ราชันอหังการ: Chapter0015 ตอนที่ 16
บทที่ 15 ปาฏิหาริย์จากตัวข้า (1)
“เจ้าทำได้ดีมากแล้ว ไม่จำเป็นต้องฝืน” ผู้คุมกฎสวี่ปลอบใจศิษย์ของตน
อวี้เหอเองก็พยักหน้า พูดขึ้น: “อายุเท่านี้ สามารถไปถึงชั้นที่ 7 ในกลุ่มศิษย์รุ่นใหม่ถือว่าอยู่ในระดับแถวหน้าแล้วล่ะ!”
สวีฮุยได้สติหลังความผิดหวัง สูดลมหายใจลึก มองหลี่ชีเย่อย่างเยือกเย็นพลางพูดขึ้น: “ตาเจ้าแล้ว!”
“ฮ่า ยอมแพ้ตอนนี้ยังทันนะ” เวลานี้ศิษย์สำนักปีศาจนพเก้าพากันตะโกนโหวกเหวก: “อาศัยสวะที่ไม่เคยเรียนทักษะเต๋ามาก่อนอย่างเจ้า ผ่านชั้น 1 ไปได้ ก็คงเป็นปาฏิหาริย์แล้วล่ะ”
สวีฮุยกางขาออก จ้องมองหลี่ชีเย่ พูดยิ้มเย้ยอย่างเหี้ยมเกรียม: “หากตอนนี้เจ้ายอมคลานเข่ารอดไป ข้าจะไม่ทำอะไรมาก แต่หากต้องคลานทีหลัง มันไม่ง่ายแบบนี้แน่!”
หนานหวยเหรินและผู้คุมกฎม่อหันหลัง ทนดูต่อไปไม่ได้อีก ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ยังไงหลี่ชีเย่ก็ต้องแพ้ ถึงจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ถึงจะมีโอกาสหนึ่งในล้านล้านของความไปได้ ให้หลี่ชีเย่สามารถผ่านชั้นที่ 7 ของป่ารวนใจ สามารถผ่านการทดสอบนี้ ทว่า เขาก็ยังคงต้องคลานลอดใต้หว่างขาของสวีฮุยลงเขาไปอยู่ดี
แต่หลี่ชีเย่กลับไม่สนใจเลยสักนิด เขาพูดขึ้นช้าๆ : “ไม่ ข้าจะรอให้เจ้ารอดหว่างขาข้าคลานลงไป” เขาพูดพลางก้าวเท้าเข้าไปยังป่ารวนใจ
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ป่ารวนใจ เบื้องหน้าของหลี่ชีเย่กลายเป็นทะเลเพลิง เขาตกลงไปยังโลกแห่งทะเลเพลิงที่เต็มไปด้วยลาวาเดือนระอุในชั่วพริบตา เสียง “ปุด ปุด ปุด” ดังขึ้น ภายใต้ภาพมายา ฝ่าเท้าของเขาถูกความร้อนลวกจนเกิดควันพวยพุ่ง ความเจ็บปวดแบบนั้นมากจนยากที่จะทานรับไหว แต่ทว่า หลี่ชีเย่กลับไม่ส่งเสียงร้องแม้แต่แอะเดียว เขายังคงเดินหน้าต่อไป
สำหรับป่ารวนใจ หลี่ชีเย่ไม่เก็บมาใส่ใจด้วยซ้ำ ความทุกข์ทรมานมานานนับพันล้านปี เขาเคยผ่านความเจ็บปวดมากกว่านี้มานักต่อนัก ในยุคที่ไร้ซึ่งอารยธรรม เขาที่กลายร่างเป็นอีกาทมิฬ เวลานั้นเขายังไม่สามารถคำนวนวันเวลาของฟ้าดิน เขาไม่รู้ว่าตนผ่านความเจ็บปวดมามากแค่ไหน เขาเคยตกอยู่ในกำมือของมารฟ้า เคยตกอยู่ใต้เงื้อมมือของจอมมารแห่งขุมนรก...... เคยถูกกักขังนานนับหมื่นปีโดยไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน เคยผ่านความทรมานมาแล้วนับไม่ถ้วน แม้ว่าร่างของอีกาทมิฬจะเป็นร่างอมตะ ทว่า ความเจ็บปวดเหล่านั้นกลับไม่ได้ลดทอนไปเลยแม้แต่น้อย!
สิบล้านปีที่ผ่านมา เขาเคยไปยังหลุมฝังศพ เคยเข้าสู่ดินแดนเซียน และยังเคยเข้าออกดินแดนของเหล่าภูตผีปีศาจ มันเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยภยันตรายอย่างแท้จริง เมื่อเทียบกันแล้ว สถานที่สำหรับฝึกตบะเต๋าอย่างป่ารวนใจแห่งนี้คงเทียบไม่ติด ไม่คู่ควรที่จะพูดถึงเลยด้วยซ้ำ!
ป่ารวนใจแห่งนี้ไม่อาจสั่นคลอนตบะเต๋าของหลี่ชีเย่ได้แม้แต่น้อย!
“หึ กะอีแค่สวะที่ไม่เคยฝึกบำเพ็ญตนมาด้วยซ้ำ จะผ่านชั้นที่ 1......” ศิษย์บางคนมองป่ารวนใจ พลางพูดด้วยเสียงเย็นชา ทว่า เขายังไม่ทันพูดจบ กลับไม่สามารถพูดต่อได้อีก
แค่ชั่วพริบตา หลี่ชีเย่ก็สามารถผ่านชั้นที่ 1 ไปได้ ภาพมายาทะเลเพลิงหายได้ไปแล้ว หลี่ชีเย่กำลังจมดิ่งลงสู่โลกที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งทันที......
นอกป่ารวนใจ ศิษย์สำนักปีศาจนพเก้านับไม่ถ้วนต่างรอดูหลี่ชีเย่ ทว่า ภาพต่อจากนั้น กลับทำให้ทุกคนได้แต่อ้าปากค้าง
ผู้คุมกฎม่อและหนานหวยเหรินต่างพากันหันหลัง เพราะไม่อยากทนดูหลี่ชีเย่ทำเรื่องน่าขายหน้า ทว่า หลังจากนั้น ความเงียบที่เกิดขึ้น เงียบกริบจนสามารถได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มตก ทำให้พวกเขาประหลาดใจว่าเกิดอะไรขึ้นเบื้องหลัง จนต้องหันกลับไปดู ทันทีที่หันไปพวกเขาก็พบกับภาพที่คาดไม่ถึง
“ชั้น ชั้น ชั้นที่ 8......” เวลานี้เอง ศิษย์บางคนเกิดอาการตัวสั่น พูดจาติดๆ ขัดๆ
“ชั้นที่ 1, ชั้นที่ 2, ชั้นที่ 3......” ศิษย์บางคนตกอยู่ในอาการเหม่อ สายตาจดจ้องอยู่กับย่างก้าวของหลี่ชีเย่ พลางพูดงึมงำ
“ชั้นที่ 9, ชั้นที่ 10, ชั้นที่ 11......” เรื่องที่คาดไม่ถึงได้เกิดขึ้นแล้ว หลี่ชีเย่เดินอยู่ภายในป่ารวนใจ ราวกับกำลังเดินเล่น ยังคงดูผ่อนคลาย ท่วงท่าและความเร็วไม่ได้ช้าลงแม้แต่น้อย ประหนึ่งเขาไม่ได้เดินอยู่ภายในป่ารวนใจ แต่กำลังเดิน
เล่นอยู่ในสวนดอกไม้ก็ไม่ปาน
“ชั้น ชั้น ชั้น ชั้นที่ 14.......” ท้ายที่สุด หลี่ชีเย่เดินฝ่าป่ารวนใจได้สำเร็จด้วยอาการเรียบเฉย เขาเดินออกมาจากอีกฝั่ง เดินออกมาจากชั้นสุดท้ายของป่ารวนใจด้วยท่าทีสบายๆ
เวลานี้ ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างนิ่งอึ้งราวกับแข็งเป็นหิน ตะลุยฝ่าป่ารวนใจทั้ง 14 ชั้น! นี่ เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ! ตั้งแต่อดีตเป็นต้นมา หากเป็นศิษย์รุ่นใหม่ของสำนักปีศาจนพเก้า ไม่เคยมีใครสามารถฝ่าป่ารวนใจทั้ง 14 ชั้นได้สำเร็จมาก่อน แม้แต่ผู้ที่รับถูกขนานนามว่ามีพรสวรรค์มากที่สุด ตบะเต๋าแข็งแกร่งที่สุดของสำนักปีศาจนพเก้าอย่างหลี่ซวงเหยียน ก็ไม่สามารถฝ่าป่ารวนใจทั้ง 14 ชั้นได้!
“เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด......” สวีฮุยตกอยู่ท่ามกลางความสับสน มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ทว่า มันกลับเป็นความจริงอย่างที่สุดที่อยู่ตรงหน้าเขา!
ผู้คุมกฎสวี่อาจารย์ของสวีฮุยยืนอ้าปากค้าง ไม่สามารถปิดปากลงได้ ตะลุยฝ่าป่ารวนใจทั้ง 14 ชั้น แม้แต่เจ้าสำนักกษัตราวงตะวันของพวกเขาก็ยังทำไม่ได้ ตบะเต๋าระดับนี้ จะต้องหนักแน่นมั่นคงจนน่าสะพรึงถึงขั้นไหน!
“อาหารเรียกน้ำย่อย รสชาติธรรมดา” หลี่ชีเย่เดินกลับมา ด้วยท่าทีสบายๆ ดูผ่อนคลาย ราวกับป่ารวนใจที่เขาเพิ่งตะลุยฝ่ามาเมื่อครู่นั้นเป็นเพียงเส้นทางในสวนดอกไม้เท่านั้น
“ว่าไง คุกเข่าคลานมาซะสิ” หลี่ชีเย่มองไปยังสวีฮุย พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบที่สุด
“ไม่ ไม่ มันเป็นไปไม่ได้!” สวีฮุยตะโกนเสียงดัง เวลานี้ อย่าว่าแต่สวีฮุยเลย คนทั้งหมดที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็ไม่อยากเชื่อ! มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
“เป็นไปไม่ได้......” ผู้คุมกฎสวี่ก็ไม่อยากเชื่อเช่นกัน: “หรือป่ารวนใจจะมีปัญหา?”
“ต้องใช่ ต้องใช่แน่ๆ พลังต้องห้ามของป่ารวนใจคงหายไป!” สวีฮุยดูราวกับสามารถคว้าหญ้ากอสุดท้ายที่ช่วยชีวิตตนได้ พูดอย่างร้อนรน: “รอบนี้ไม่นับ พลังต้องห้ามของป่ารวนใจต้องมีปัญหาแน่ๆ !”
“เป็นไปไม่ได้” แม้แต่หัวหน้าผู้คุมกฎอวี้เหอก็ตกอยู่ในภวังค์อยู่นานกว่าจะเรียกสติกลับมาได้ เขาพูดพลางส่ายหน้า: “ตั้งแต่ก่อตั้งสำนัก ป่ารวนใจไม่เคยเกิดปัญหามาก่อน ขอข้าลองดูหน่อย” เขาพูดพลางเดินเข้าไปยังป่ารวนใจด้วยตนเอง
อวี้เหอแข็งแกร่งจริงๆ ไม่เสียทีที่เป็นหัวหน้าผู้คุมกฎ ใน 9 ชั้นแรกเขาสามารถเดินฝ่าไปได้อย่างง่ายดาย ตบะเต๋าของเขาแข็งแกร่งมาก เมื่อถึงชั้นที่ 10 ความเร็วของเขาจึงค่อยๆ ลดลง
เกิดเสียง “ปัง” ดังขึ้น อวี้เหอยังไม่สามารถผ่านป่ารวนใจได้ทั้งหมด ขณะที่เขาพยายามผ่านชั้นที่ 11 เขาถูกดีดออกมาในที่สุด ตบะเต๋าของเขาไม่สามารถแบกรับการรบกวนจากป่ารวนใจได้อีก!
“ป่ารวนใจไม่ได้เสียหาย” ท้ายที่สุด อวี้เหอส่ายหน้า พร้อมพูดด้วยความแน่ใจ เวลานี้ อวี้เหอเองก็มองหลี่ชีเย่ด้วยสายตาแปลกประหลาด เขาไม่อาจเชื่อในข้อเท็จจริงนี้ได้จริงๆ
หลี่ชีเย่เป็นเพียงเด็กหนุ่มอายุสิบสามปีเท่านั้น กลับสามารถฝ่าป่ารวนใจทั้ง 14 ชั้น หากมีเรื่องประหลาดจริง หากเขารู้ว่าอะไรคือใจที่มั่นคงจนไม่มีสิ่งใดสั่นคลอนได้! แต่ไม่ว่ายังไง เด็กหนุ่มที่อายุเพียงแค่สิบสามปี มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ มีตบะเต๋าในระดับนี้ จะต้องผ่านการฝึกฝนมามากแค่ไหน มีตบะเต๋าในระดับนี้ แม้ว่าคุณสมบัติกายจะแย่เพียงใด ตำแหน่งผู้วิเศษในอนาคต คงติดอยู่ที่แค่ต้องรอเวลาและจังหวะเท่านั้น! ปัญหาก็คือ เด็กหนุ่มที่อายุเพียงแค่สิบสามปี เป็นไปไม่ได้ที่จะมีตบะเต๋าในระดับนี้!
เวลานี้ คนทั้งหมดในเหตุการณ์ต่างตกอยู่ในอาการตะลึง ถึงขั้นทำตัวไม่ถูก!
“เจ้าพกของวิเศษติดตัว?” เวลานี้ ผู้คุมกฎสวี่จ้องมองหลี่ชีเย่อย่างเคียดแค้น เขาไม่เชื่อว่าเด็กหนุ่มอายุเพียงแค่สิบสามปีจะสามารถฝ่าป่ารวนใจได้สำเร็จ มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
“ต้องใช่แน่ๆ !” สวีฮุยตะโกนเสียงดัง: “สำนักโบราณสี่เหยียนเป็นสายสำนักของราชันเซียน ไม่แน่ว่า บนตัวเขาอาจมีของวิเศษของราชันเซียนอยู่ก็ได้!”
เวลานี้เอง สายตานับไม่ถ้วนต่างจับจ้องไปที่หลี่ชีเย่ ศิษย์สำนักปีศาจนพเก้าจำนวนมากต่างคิดว่ามันเป็นไปได้ ในเมื่อ สำนักโบราณสี่เหยียนเป็นสายสำนักของราชันเซียน ไม่แน่ว่าทุกวันนี้สำนักโบราณสี่เหยียนอาจยังมีของวิเศษราชันเซียนอยู่ก็เป็นได้! หากมีของวิเศษราชันเซียนจริง ใช้มันช่วยกลโกง ตะลุยฝ่าป่ารวนใจ เรื่องที่เกิดขึ้นก็อาจยังพอเป็นไปได้
“ใช้ของวิเศษทุจริต รอบนี้ถือเป็นโมฆะ!” ผู้คุมกฎสวี่พูดอย่างเย็นชา เวลานี้ เขามั่นใจมากว่าหลี่ชีเย่ต้องใช้กลโกงแน่นอน!
“ผู้คุมกฎสวี่ สิ่งที่ท่านพูดไม่เกินไปหน่อยหรือ” ผู้คุมกฎม่อตื่นจากภวังค์ ตอนนี้เขาไม่มีเวลาไตร่ตรองว่าหลี่ชีเย่สามารถฝ่าป่ารวนใจมาได้อย่างไร เขาพูดด้วยเสียงทุ้ม: “การทดสอบบุ๋นครั้งนี้พวกท่านเป็นคนกำหนด ป่ารวนใจก็เป็นสถานที่ในสำนักปีศาจนพเก้าของพวกท่าน เวลานี้พวกท่านพ่ายแพ้ แต่กลับไม่ยอมรับความจริง!”
“ใช้ของวิเศษโกง ย่อมถือเป็นโมฆะ!” ผู้คุมกฎสวี่พูดอย่างเย็นชา!
ตอนนี้ได้เวลาที่ผู้คุมกฎม่อจะรักษาสิทธิ์ให้หลี่ชีเย่ เขาพูดด้วยเสียงทุ้ม: “เรื่องนี้ไม่ว่าจะใช้ของวิเศษช่วยในการตะลุยฝ่าป่ารวนใจหรือไม่ มันไม่สำคัญ พวกท่านสำนักปีศาจนพเก้าไม่ได้ระบุว่าห้ามใช้ของวิเศษ ในเมื่อศิษย์ของเราสามารถฝ่าป่ารวนใจมาได้ ก็ย่อมต้องเป็นผู้ชนะในรอบนี้!”
“น่าไม่อาย ขี้โกง! สำนักโบราณสี่เหยียนเป็นพวกไร้ยางอาย” เวลานี้ ศิษย์ของสำนักปีศาจนพเก้าต่างไม่เชื่อว่าหลี่ชีเย่จะสามารถฝ่าป่ารวนใจมาได้ ดังนั้น ศิษย์จำนวนไม่น้อยจึงต่างพากันโห่ร้องอย่างไม่พอใจ
ผู้คุมกฎม่อไม่อยากยืดเยื้อ เขาหันไปหาอวี้เหอ: “ผู้คุมกฎอวี้ ศิษย์สำนักโบราณสี่เหยียนของเราได้รับชัยชนะในครั้งนี้ใช่หรือไม่?”
“เรื่องนี้.......” อวี้เหอดูลำบากใจ เขาไม่เชื่อนักว่าหลี่ชีเย่จะสามารถฝ่าป่ารวนใจมาได้จริง ทว่า สำนักปีศาจนพเก้าก็ไม่ได้ระบุจริงๆ ว่าห้ามพกของวิเศษเข้าไปยังป่ารวนใจ
“ข้าทำทุกอย่างถูกต้อง ไม่มีการคดโกง ย่อมไม่จำเป็นต้องละอายต่อฟ้าดิน” เวลานี้เอง หลี่ชีเย่พูดแทรกด้วยน้ำเสียงสบายๆ: “ไม่เหมือนกับศิษย์สำนักปีศาจนพเก้า ที่พ่ายแพ้แต่กลับไม่ยอมรับ ในเมื่อพวกเจ้าคิดว่าข้าซ่อนของวิเศษเอาไว้ พวกเจ้าก็ลองหาดูสิ หากเจอของวิเศษแม้แต่ชิ้นเดียว ข้าจะยอมรับ!
อวี้เหอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาเงยหน้าขึ้น พูดกับหลี่ชีเย่ด้วยเสียงทุ้ม: “หากเจ้าอยากพิสูจน์ความบริสุทธิ์จริง สำนักปีศาจนพเก้าของเรามีวิธี บรรพชนของเราทิ้งของวิเศษเอาไว้ชิ้นหนึ่ง ชื่อว่ากระจกแก่นเซียน สามารถส่องต้นกำเนิดของทุกสิ่ง! หากเจ้ายินยอมให้ใช้กระจกแก่นเซียน หากเจ้าพกของวิเศษราชันเซียนไว้จริง ก็จะถูกกระจกที่ว่าสะท้อนออกมาให้เห็น!”
“ข้าเห็นด้วย ส่องด้วยกระจกแก่นเซียน!” ผู้คุมกฎสวี่คือคนแรกที่เห็นด้วย: “หากกระจกแก่นเซียนส่องแล้วไม่เจออะไร ก็แสดงว่าไม่มีของวิเศษ!”
“ถูกต้อง หากไม่กล้าส่องก็เท่ากับทุจริต!” ศิษย์สำนักปีศาจนพเก้าต่างพากันช่วยพูดเสริม
“พวกเจ้านี่น่าสงสารจริงๆ” หลี่ชีเย่เหลือบมองไปยังกลุ่มคน พูดพร้อมรอยยิ้ม: “ได้ ถ้าพวกเจ้าอยากส่อง ก็แล้วแต่พวกเจ้าเลย! เอามาสิ”
เมื่อเห็นว่าหลี่ชีเย่ตอบรับ อวี้เหอจึงส่งคนไปอัญเชิญกระจกแก่นเซียนออกมาทันที! กระจกแก่นเซียนของสำนักปีศาจนพเก้า มีประวัติที่แสนยาวนาน ได้ยินว่ามีมาตั้งแต่ยุคไร้ซึ่งอารยธรรม ถึงขั้นที่ลือกันว่ามันเคยผ่านการขัดเกลาจากราชันเซียน คุณสมบัติของกระจกแก่นเซียนนี้ มีมากกว่ากระจกส่องความจริงมากหลายเท่าตัวนัก!
----------------------------------------------------------------------------