ราชันอหังการ: Chapter0017 ตอนที่ 18
บทที่ 17 กษัตราวงตะวัน (1)
ในลานต่อสู้ สวีฮุยจ้องมองหลี่ชีเย่อย่างเคียดแค้น เวลานี้ เขาแทบอยากหั่นร่างของหลี่ชีเย่ออกเป็นหมื่นๆ ชิ้น อยากถลกหนังของหลี่ชีเย่ออก ดึงเส้นเอ็นของเขาออกมา
การต่อสู้ในครั้งนี้ พวกอวี้เหอมาชมการต่อสู้ด้วยตัวเอง คนทั้งหมดพากันกลั้นหายใจ สายตาพุ่งเป้าไปที่คนทั้งสอง
เวลานี้ ผู้คุมกฎม่อและหนานหวยเหรินต่างไม่เชื่อว่าหลี่ชีเย่จะสามารถเอาชนะสวีฮุยได้ สวีฮุยคือยอดฝีมือที่อยู่ในระดับเจินมิ่ง อีกอย่าง ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือเขาได้ฝึกเคล็ดวิชาในระดับผู้วิเศษมาแล้ว! หลี่ชีเย่เพิ่งเข้าสำนักโบราณสี่เหยียนได้ไม่นานไม่เคยแม้กะทั่งการฝึกวิชาเต๋า หากอยากเอาชนะสวีฮุย มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย
“เขาจะเอาชนะศิษย์พี่สวีได้จริงๆ เหรอ?” หลี่ชีเย่สามารถฝ่าป่ารวนใจทั้ง 14 ชั้นภายในเวลาไม่นาน ทำให้ตอนนี้แม้แต่ศิษย์ของสำนักปีศาจนพเก้าเองก็ยังไม่ค่อยมั่นใจนัก
ศิษย์บางคนส่ายหน้าพูดขึ้น: “เป็นไปไม่ได้! ที่คนธรรมดาจะเอาชนะผู้บำเพ็ญตนได้ มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย ตั้งแต่อดีตเป็นต้นมาไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้มาก่อน! นอกเสียจากว่าเขาจะมีของวิเศษราชันเซียน! ทว่า เรื่องนี้ก็เป็นไปไม่ได้เช่นกัน ถึงจะมีของวิเศษราชันเซียน เขาก็ไม่มีลมปราณที่แข็งแกร่งพอที่จะขับเคลื่อนของวิเศษเซียนได้!”
“ใช่แล้ว คนที่ไม่เคยผ่านการฝึกวิชาเต๋ามาก่อน ไม่สามารถขับเคลื่อนของวิเศษราชันเซียนได้แน่นอน ถึงเขาจะมีของวิเศษเซียนจริงๆ ก็เถอะ! วิชา ‘เคล็ดกระบี่พิฆาต’ ของศิษย์น้องสวีน่ากลัวมากๆ มันเต็มไปด้วยความพิศวง พลังทรงพลานุภาพ หากเขาเอาจริงในสำนักปีศาจนพเก้าของเรา ถ้าไม่ใช่องค์หญิงหรือศิษย์พี่ใหญ่ลงมือเอง ก็คงไม่มีใครเอาชนะเขาได้!” ศิษย์พี่ที่เคยมีโอกาสประมือกับสวีฮุยมาก่อนพยักหน้าพูดขึ้น
ศิษย์บางคนของสำนักปีศาจนพเก้าที่ไม่เชื่อว่าคนธรรมดาอย่างหลี่ชีเย่จะสามารถเอาชนะสวีฮุยได้พูดขึ้น: “แม้ว่ากายอินทรีทองของศิษย์พี่สวีจะเป็นกายที่ได้มาในภายหลัง ทว่า คุณสมบัติกายของเขามีพัฒนาการที่เร็วมาก หากพูดถึงความเร็ว การโจมตี ในกลุ่มศิษย์พี่ศิษย์น้องเรา ศิษย์พี่สวีถือว่าเป็นหนึ่งในบุคคลแถวหน้าทีเดียว”
ผู้บำเพ็ญตน พูดถึงคุณสมบัติกาย คุณสมบัติกายมีรูปแบบที่มีมาแต่กำเนิดและที่ได้มาภายหลัง คุณสมบัติกายมีทั้งดีและไม่ดี ลำดับจากต่ำไปสูงดังนี้: กายปุถุชน, กายฟ้าภายหลัง, กายฟ้าแต่กำเนิด, กายกษัตรา, กายเทวะ, กายเซียน!”
กายปุถุชนเป็นกายที่พบเห็นได้แพร่หลายมากที่สุด คนธรรมดาทั่วไปส่วนมากล้วนแล้วแต่เป็นกายปุถุชน! เช่นหลี่ชีเย่ที่มีกายปุถุชนเช่นกัน! กายปุถุชนเป็นกายที่มีความอ่อนแอที่สุดทั้งปราณและคุณสมบัติร่างกาย!
“แกร๊ง——แกร๊ง——แกร๊ง——”” สวีฮุยคำรามเสียงยาว พริบตาเดียว แสงกระบี่พุ่งออกจากรอบกายของเขา แสงกระบี่สายแล้วสายเล่า ก่อร่างเป็นลานกระบี่ขนาดยักษ์ แสงกระบี่มากมายราวกระบี่เทพกำลังโอบล้อมร่างของเขาเอาไว้! ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ราวกับเป็นปราการเทพ ที่ศัตรูไม่อาจทำลายได้ !
“เปิด......” เวลานี้ สวีฮุยอ้าปากพ่นกระบี่เทพออกมาเล่มหนึ่ง กระบี่เทพมายาพลันกลายสภาพเป็นกระบี่เทพแปดเล่มลอยอยู่กลางอากาศ กระบี่เทพแต่ละเล็มมีขนาดใหญ่มหึมา แต่ละเล่มทรงพลังราวกับสามารถแหวกพิภพได้เลยทีเดียว
“เคล็ดกระบี่พิฆาต กระบี่เทพเพลิงทอง!” ศิษย์บางคนอดไม่ได้จนต้องพูดด้วยความอิจฉา: “เจินชี่ของศิษย์พี่สวี สามารถก่อร่างเป็นศิลาเทพเพลิงทองได้สมบูรณ์แบบจริงๆ การโจมตีหลักของกระบี่เทพเพลิงทอง การป้องกันของเคล็ดกระบี่พิฆาต ภายในสำนักปีศาจนพเก้าของเรา นอกจากพวกศิษย์พี่ใหญ่แล้ว เกรงว่าคงไม่สามารถหาใครที่เอาชนะศิษย์พี่สวีได้อีก”
ของวิเศษของผู้บำเพ็ญตน แบ่งออกเป็นเจินชี่และมิ่งชี่ เจินชี่หมายถึงของวิเศษที่แท้จริง มิ่งชีหมายถึงของวิเศษทั่วไป เจินชี่มีความแข็งแกร่งมากกว่ามิ่งชี่!
เมื่อเห็นภาพดังกล่าว ผู้คุมกฎม่อได้แต่นิ่งเงียบ ส่วนหนานหวยเหรินได้แต่ถอนหายใจเบาๆ ทั้งทักษะเต๋าและเคล็ดวิชาที่มี เจินชี่ที่แข็งแกร่ง หลี่ชีเย่ไม่มีหวังเลยสักนิด!
สถานะของสวีฮุยในตอนนี้ อย่าว่าแต่หนานหวยเหรินเลย แม้ว่าผู้คุมกฎม่อจะลงมือเอง ก็คงไม่สามารถทำอะไรการป้องกันของสวีฮุยได้ หากไม่สามารถทำลายการป้องกันของสวีฮุยได้ตั้งแต่แรก ก็จะต้องถูกโจมตีด้วยห่าฝนอันบ้าคลั่งของเคล็ดวิชาผู้วิเศษ หากตกอยู่ในสถานการณ์นั้นก็คงน่ากลัวไม่น้อย!
“เข้ามาสิ เจ้าเดียรัจฉาน วันนี้ข้าจะสับร่างของเจ้าเป็นหมื่นชิ้น!” สวีฮุยคำรามบ้าคลั่ง พูดพลางชี้กระบี่ไปยังหลี่ชีเย่
“ถุย...” หลี่ชีเย่ถ่มน้ำลายลงบนฝ่ามือ ถูไปมา พฤติกรรมนี้ต่างจากท่าทีสบายๆ ตามปกติของเขาโดยสิ้นเชิง มันดูต่ำทรามอย่างที่สุด
“สับร่างเป็นหมื่นชิ้น?” หลี่ชีเย่พูดอย่างผ่อนคลาย: “เจ้าคงทำไม่ได้หรอก ข้าจะตีเจ้าให้กลายเป็นหัวหมู ให้แม้แต่พ่อกับแม่ก็ยังจำเจ้าไม่ได้!” เขาพูดพลางค่อยๆ นำกระบองตีงูออกมา
เมื่อเห็นหลี่ชีเย่นำกระบองตีงูออกมา หนานหวยเหรินแทบจะเป็นลม นั่นมันกระบองเขี่ยไฟของสำนักโบราณสี่เหยียนของพวกเขาไม่ใช่เหรอ? เขาคาดหวังว่าหลี่ชีเย่จะใช้ดาบฉีเหมิน บางทีดาบฉีเหมินอาจทำให้หลี่ชีเย่มีโอกาสได้สู้บ้าง หรืออาจมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นก็ได้
ทว่า หลี่ชีเย่ไม่ได้ใช้ดาบฉีเหมิน แต่กลับใช้กระบองเขี่ยไฟนี่! มัน มันไม่เท่ากับรนหาที่ตายหรอกเหรอ? กระบองเขี่ยไฟอันนี้ แค่สวีฮุยตวัดกระบี่เทพเพลิงทองเบาๆ มันก็คงขาดเป็นสองท่อนแล้ว!
ในส่วนผู้คุมกฎม่อยิ่งไม่ต้องพูดถึง หลี่ชีเย่ไม่เหลือความหวังแล้วจริงๆ เวลานี้เขามีเพียงแผนการเดียวเท่านั้น คือหากชีวิตของหลี่ชีเย่ตกอยู่ในอันตราย ไม่ว่ายังไงก็จะต้องช่วยชีวิตเขาให้ได้!
“สำนักโบราณสี่เหยียนตกต่ำไปมากจริงๆ แค่กระบองไม้พังๆ กลับกล้าเอามาเผชิญหน้ากับกระบี่เทพเพลิงทองของศิษย์พี่สวี!” ศิษย์สำนักปีศาจนพเก้าบางคนพูดอย่างอดไม่ได้
เนื่องจากหลี่ชีเย่เคยฝ่าป่ารวนใจมาได้ ซึ่งมันยังคงติดตาอวี้เหออยู่ ดังนั้น เขาจึงดูอย่างตั้งใจ เปิดเนตรฟ้า พร้อมพิจารณากระบองของหลี่ชีเย่อย่างละเอียด เขากลัวจับใจว่ากระบองอันนี้จะเป็นของวิเศษที่ราชันเซียนหลอมขึ้นเองกับมือ
ทว่า ไม่ว่าจะมองยังไง กระบองไม้ก็ยังคงเป็นกระบองไม้ธรรมดา ซึ่งไม่เคยผ่านพิธีกรรมหลอมพิเศษอะไร และไม่ได้มีการเพิ่มพลังวิเศษใดๆ เป็นเพียงแค่กระบองไม้ที่ธรรมดาอย่างที่สุด
เวลานี้อวี้เหอเกิดความสงสัยในใจ กระบองไม้อันหนึ่งแต่กลับกล้านำมาเผชิญหน้ากับของวิเศษในระดับเจินมิ่ง? ช่างไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำและรนหาที่ตายจริงๆ !
ผู้คุมกฎสวี่ยิ้มอย่างเยือกเย็น หลี่ชีเย่รนหาที่ตายเอง ศิษย์ของเขาคงสามารถสังหารหลี่ชีเย่ให้ตายได้ในกระบี่เดียว!
“เจ้าหนู เข้ามาสิ ข้าจะตีก้นเจ้าให้แหลกเลยทีเดียว!” หลี่ชีเย่ยังคงความอวดดีเอาไว้ พร้อมชี้กระบองตีงูตรงไปที่สวีฮุย
“รนหาที่ตาย!” สวีฮุยคำราม กระบี่เทพทั้งแปดรวมเป็นหนึ่งในพริบตา เกิดเสียง “แกร๊ง” เสียงกระบี่ก้องฟ้า กระบี่เทพเล่มหนึ่งฟาดฟันลงไป พร้อมเปลวเพลิงระอุจำนวนนับไม่ถ้วน ลานต่อสู้ที่กว้างใหญ่นั้น กำลังจะกลายเป็นทะเลเพลิง!
“แย่แล้ว......” เมื่อเห็นกระบี่เล่มนั้น หนานหวยเหรินไม่อาจทนดูต่อได้อีก ทันทีที่กระบี่นั่นฟาดฟันลงไป เกรงว่าแม้แต่ซากของหลี่ชีเย่ก็คงไม่เหลือ สวีฮุยตั้งใจที่จะสังหารหลี่ชีเย่ในกระบี่เดียว!
“มาได้จังหวะ......” หลี่ชีเย่ดูไม่แยแสเลยสักนิด เขาส่งเสียงประหลาด พร้อมพุ่งตัวออกไปในพริบตา กระบองตีงูในมือกวัดแกว่งอย่างไร้ทิศทาง ราวกับไม่ได้ตั้งใจ!
“ศิษย์พี่สวี ฆ่ามันซะ!” เมื่อเห็นหลี่ชีเย่กำลังรนหาที่ตาย ศิษย์สำนักปีศาจนพเก้าแสดงท่าทีตื่นเต้นอย่างอดไม่ได้ หากสวีฮุยสามารถสังหารหลี่ชีเย่ได้ในกระบี่เดียวจริงๆ ก็คงมากพอที่จะใช้เลือดของเขาล้างความอัปยศได้!
เกิดเสียงดัง “ปัง......” และแล้ว มันไม่ได้น่าสังเวชอย่างที่ทุกคนคาดการณ์ไว้ ไม่ได้เป็นไปตามจินตนาการของทุกคนที่ว่า หากกระบี่นั้นฟาดลงไป หลี่ชีเย่ก็คงแหลกจนไม่เหลือซาก
กระบองตีงูของหลี่ชีเย่ถูกชักออกมา มันจู่โจมไปยังจุดอ่อนที่สุดของกระบี่เทพเพลิงทองได้อย่างคาดไม่ถึง โจมตีไปยังแกนดาบได้ในพริบตา เกิดเสียงดัง “แกร๊ง” กระบี่เพลิงทองของสวีฮุยถูกโจมตีจนร่วงตกลงพื้น หากเป็นงูพิษคงเหมือนการโจมตีโดนจุดสำคัญ ทันทีที่ถูกจู่โจมมันก็ไม่หลงเหลือพิษสงใดๆ
“เจ้าหนู ข้าจะตีเจ้าให้กลายเป็นหัวหมู!” สวีฮุยแทบไม่อยากเชื่อ ทว่า เวลานี้หลี่ชีเย่กำลังพุ่งจู่โจมเขา กระบองตีงูกำลังกวัดแกว่งอย่างไร้ทิศทางไปที่สวีฮุย!
“ฆ่า.......” สวีฮุยคำราม โดยไม่ยอมถอย แสงกระบี่รอบตัวเขาแปรเปลี่ยนเป็นทะเลกระบี่ในพริบตา พลันพุ่งตรงไปหมายสังหารหลี่ชีเย่ เขาไม่เชื่อเรื่องพลังนอกรีตบ้าบอแน่นอน!
เกิดเสียงดัง “ตุบ” และแล้ว อย่าว่าแต่ “เคล็ดกระบี่พิฆาต” ในระดับผู้วิเศษที่ยังไม่ได้ใช้เลย ทันทีที่กระบองตีงูฟาดออกไป แค่พริบตาเดียวมันกลับทำลาย “เคล็ดกระบี่พิฆาต” ลงอย่างไม่เป็นท่า พร้อมฟาดกระบองไปที่ใบหน้าสวีฮุยสุดแรง เพียงแค่กระบองเดียว ก็ทำให้สวีฮุยบาดเจ็บจนเลือดสาด! สวีฮุยถูกตีจนเกิดอาการมึน ตาลายดาวเต็มฟ้า!
“ตุบ ตุบ ตุบ......” เพียงชั่วพริบตา หลี่ชีเย่ฟาดกระบองออกไปกว่าสิบครั้ง กระบองโจมตีไปยังจุดที่อ่อนแอที่สุดของสวีฮุย เพียงครู่เดียวสวีฮุยก็ถูกตีจนหมดเรี่ยวแรง เหมือนกับงูที่ถูกตีจนกระดูกสันหลังหัก ลมปราณไม่ไหลเวียน เคล็ดวิชาแตกซ่าน กระดูกอ่อนปวกเปียก! พริบตาเดียว สวีฮุยถูกตีจนล้มกองลงไปกับพื้น ใบหน้าที่ถูกฟาดไปหลายครั้ง อาบโชกไปด้วยเลือด
กระบองตีงูไม่ได้เป็นของวิเศษ ไม่ใช่ศาตราเทพ มันเป็นเพียงแค่กระบองไม้ธรรมดาเท่านั้น! ตีงูตีให้ตรงจุด ทันทีที่กระบองฟาดออกไป จะเน้นโจมตีที่จุดอ่อน ทำลายให้ตรงจุด! หากไม่ได้ฝึกจนถึงระดับเทียนหยวน น้อยคนนักที่จะสามารถหลบหลีกกระบองนี้ไปได้! กระบองตีงู ถือเป็นคู่ปรับกับผู้บำเพ็ญตนทั่วไปเลยทีเดียว
กระบองตีงูยาวสามฟุต เป็นสิ่งที่หายากมาก ในยุคต้นของเหล่าราชัน หลี่ชีเย่ที่กลายร่างเป็นอีกาทมิฬต้องเข้าไปยังดินแดนโบราณอันโหดร้าย ใช้เวลาไม่น้อยในป่าผีกว่าที่จะได้กระบองตีงูยาวสามฟุตนี้มา!
อย่าว่าแต่สวีฮุยเลย ในอดีตก่อนที่ราชันเซียนหมิงเหรินจะกลายเป็นราชันเซียน เขาเองก็เคยได้รับความเจ็บปวดจากกระบองตีงูอันนี้มาไม่น้อย เวลานั้นเหล่าขุนพลไร้เทียมทานของราชันเซียนหมิงเหริน ในช่วงที่พวกเขาอายุยังน้อย ต่างก็เคยถูกกระบองอันนี้ทุบตีจนเนื้อแตก ร้องเสียงหลงมาแล้วมานับครั้งไม่ถ้วน!
หากต้องการหลบกระบองตีงูอันนี้ วิธีการนั้นไม่ยาก เมื่อเจ้าสามารถทะลวงระดับเทียนหยวนได้ การหลบหลีกกระบองอันนี้ก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป หากยังไม่ถึงระดับเทียนหยวน เมื่อเผชิญหน้ากับกระบองตีงูจะไม่มีทางเลี่ยงการถูกตีได้เลย
กระบองตีงู ไม่ใช่ของวิเศษ ไม่ใช่ศาตราเทพ มันคือกระบองที่ทำขึ้นจากไม้ที่ได้จากต้นไม้ที่ผ่านการเจริญเติบโตอย่างยาวนานในแดนโบราณหฤโหด!
ถึงจะอยู่ในระดับเทียนหยวนแล้ว ก็ยังมีโอกาสที่จะถูกกระบองตีงูตีจนเนื้อแตกได้อยู่ดี ทว่า กระบองตีงูนี้จะไม่สังหารใคร! และด้วยเหตุนี้ หลี่ชีเย่ที่กลายร่างเป็นอีกาทมิฬในเวลานั้นจึงดั้นด้นเข้าไปยังดินแดนโบราณ ทุ่มเทเวลาไม่น้อยในป่าผีกว่าที่จะได้กระบองตีงูนี้มา เพื่อที่จะใช้มันสั่งสอนกลุ่มราชันเซียนหมิงเหรินในเวลานั้น!
“ตุบ ตุบ ตุบ......” ในชั่วพริบตา สวีฮุยถูกโจมตีจนล้มลงกองกับพื้น หลี่ชีเย่เองไม่ได้ออมมือเลยแม้แต่น้อย เขาฟาดกระบองตีงูตรงไปที่สวีฮุย เพียงไม่นาน สวีฮุยก็ถูกตีจนเนื้อแตก เนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผล กองอยู่กับพื้นไม่สามารถลุกได้!
ภาพที่เห็น ทำให้ทุกคนต่างตกอยู่ในอาการตะลึง! อวี้เหอตกใจมาก รีบใช้เนตรฟ้าพิจารณากระบองตีงูทันที ทว่า มันยังคงเป็นเพียงแค่กระบองไม้ธรรมดา ไม่มีพลังเทพวิเศษใดๆ และไม่มีเวทมนตร์อะไรทั้งสิ้น สำหรับการผนึกพลังใดๆ ก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง มันเป็นเพียงแค่กระบองไม้ธรรมดาจริงๆ
----------------------------------------------------------------------------