่มเทใจกายเลี้ยงดูมาราวสมบัติล้ำค่า อยู่ดีๆ ถูกเดรัจฉานชั้นต่ำกัดเข้า ทั้งเดรัจฉานตัวนี้ก็ดันไม่รู้ความ ตีไม่ได้ด่าไม่ได้ ตบตีด่าทอไปกลับต้องถูกต่อว่าว่าใจไม่กว้าง ทั้งทุกข์ทนทั้งปวดใจนัก” นางเอ่ยขึ้น

สาวใช้ตัวน้อยฟังจนมึนงงไปหมดแล้ว ตะลึงมองนายหญิงผู้ยังคงแย้มยิ้มประดุจพระโพธิสัตว์ผู้อ่อนโยนที่นั่งอยู่ตรงหน้า

นี่ นี่ด่าพวกนางใช่ไหม?

เดรัจฉานชั้นต่ำ?

คำพูดร้ายกาจเช่นนี้พูดออกมาจากปากนายหญิงผู้นี้หรือ?

คุณหนูที่อยู่ด้านหน้าไม่มีเสียงร้องไห้ลอยมา

“ข้าไม่ใช่มารดา แต่ตนเองพบเรื่องเช่นนี้ จิตใจก็คงไม่เป็นสุข” คุณหนูจวินยังคงพูดเสียงนุ่ม แล้วยังพยักหน้า

“ถ้าหากตนเองประสบเรื่องเช่นนี้ ก็คงทนแล้ว” นายหญิงใหญ่หนิงเอ่ยขึ้น “แต่มารดาคนหนึ่งเห็นบุตรของตัวเองพบเรื่องเช่นนี้ย่อมทนไม่ได้ บุตรป่วย มารดาอยากรับโรคร้ายมาไว้เอง มีคนทำร้ายบุตรของตน มารดาอยากขย้ำเนื้อของคนผู้นั้น”

นางกล่าวถึงตรงนี้ก็ยิ้มขึ้นมาอีก

“คุณหนูจวินยังเด็ก รอภายหน้าเจ้าได้เป็นมารดาก็จะได้รู้”

คำพูดหลายประโยคถัดมานี้ คำพูดสีหน้าของนางล้วนอ่อนโยนเป็นมิตร ราวกับกำลังคุยเรื่องอันแสนสุข

“ข้ารู้คุณหนูจวินทุกข์ทนมาก เรื่องที่สัญญาไว้ชัดเจนแต่กลับคืนคำ ขอคุณหนูจวินโปรดอภัย สัญญานี้สำหรับเจ้าเป็นการก้าวเข้าประตูมังกรได้ชีวิตที่หรูหราสูงส่ง ตระกูลหนิงของเราใจบุญสุนทานมาตลอด ไม่ว่าคนอพยพที่มาวิงวอนหน้าประตูหรือขอทานข้างถนน ล้วนไม่ตระหนี่มอบของและช่วยประคับประคอง แต่กับการช่วยประคับประคองชีวิตของเจ้า”

นางมองคุณหนูจวิน บนหน้ายังประดับรอยยิ้ม ส่ายศีรษะ

“เรื่องนี้ทำให้พวกเรารู้สึกทุกข์ทนและขยะแขยงจริงๆ”

สาวใช้ตัวน้อยน้ำตาร่วงลงมาแล้ว

ความทุกข์ทนและคับแค้นก่อนหน้านี้ตอนที่มาถึงประตูแล้วโดนสาวใช้เมินเฉย เมื่อครู่ตอนที่นายหญิงสองคนนั้นพูดจาเย็นชาข่มขู่ ตอนนี้เวลานี้ไม่นับเป็นอะไรทั้งนั้น

นายหญิงใหญ่หนิงพูดคำเหล่านี้ออกมาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน น่ากลัวเสียยิ่งกว่าความเย็นชากับการข่มขู่

ขนาดที่นางยังไม่รู้ว่ากลัวขึ้นมาได้อย่างไร เพียงรู้สึกราวกับมีดฟันฉับลงมา คิดหลบก็ไม่มีที่ให้หลบ เดียวดายสั่นสะท้าน มากกว่าความคับแค้นคือความสิ้นหวัง

นายหญิงใหญ่หนิงมองคุณหนูจวินที่อยู่ตรงหน้า คุณหนูจวินผู้นี้ยังคงมีสีหน้านิ่งสงบ ดวงตาคู่โตดำขลับสุกใสภายในไม่มีอารมณ์แม้สักนิด

นางนิ่งเงียบเหมือนเด็กสาวทั้งหลายที่รู้ธรรมเนียมมารยาท ตั้งใจฟังคำพูดของผู้ใหญ่ ไม่มีความไม่พอใจ ไม่มีการโต้แย้ง ยิ่งไม่ได้มองข้าม

ราวกับกำลังตรวจสอบว่านายหญิงใหญ่หนิงพูดจบแล้ว นางถึงพยักหน้า

“ใช่แล้ว” นางกล่าวขึ้น “เรื่องนี้ทำให้คนรู้สึกทุกข์ทนอย่างแท้จริง ข้าก็ไม่รู้ว่านายท่านผู้เฒ่าหนิงคิดอะไร เห็นชัดๆว่าเป็นเรื่องที่ใช้เงินคลี่คลายได้ กลับจะต้องเอาการแต่งงานของบุตรมาตอบแทนบุญคุณ สุดท้ายบุญคุณไม่ได้ตอบแทบ กลับทำให้พวกเรากลายเป็นคนชั่วร้าย หรือว่านายท่านผู้เฒ่าหนิงที่จริงไม่ต้องการคืนเงิน แล้วกลัวพวกเราตอแย ถึงได้ทำเช่นนี้”

นางพูดถึงตรงนี้ก็ยิ้มขึ้นมา

“นายท่านผู้เฒ่าหนิงคิดมากไปแล้วจริงๆ ตระกูลจวินของพวกเรารักษาโรคช่วยชีวิตคนไม่หวังสิ่งตอบแทน เป็นจรรยาที่สืบทอดกันในตระกูลใจบุญสุนทาน ไม่ว่าคนอพยพที่มาวิงวอนหน้าประตูหรือขอทานข้างถนน ล้วนไม่ตระหนี่รักษาโรคช่วยคนกำนัลยา”

คำพูดนี้ฟังคุ้นหู

สาวใช้ตัวน้อยที่น้ำตาคลออดไม่ได้เบิกตาโต มองเห็นนายหญิงใหญ่หนิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามรอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปนิดหนึ่ง

“นายท่านผู้เฒ่าหนิงไม่คิดจ่ายค่าหมอค่ายา พูดไม่มีเงินประโยคเดียวก็จบแล้ว เรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้ ไหนเลยต้องใช้เล่ห์กลเช่นนี้ เบี้ยวหนี้ก็ช่างเถิด ยังผลักพวกเรามาเป็นคนชั่วร้าย”

คุณหนูจวินพูด มองนายหญิงใหญ่หนิงยิ้มละไม

“เรื่องนี้ทำให้พวกเรารู้สึกทุกข์ทนและขยะแขยงจริงๆ”

รอยยิ้มบนใบหน้าของนายหญิงใหญ่หนิงแตกเป็นเสี่ยงๆ

……………………………………….

หวนชะตารัก: Chapter 004 ตอนที่ 4