เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา ตอนที่ 882
ตอนที่ 882 หนานเสียนมาแล้ว (1)
นางเป็นคนเข้มงวดมาตลอด เพื่อตระกูลมู่ นางฝึกฝนคนกลุ่มนั้นทุกคืนวัน เพื่อทำให้ตระกูลมู่มีกำลังที่เข้มแข็งขึ้นไปอีก
เพื่อทำให้ตระกูลเข้มงวด ตั้งแต่เริ่มต้นนางจึงกลายเป็นคนน่ารังเกียจ
แต่เฉินชิงเยียนไม่ได้ต้องการเหน็ดเหนื่อยจนเกินเหตุเช่นนี้ นางต้องการเพียงยาวิเศษจำนวนหนึ่ง ทำให้คนตระกูลมู่สยบต่อนาง ชื่นชมนาง
ส่วนยาวิเศษพวกนั้น ล้วนเป็นของตระกูลมู่ทั้งสิ้น!
เดิมยาวิเศษก็แบ่งออกไปอย่างพอเหมาะพอดีแล้ว หากแบ่งสรรมากเกินไปมีแต่ทำให้ตระกูลมู่สูญเสียความตั้งใจทุ่มเทเพื่อตระกูลมู่ ที่แท้กลายเป็นความผิดของนาง...
นางไม่ใส่ใจตระกูลมู่ได้ ทั้งไม่ใส่ใจมู่หลิงได้ ทว่าเวลาและความแข็งขันที่นางทุ่มเทแรงกายแรงใจไปมากมาย ถึงขั้นลำบากลำบนทุกคืนวันกลับแลกมาได้แค่ประโยคนี้เท่านั้น
เห็นได้ชัดว่านางช่างน่าขันเหลือเกินใช่หรือไม่
ลมแรงสายหนึ่งพัดเข้ามาอย่างกะทันหัน
มู่หลิงได้สติกลับมา เบี่ยงกายหลบ กระแสลมคลั่งนั้นกระแทกใส่ต้นไม้สูงตระหง่านข้างกาย ต้นไม้ทั้งต้นหักล้มลงพื้น
ครั้งนั้นมู่หลิงหลบไวขึ้น แต่ฝุ่นยังตลบคลุ้งเปรอะเปื้อนอาภรณ์เขา ทำให้เขสำลักไอออกมาอย่างอดไม่ได้ ใบหน้าเขาเขียวคล้ำมองเฟิงหรูชิงเย็นชา
ระดับเสวียนอู่หรือ
จากปราณเมื่อครู่ถ้าเขาสัมผัสได้ไม่ผิดละก็ นางหนูนี่คือผู้ฝึกระดับเสวียนอู่...
พลังสามารถระดับ ก็มากพอทำให้คนในจวนเทียนเสินตื่นตระลึงแล้ว
น่าเสียดายที่ตระกูลมีอัจฉริยะอย่างหนานเสียนแล้ว คนที่เขาหาให้หนานเสียนมิใช่อัจฉริยะ แต่เป็นคนที่มีฐานะเท่าเทียมตระกูลมู่ได้
“นางหนู” มู่หลิงยกมุมปากเป็นรอยยิ้มเย็นชา “นี่เป็นเรื่องในตระกูลมู่ของข้า เจ้ายังไม่ใช่คนของตระกูลมู่ ไม่มีคุณสมบัติสอดมือ”
หากมิได้เห็นแก่ซู่อี อาศัยความกล้าที่นางหนูนี่กล้าลงมือกับเขา เขาก็ไม่อาจปล่อยนางไป!
“มีบางคนบางคนใช้บุญคุณเล็กน้อยทำให้คนจำนวนมากสยบชื่นชม” เฟิงหรูชิงเดินเข้าไปหามู่หลิง น้ำเสียงเย็นสบายคล้ายกระแสลม “แต่ดันไม่รู้ว่า บุญคุณที่นางมอบให้นั้นใช้ข้าวของของตระกูลมู่แลกมา นางไม่ได้ลงแรงอะไรทั้งนั้นก็ทำให้ทุกคนเชื่อนาง”
“แต่มีบางคนเพื่อตระกูลมู่แล้ว ต้องลำบากตรากตรำไม่เคยได้ดี ซ้ำยังถูกก่นด่า”
“แล้วยังบางคน สมองทึบไม่ได้สติ เหมือนสมองมีแต่น้ำ ไม่รู้ดีชั่ว โง่งมจนเกินเยียวยา!”
แต่ละวาจาของหญิงสาวเหมือนกับมีดสั้นทิ่มแทงใจมู่หลิงอย่างรุนแรง ทำให้เขาโมโหอย่างยิ่ง
“นางหนู อย่าคิดว่าซู่อีปกป้องเจ้า ข้าจะปล่อยให้ปีนขึ้นมาเหิมเกริมบนหัวข้าได้!”
เฟิงหรูชิงยิ้ม “เหิมเกริมบนหัวท่านหรือ ท่านมีหัวด้วยหรือไง นั่นมันก็แค่กองขยะกองหนึ่งเท่านั้น ในนั้นมีแต่ของเน่าเสีย”
“บังอาจ!” มู่หลิงตวาดกร้าว “นางหนู อย่าลืมว่าข้าคือพ่อของหนานเสียน หากเจ้าจะเป็นผู้หญิงของเขา เอาใจซู่อีอย่างเดียวก็ไม่มีประโยชน์ มีแต่ข้าเท่านั้นที่มีสิทธิ์ตัดสินใจเรื่องงานแต่งงานของเขา!”
ซู่อีแววตาเคร่งขรึม กำลังจะเอ่ยปาก เฟิงหรูชิงก็มองนางเอ่ยอย่างเหิมเกริมไม่ยอมให้คนคัดค้าน
“ซู่อี ท่านไปรอข้าเฉยๆ ด้านข้างก่อน ท่านไม่ถนัดต่อกรกับคนไร้ยางอายเช่นนี้”
ซู่อี “...”
ไม่รู้ทำไมความรู้สึกที่ได้รับการปกป้องจากลูกสะใภ้ ทำให้กระบอกตานางแดงเรื่อขึ้น
ดังนั้นซู่อีเดินไปด้านข้างอย่างเชื่อฟัง ยืนเงียบไม่ปริบปาก
เฟิงหรูชิงค่อยมองที่มู่หลิง นางยิ้มเย้ยหยัน “ท่านว่า ท่านทำให้หนานเสียนเชื่อฟังได้หรือเปล่า”
มู่หลิงหน้าดำคร่ำเครียด