Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 042 ตอนที่ 42
บทที่ 42 พี่หลงแห่งโรงล้างเท้า
แร่ทองแดงปรากฏออกมา แต่จางหยางไม่มีสกิล ‘ทำเหมือง’ แล้ว จุดกำเนิดแร่ตรงนี้จึงได้แต่ให้คนอื่นมาขุดให้ และเพราะว่าได้ตกลงกันไว้ก่อนแล้ว หลังจากคนคนนั้นขุดแร่ทองแดงหายากออกมาได้สามก้อนก็เทรดให้จางหยางไป สำหรับคนในกิลด์ต้าโม่กูเยียนแล้ว การมาเที่ยวโหมดความตายครั้งนี้เท่ากับมาเก็บอุปกรณ์สวมใส่ล้วนๆ เมื่อจางหยางต้องการแร่ ย่อมไม่มีใครคัดค้านขึ้นมาเป็นเรื่องปกติ
จางหยางพาปาร์ตี้ไปยังห้องลับของเมอร์เมอร์เมอร์ ขณะที่กำลังเดินไปตามทาง เขากลับได้รับข้อความที่เจ้าอ้วนหานกระซิบมา
“หยางน้อย มาช่วยพี่ตีโหมดยากหน่อย”
จางหยางตะลึงเล็กน้อยแล้วตอบกลับไป “นายไปตีโหมดยากทำไมอะ รีบๆ ไปอัพเวล พี่จะพานายไปทำเฟิร์สเคลียร์ดันเจี้ยนเลเวล 20”
“อย่าอย่างนั้นเลย พี่อ้วนกำลังพาสาวสวยเก็บอุปกรณ์สวมใส่อยู่ แทงค์กระจอกสองตัวนี้แค่บอสหมายเลขหนึ่งก็ยังผ่านไม่ได้เลย ตายมาสามรอบแล้วเนี่ย พี่อ้วนโม้ไว้เยอะ นายรีบๆ มาช่วยชีวิตหน่อยเหอะ” เจ้าอ้วนหานจะร้องไห้อยู่แล้ว
“เชี่ย! นายมันเป็นสัตว์! เอาล่ะๆ ฉันยังเหลือบอสอีกตัว รอตีเสร็จนายค่อยเรียกฉันไปเข้าปาร์ตี้”
“นี่สิน้องชาย พี่อ้วนจะรอนาย!”
จางหยางส่ายหัว แล้วเริ่มอธิบายกลยุทธ์ให้คนของกิลด์ต้าโม่กูเยียนฟัง จากนั้นก็เริ่มตี หลังจากตายไปสองรอบ ในที่สุดก็ผ่าน จางหยางใจร้อน หลังจากบอสตายเขาก็วิ่งออกไปนอกดันเจี้ยนทันที แม้กระทั่งบอสดรอปอะไรก็ไม่ดูสักนิด
เมื่อมาถึงนอกดันเจี้ยน จางหยางก็ออกจากปาร์ตี้ของสุ่ยเยียนเอ๋อร์ จากนั้นก็กระซิบหาเจ้าอ้วนหาน “โอเคแล้ว เอาฉันเข้าปาร์ตี้”
รอสักครู่ก็มีคนแปลกหน้าคนหนึ่งส่งคำเชิญมา
‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘ชื่อหลงเจี้ยนเค่อ (จอมดาบฆ่ามังกร)’ ได้เชิญคุณเข้าร่วมปาร์ตี้ของเขา ตอบรับหรือไม่?’
หลังจากจางหยางกดตอบรับก็เข้ามาอยู่ในปาร์ตี้ที่มีสิบคน เขากลับเข้าไปในดันเจี้ยนอีกครั้ง เมื่อมองออกไปก็เห็นคนอื่นๆ อีกเก้าคนกำลังรออยู่
“ตายกันอีกแล้ว?” จางหยางถามเจ้าอ้วนหาน
“อืม พวกกระจอกทั้งนั้นเลย” เจ้าอ้วนหานพูดไปด่าไป
“ฮ่าๆ ยอดฝีมือมาแล้ว ครั้งนี้ต้องผ่านแน่ พวกเราไปกันเถอะ!” ชื่อหลงเจี้ยนเค่อพูดในช่องปาร์ตี้
จางหยางกวาดสายตามองออกไป ด้านข้างเจ้าอ้วนหานมีผู้หญิงหน้าตาไม่เลวอยู่สองคน ทั้งคู่อายุราวๆ ยี่สิบปี คนหนึ่งค่อนข้างผอม อีกคนอวบเล็กน้อย แต่อาวุธแถวหน้าอกน่าดูชมทั้งคู่ เหนือศีรษะมีชื่อของตัวละครแสดงอยู่ ‘เพียวฮวาลั่วเยี่ย (ดอกไม้พริ้วไหวใบไม้ร่วงโรย), เลเวล 12, ชื่อเทียนจือเฉิง’ และ ‘หวนเฝยเยี่ยนโซ่ว (หวนอ้วนเยี่ยนผอม), เลเวล 12, ชื่อเทียนจือเฉิง’
เพียวฮวาลั่วเยี่ยเป็นเอลฟ์ อาชีพนักบวช ส่วนหวนเฝยเยี่ยนโซ่วเป็นมนุษย์ อาชีพอัศวินนักบวช แม่นมใหญ่สองคน
ดูสมาชิกคนอื่นต่อ โอ้ว! อย่างกับฝูงนกนางแอ่น นอกจากชื่อหลงเจี้ยนเค่อและนักเวทอีกคนที่ชื่อ เสี่ยวป้าหวังโจวถ่ง (ราชาเผด็จการน้อยโจวถ่ง) ที่เหลืออีกสี่คนเป็นหญิงสาววัยรุ่นหมดเลย แถมยังหน้าตาไปวัดไปวาได้ทุกคน ไม่มีประเภทไดโนเสาร์แน่นอน
แม้จะเปรียบกับกิลด์อีนู่หงเหยียนที่เป็นกิลด์หญิงล้วนไม่ได้ แต่ในช่วงเวลาที่ผู้เล่นชายเยอะผู้เล่นหญิงน้อยอย่างในตอนนี้ ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน!
“เจ้าอ้วน สาวสวยของนายคนนั้นน่ะนักบวชหรืออัศวิน?” จางหยางถาม
“อัศวิน” เจ้าอ้วนออกอาการเขินแล้ว จากนั้นกระบิดกระบวนพูดต่อ “แล้วก็นักบวช”
“เชี่ย! นายมันสัตว์เดรัจฉาน!” จางหยางค่อนว่า “รสชาติแบบสามเส้าเป็นยังไงบ้างล่ะ?”
“เชี่ย! พี่อ้วนเป็นคนใสซื่อบริสุทธิ์ขนาดนี้ เหมือนคนที่ทำเรื่องต่ำๆ สามเส้าอะไรแบบนั้นได้เหรอ?” พูดด้วยท่าทางจริงจังเปี่ยมเหตุผล “ก็แค่ลูบๆ คลำๆ หน้าอก จุ๊บๆ ปาก! หยางน้อย ความเหมือนจริงของเกมนี้ไม่ได้โม้จริงๆ ไอ้ความรู้สึกนุ่มๆ อวบๆ ไม่ต่างกับของจริงเลยสักนิด!”
“นายมันลามกเหอะ!” จางหยางพูดอย่างดูแคลน
สองคนเดินไปพูดไป เพียงไม่นานก็มาเจอบอสหมายเลขหนึ่ง ‘กรงเล็บดำ’
“ลุย!” จางหยางไม่พูดให้มากความ ถือดาบรบแล้วก็พุ่งเข้าไป
ด้วยอุปกรณ์สวมใส่และสกิลของเขาในตอนนี้ โหมดยากนี้เขาเกือบจะโซโล่เดี่ยวได้อยู่แล้ว ดาบรบตวัดอย่างต่อเนื่อง ทำเอากรงเล็บดำร้องครวญครางไม่หยุด ในเวลาอันรวดเร็วก็เก็บบอสหมายเลขหนึ่งเรียบร้อย
จากสถิติการทำดาเมจ จางหยางทำดาเมจไป 48% ทิ้งคนอื่นไม่เห็นฝุ่น เขากับเจ้าอ้วนหานสองคนทำดาเมจรวมกันได้ทั้งหมด 78% บอสตัวนี้เกือบจะเป็นเขาสองคนตีได้มา! ปาร์ตี้นี้ไม่ใช่แค่ทำดาเมจไม่ได้เรื่อง ฮีลก็ยังมั่วซั่ว แม่นมใหญ่ทั้งสองคนหลักๆ แล้วก็คือมาอวดอาวุธ น้ำนมที่ออกมาอนาถจนน่าสงสาร
“จ้านอวี้ ได้ยินชื่อเสียงอันโด่งดังมานานแล้ว!” ชื่อหลงเจี้ยนเค่อเริ่มคุยเป็นการส่วนตัวกับจางหยาง
“เหอๆ เกรงใจไปแล้ว” จางหยางตอบ
“มาอยู่กิลด์เรา นายตั้งราคามาได้เลย” ชื่อหลงเจี้ยนเค่อดูเหมือนว่าจะเป็นพวกที่เงินเยอะแล้วโอหัง
จางหยางยิ้มแล้วพูด “ตอนนี้ฉันยังไม่มีความคิดจะเข้ากิลด์ ขอรับไว้ด้วยใจแล้วกัน”
“เหมียวเถียวเป็นเพื่อนนาย?” อยู่ๆ ชื่อหลงเจี้ยนเค่อก็เปลี่ยนเรื่อง
จางหยางมึนงงก่อนเล็กน้อย จากนั้นก็คิดได้ว่าฝ่ายตรงข้ามหมายถึงเจ้าอ้วนหาน “ใช่”
“เพื่อนนายอยู่กิลด์เรา นายอยู่คนเดียวโดดเดี่ยวจะไปสนุกอะไร! พวกเรามาเล่นด้วยกันเถอะ เล่นเกมไม่ใช่ว่ามาหาความครึกครื้นหรอกรึ ชื่อเทียนจือเฉิงของพวกเราสาวสวยเพียบ แถมแต่ละคนเปิดกว้างกระตือรือร้น หึๆ นายเข้าใจดี” ชื่อหลงเจี้ยนเค่อเริ่มเอาผลประโยชน์มาล่อใจ
มองดูผู้หญิงสองคนที่ตัวติดกับเจ้าอ้วนหาน จางหยางก็สามารถเข้าใจความ ‘เปิดกว้าง’ และ ‘กระตือรือร้น’ ของพวกเธอได้จริงๆ ผู้หญิงพวกนี้กับพวกที่ขายบริการต่างกันตรงไหน!
จางหยางเดาไม่ผิดจริงๆ!
ชื่อหลงเจี้ยนเค่อในโลกแห่งความเป็นจริงเป็นเถ้าแก่โรงล้างเท้า[footnoteRef:1]รู้จักกันในชื่อ ‘พี่หลง’ โรงล้างเท้าของพี่หลงเปิดมาหลายปีแล้ว กระเป๋าเงินหนามาก แต่ว่ารองผู้กำกับหัวหน้าสถานีตำรวจที่เป็นดั่งกำแพงเมืองจีนให้เขากำลังถูกจับตามอง ธุรกิจอย่างที่พี่หลงทำ หากไม่รู้จักคนของทางการบ้างเลยจะเปิดได้ที่ไหนกัน! [1: โรงล้างเท้า (洗脚城) เป็นร้านสปาเท้า นวดฝ่าเท้า แต่ส่วนใหญ่เปิดกิจการบังหน้า ทำธุรกิจอาบอบนวดไปด้วย ]
เดิมทีพี่หลงคิดจะหาที่พึ่งใหม่ แต่ว่ารองผู้กำกับเพิ่งจะถูกเขี่ยลงจากเวทีเพราะ ‘วิธีการทำงาน’ มาหยกๆ แล้วจะมีใครกล้าโต้ลมก่อคดีขึ้นมาอีกเล่า ด้วยเหตุนี้โรงล้างเท้าของพี่หลงจึงต้องปิดตัวลงชั่วคราว
จะว่าไปพี่หลงคนนี้ก็เป็นคนที่ฉลาดปราดเปรื่อง อยู่ๆ เขาก็คิดขึ้นมาได้ว่า เหมือนกับเคยได้ยินหลานชายคนโตของเขาพูดถึงเกมออนไลน์เกมหนึ่ง จุดขายก็คือความเสมือนจริง จริงเสียจนน่ากลัว!
พี่หลงก็เลยสนใจขึ้นมา ตั้งใจศึกษาข้อมูลของ ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ จากนั้นก็ซื้อหมวกแสดงผลของเกมมาสองใบเรียนรู้ด้วยตัวเอง หลังจากเข้ามาในเกม เขาก็ลองทำหลายอย่างกับร่างกายของ ‘เจ๊หง’ ซึ่งเดิมทีเป็นหัวหน้าพนักงานโรงล้างเท้าที่เข้ามาเล่นเกมพร้อมกัน ยกตัวอย่างเช่น นวด คลึง คลำ บีบ รอบๆ ส่วนนูนสูงใหญ่สองอันของเจ๊หง ได้ความรู้สึกเต็มร้อย จากนั้นก็ให้เจ๊หงเต้นระบำเปลื้องผ้าให้ดู ทำเอาพี่หลงดูเสียจนตื่นเต้นผิดปกติ!
พอถึงตอนนี้ พี่หลงก็ตื่นรู้แล้ว!
ยุคสมัยได้เปลี่ยนไปแล้ว เทคโนโลยีก้าวหน้า อนาคตของเขาอยู่ในอินเตอร์เน็ต
เขาจึงควักกระเป๋าก้อนใหญ่ซื้อหมวกแสดงผลให้พนักงานสาวในสังกัดคนละใบ พาอดีต ‘นักเทคนิค’ และน้องพนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงล้างเท้ายกพลบุก ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’! พี่หลงได้เดินหมากครั้งใหญ่ เขาต้องการสร้างโรงล้างเท้าชั้นเลิศขึ้นมาในเกม!
ท่ามกลางความสลัวเรือนราง พี่หลงได้มองเห็นอนาคตอันสวยงามไม่มีที่สิ้นสุดแล้ว!
ก้าวแรกของเขาก็คือ สร้างชื่อเสียงของกิลด์ขึ้นมา รับสมาชิกเข้ามาเยอะๆ! เมื่อชื่อเสียงแพร่หลายเป็นที่นิยม เขาก็ย่อมผลักดันสาวสวยในสังกัดให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางได้ หลังจากปรับเปลี่ยนหน้าตาตัวละครตอนเริ่มเกม สาวสวยเหล่านี้แต่ละคนก็เหมือนกับไปทำศัลยกรรมมาจากเกาหลีอย่างไรอย่างนั้น สวยโดดเด่นดึงดูดสายตา ยังต้องกลัวว่าผู้ชายลามกพวกนั้นจะไม่หลงจนตาลายด้วยหรือ?
และเมื่อถึงตอนที่ธุรกิจเจริญเติบโต เขาก็จะรับคนเข้ามาเพิ่มขยายกิจการให้ใหญ่โตขึ้นไปอีก! พี่หลงมีความมั่นใจว่าเขาจะต้องสร้างเขตโคมแดงที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ!
แต่ว่าก้าวแรกนั้นไม่ง่ายเลย ทำอย่างไรกิลด์ถึงจะมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักนะ?
ขณะที่พี่หลงกำลังกังวลจนขนคิ้วแทบจะหลุด ทันใดนั้นก็เห็นประกาศที่เซิร์ฟเวอร์ฟลัด ซึ่งก็คือตอนที่พวกของจางหยางผ่านหลุมใต้ดินบังกาโหมดความตายนั่นเอง
พอถึงตอนนี้ พี่หลงก็ตื่นรู้อีกรอบ
ดังนั้นพี่หลงจึงสั่งการให้ไพ่ใบสำคัญตัวเด่นๆ กระจายกันไปหลอกล่อทั้งสิบคนที่มีชื่ออยู่บนทำเนียบมา ผลปรากฏว่าจางหยางปิดระบบกระซิบจากคนแปลกหน้าและเพิ่มเพื่อน ไม่มีทางติดต่อได้เลย คนของกิลด์ซือเล่อหยวนทั้งสี่คนไม่มีทางชักจูงได้อยู่แล้ว ส่วนอีกห้าคนที่เหลือก็มีเพียงเจ้าอ้วนหานที่จิตใจไม่มั่นคงคนนี้เท่านั้นที่พอเอาเหยื่อล่อก็กินเบ็ดทันที
พี่หลงลงดันเจี้ยนมาหลายรอบแล้ว รู้ดีถึงความสำคัญของแทงค์ชั้นยอด เพราะฉะนั้นอย่างไรเขาก็ต้องคว้าตัวจางหยางมาให้ได้ แต่ว่าจางหยางติดต่อไม่ได้ ดังนั้นเมื่อหลอกถามจนได้รู้ว่าเจ้าอ้วนหานกับจางหยางในชีวิตจริงก็เป็นเพื่อนสนิทกัน จึงพุ่งเป้าเจาะปราการจากทางเจ้าอ้วนหานเป็นหลัก วางแผนว่าจะใช้เจ้าอ้วนหานดึงจางหยางมาอยู่ข้างตน
..........
จางหยางอดไม่ได้ต้องกระซิบหาเจ้าอ้วนหาน “เจ้าอ้วน นายคงไม่ได้จริงจังกับผู้หญิงสองคนนั้นใช่มั้ย?”
“ชิ! ดูความ*ของพวกเธอสิ ไม่ต่างอะไรกับพวกผู้หญิงขายบริการในร้านทำผมที่ ‘ถนนเริงรมย์’ เลยสักนิด พี่อ้วนก็แค่มองผ่านๆ ตาเอาไว้ใช้มือก็แค่นั้น!” เจ้าอ้วนหานตอบ
จางหยางเพิ่งจะรู้ในตอนนี้เองว่า เจ้าอ้วนนี่รู้ดีแจ่มแจ้งอยู่แล้ว!
“เจ้าอ้วน อีกสักพักฉันจะตั้งกิลด์ของพวกเราขึ้นมา นายก็อย่าอยู่ว่างๆ ช่วยมองหาพวกคนที่ทักษะดี นิสัยใช้ได้ไว้ด้วย”
“ได้ พี่อ้วนเข้าใจแล้ว” เจ้าอ้วนหานหยุดไปสักครู่แล้วพูดขึ้นอีก “ผู้หญิงยั่วสวาทสองคนนั่นมาอ้อนพี่อ้วนอีกแล้ว จะให้พี่อ้วนดึงนายเข้ากิลด์ ถ้าไงนายมาอยู่นี่ก่อนสักพักมั้ย พี่อ้วนจะได้มีหน้ามีตาด้วย เหอๆ หยางน้อย ที่นี่สาวสวยทั้งนั้น แถมแต่ละคนยังรัก ‘สนุก’ อีกด้วย!”
“นายไปสนุกคนเดียวเหอะ อย่าลากฉันลงน้ำด้วย!”
ปาร์ตี้รุกคืบหน้าต่อไป เมื่อจางหยางมีสกิล ‘ตาเหยี่ยว’ การทำดาเมจก็ยกระดับขึ้นอีกช่วงใหญ่ๆ จึงจัดการเก็บบอสหมายเลขสองและสามได้อย่างรวดเร็ว จบโหมดยากได้อย่างราบรื่น
พี่หลงยังอยากจะเล่นโหมดความตายอีก แต่จางหยางรีบอ้างว่าใช้จำนวนครั้งในการลงดันเจี้ยนหมดแล้วหลบเลี่ยงออกมา จากนั้นก็ถอนตัวออกจากปาร์ตี้ เดิมทีพี่หลงคิดจะไล่ตามต่อ แต่เมื่อคิดถึงเหตุผลที่ว่าทำอะไรมากเกินไปจะไม่ดีขึ้นมาได้จึงอดใจไว้ อย่างไรก็คว้าตัวเจ้าอ้วนหานพี่น้องเดนตายของจางหยางไว้ในมือแล้ว ไม่กลัวว่าจะไม่มีโอกาส!
จางหยางกลับมาที่เมืองหลักแล้วไปที่ร้านประมูลก่อน จัดการกวาดเอาต้นกระหล่ำปลีและดอกแปะก๊วยที่ประกาศขายอยู่มากินจนเกลี้ยง จากนั้นเอาไปทำเป็นยาต้านทานเวทเงาออกมา เมื่อมองดูเวลาก็พบว่าห้าทุ่มแล้ว จึงเลือกออฟไลน์
จางหยางนอนลงบนเตียง เริ่มคิดพิจารณา
เขาในตอนนี้ต้องการสร้างทีมของตัวเองขึ้นมา จะเอาแต่ไปลงดันเจี้ยนกับปาร์ตี้เฉพาะกิจไม่ได้
ดันเจี้ยนเลเวล 20 คือ ‘รังของมาจาเวย์’ ซึ่งเป็นดันเจี้ยนกลุ่ม แบ่งออกเป็นสามส่วน ‘ตำหนักหน้า’ และ ‘ตำหนักกลาง’ เป็นดันเจี้ยนที่จำกัดผู้เล่นสูงสุด 5 คน อุปกรณ์สวมใส่ที่ดรอปจากดันเจี้ยนทั้งสามโหมดนั้นแตกต่างกันตามระดับความยากคือ เกรดเหล็กสีดำเลเวล 10, เกรดเหล็กสีดำเลเวล 20, และเกรดทองแดงสีเขียวเลเวล 20 ส่วนดันเจี้ยนหลัก ‘รังของมาจาเวย์’ เป็นดันเจี้ยนใหญ่ที่จำกัดผู้เล่นสูงสุด 20 คน ทั้งหมดมีบอสแค่ตัวเดียวนั่นก็คือ ‘มาจาเวย์’ อุปกรณ์สวมใส่ที่ดรอปจากทั้งสามโหมดเรียงตามลำดับความยากคือ เกรดเหล็กสีดำเลเวล 20, เกรดทองแดงสีเขียวเลเวล 20, และเกรดเงินสีขาวเลเวล 20
หรือจะพูดได้ว่า ดันเจี้ยนกลุ่มนี้มีโหมดความตายให้ทำเฟิร์สเคลียร์ 3 ครั้ง! หมายความว่ามีแต้มสกิลให้เก็บเพิ่ม 3 แต้ม!
ในตอนนี้สมาชิกปาร์ตี้ที่เขาวางตัวไว้แล้วมีเจ้าอ้วนหานกับไป่ฟาอีจง หากต้องการผ่านดันเจี้ยนแบบ 5 คน ยังขาดตัวฮีลกับตัวทำดาเมจอยู่
ตัวฮีลที่จางหยางรู้จักมีไม่เยอะ มีแค่เซินไห่เตอโยวอวี้, ชิงซือหรูเสวี่ย, และไกวเสวี่ยเอ๋อร์
แม้เซินไห่เตอโยวอวี้จะนับว่าเป็นคนที่นับถือเขา แต่ว่าทักษะและการรับรู้ยังไม่เข้าท่า การจะปล่อยให้เขารับมือคนเดียวนั้นไม่น่าจะเป็นไปได้!
ชิงซือหรูเสวี่ยกลับไม่เลวเลย แต่น่าเสียดายที่เธอเป็นคนของกิลด์ซือเล่อหยวน ไม่มีทางมาอยู่กับเขาแน่!
ไกวเสวี่ยเอ๋อร์? นี่เป็นคนที่หากได้รับการเจียรไนอีกสักหน่อยก็จะมีศักยภาพในการขึ้นไปเล่นลีกอาชีพคลาส A ถ้าสามารถลากเธอมาเป็นพวกได้ล่ะก็ จะต้องเป็นผู้ช่วยชั้นยอดแน่นอน!
นอกจากนี้สุ่ยเยียนเอ๋อร์ก็ไม่เลว เป็นหยกชั้นเลิศเหมือนกัน!
‘จะหลอกสองคนนี้มาได้มั้ยนะ?’ จางหยางเริ่มคิดถึงความเป็นไปได้นี้
....................................................................