ยามดอกวสันต์ผลิบาน

ยามดอกวสันต์ผลิบาน: Chapter 054 ตอนที่ 55

#55Chapter 054

ตอนที่ 54 เล่าเรื่องในอดีต

"จะไม่เกรงใจเจ้าค่ะ" อวี๋มามากล่าวอย่างเชื่องช้า ดวงตาทั้งสองเหลือบมองบนตัวของโจวเสาจิ่น

โจวเสาจิ่นนึกถึงตอนที่ตนเองยังมีอายุหกขวบนั้นบิดาได้พาหลี่ซื่อภรรยาใหม่กลับบ้านเดิมมาเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ตอนนั้นนางก็เคยกลับมาเยี่ยมบ้านบรรพบุรุษและค้างอยู่ด้วยสองสามวัน แต่ก็พอจะเข้าใจความอยากรู้อยากเห็นของหญิงชราผู้นี้ได้ จึงยิ้มพลางเชิญให้นางนั่งลงเพื่อสนทนากัน

ทว่าอวี๋มามาไม่กล้าแม้แต่จะนั่งลง โจวเสาจิ่นจึงกล่าวว่า "ท่านเพิ่งจะกล่าวไปว่า 'จะไม่เกรงใจ' มิใช่หรือ ทำไมเพียงพริบตาเดียวก็เกรงใจข้าขึ้นมาแล้ว!"

ไม่คาดคิดว่าคำพูดหนึ่งประโยคนี้จะทำให้อวี๋มามาน้ำตาไหลลงมา สะอึกสะอื้นกล่าวขึ้นว่า "คุณหนูรอง ไม่เพียงโตมามีหน้าตาคล้ายฮูหยินเท่านั้น แม้แต่ลักษณะนิสัยนี้ก็ยังเหมือนฮูหยิน สุภาพอ่อนโยนยิ่งเจ้าค่ะ"

น้อยครั้งนักที่โจวเสาจิ่นจะคิดถึงมารดา

ด้วยนางกลัวว่าตนเองจะรู้สึกน้อยใจและโศกเศร้าเสียใจอย่างห้ามไม่อยู่

น้ำตาของอวี๋มามาดั่งสายน้ำหลาก เพียงครู่เดียวก็ทลายแนวรั้วที่ตั้งล้อมอยู่อย่างมั่นคงนั้นลง ทำให้น้ำตาของโจวเสาจิ่นก็ไหลตามลงมาด้วย

ซือเซียงที่ถือถาดน้ำชาเดินเข้ามากล่าวกับอวี๋มามาผู้นั้นอย่างไม่พอใจว่า "มามาผู้นี้ คุณหนูรองมาหาท่านเพื่อถามไถ่อย่างใจดี แต่ท่านก็กระไร แทนที่จะพูดอะไรสักสองสามประโยคให้คุณหนูได้มีความสุข กลับปลุกเร้าให้คุณหนูร้องไห้ขึ้นมาแทน...”

"ล้วนเป็นความผิดของข้าๆ" อวี๋มามากล่าวขอโทษซ้ำแล้วซ้ำอีก ดึงแขนเสื้อมาเช็ดดวงตา "คุณหนูรองได้โปรดอย่าถือโทษข้าเลย"

ซือเซียงเองก็หยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตาให้โจวเสาจิ่น

ผ่านไปครู่ใหญ่โจวเสาจิ่นถึงหายจากอาการโศกเศร้า กล่าวขึ้นว่า "ทำให้มามาเห็นเรื่องน่าขันเสียแล้ว"

"เรื่องน่าขันอะไรกันเจ้าคะ" อวี๋มามาได้ยินแล้วก็กระตือรือร้นขึ้นมาเล็กน้อย กล่าวว่า "การที่บุตรสาวคิดถึงมารดา ก็เป็นเรื่องธรรมชาติที่เป็นมาแต่กำเนิด คุณหนูรองเป็นผู้ที่มีจิตใจกตัญญูผู้หนึ่ง องค์พระโพธิสัตว์กวนอิมจะปกปักรักษาและประสาทพรให้ท่านพบเจอสามีที่ดี มีบุตรหลานเต็มเรือน มีความสุขไปตลอดทั้งชีวิตและอายุยืนยาวเจ้าค่ะ"

พบเจอสามีที่ดี!

โจวเสาจิ่นอดขบขันตัวเองอยู่ในใจไม่ได้ไปหลายครั้ง

เรื่องสามีที่ดีนั้นนางเลิกคิดไปแล้ว ขอเพียงชีวิตนี้อย่าได้เดินบนเส้นทางเดิมของชีวิตก่อนก็พอแล้ว

โจวเสาจิ่นจิบน้ำชาไปสองคำ อารมณ์จึงค่อยๆ สงบลงมา

นางให้ซือเซียงออกไป แล้วถามอวี๋มามาว่า "ท่านพอจะทราบเรื่องของท่านตาตระกูลจวงของข้าหรือไม่"

"ท่านหมายถึงนายท่านของตระกูลจวงผู้เป็นลุงหรือเจ้าคะ" อวี๋มามาไม่รอให้เสียงของโจวเสาจิ่นจบลง ก็กล่าวแทรกขึ้นด้วยความขุ่นเคืองเต็มใบหน้า "เขาก็ช่างทำให้ฮูหยินต้องเสื่อมเสียเสียเหลือเกิน ตอนที่ฮูหยินยังมีชีวิตอยู่ก็มักจะมาหาทุกสองสามวันเพื่อขอนู่นขอนี่ แต่ก่อนนายท่านยังคิดจะถนอมน้ำใจของญาติพี่น้อง บอกให้ฮูหยินไม่ต้องไปโต้แย้งกับลุงจวง เรื่องใดที่สามารถช่วยเหลือได้ก็ช่วยไป ทว่าลุงจวงผู้นั้นได้คืบจะเอาศอก ปากยิ่งอ้าก็ยิ่งกว้างไม่รู้จักพอ เขาไม่เพียงแต่ไม่ทำงานหาเลี้ยงชีพอย่างสุจริต แต่ยังนำเงินของฮูหยินไปกินดื่ม...เอ่อ และเล่นพนัน นานเข้าฮูหยินเห็นว่านี่ไม่ใช่เรื่อง จึงไม่ยอมให้ความช่วยเหลือเขาอีก ทั้งยังขอร้องให้นายท่านช่วยออกหน้าจัดการให้ ท่านลุงเห็นว่าขูดรีดเอาเงินจากที่นี่ไม่ได้แล้ว ก็โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงจนจมูกไม่เป็นจมูกและตาไม่เป็นตา เขายังตะโกนเสียงดังด่าทอให้ฮูหยินดูไม่ดีต่างๆ นานา ไม่สนใจถึงชื่อเสียงของฮูหยินเลยสักนิด เพราะเรื่องนี้ทำให้ฮูหยินโกรธเคืองจนร้องไห้ไปหลายครั้ง หากไม่ใช่ว่ามีนายท่านคอยปลอบโยน เกรงว่าฮูหยินอาจจะคิดฆ่าตัวตายไปแล้วก็เป็นได้..."

แม้กระทั่งองค์จักรพรรดิเองก็ยังมีญาติพี่น้องผู้แร้นแค้นมาเคาะประตูวังเพื่อขอเงินช่วยเหลือ ต่อให้เป็นเช่นนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องคิดฆ่าตัวตายนี่นา!

โจวเสาจิ่นคิดว่าถ้อยคำของอวี๋มามาผู้นี้เกินจริงอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้กล่าวแย้งแต่อย่างใด ฟังนางเล่าต่อไปอย่างเงียบๆ อยู่นาน จนกระทั่งนางเล่าจนจบจึงเอ่ยถามขึ้นว่า "ข้าได้ยินคนอื่นพูดกันว่า แต่เดิมตระกูลจวงก็มีทรัพย์สินที่ดินเพียงเล็กน้อย ต่อมาล้วนถูกท่านลุงจวงเอาไปเดิมพันหมดหน้าตักจนแพ้ มีเรื่องเช่นนี้จริงหรือไม่"

"มีเจ้าค่ะๆ" อวี๋มามากระตือรือร้นขึ้นมาอีกครั้ง กล่าวว่า "ทรัพย์สินที่ดินของตระกูลจวงถูกเขาเอาไปเดิมพันจนแพ้ทั้งหมดเจ้าค่ะ ทั้งยังไม่รู้ว่าเขาไปขโมยภาพอักษรมาจากที่ใด อ้างว่าเป็นของที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษตระกูลจวง เอาอักษรภาพหนึ่งภาพไปหลอกขายให้สองตระกูล ด้วยเหตุนี้จึงถูกฟ้องร้อง..."

โจวเสาจิ่นถามขึ้นว่า "เช่นนั้นท่านยังจำได้หรือไม่ว่าท่านแม่ของข้าครั้งยังมีชีวิตนั้นอาศัยอยู่ที่ใด ข้าอยากไปดูสักครั้ง"

อวี๋มามาที่ยังโมโหใหญ่อยู่เมื่อครู่นี้กลับเปลี่ยนเป็นเซื่องซึมลงทันทีเสมือนกับมะเขือยาวที่โดนแม่คะนิ้งเกาะอยู่ กล่าวพึมพำว่า "ก็...มีเรือนไม่มากนักหรอกเจ้าค่ะ พอตกไปอยู่ในมือของนายท่านผู้เฒ่าจวง ก็ขายไปบ้างแล้ว..."

ท่าทางของนางไม่อยากกล่าวถึงมากนัก เสมือนกับว่ากำลังช่วยสร้างภาพสุขสงบให้กับตระกูลจวงอยู่ก็ไม่ปาน

โจวเสาจิ่นถอนหายใจอย่างเงียบๆ

นางกลัวว่าจะทำให้ท่านแม่เสียหน้าหรือ

"บุตรธิดาไม่รังเกียจมารดาผู้อัปลักษณ์ และสุนัขก็ไม่รังเกียจครอบครัวที่ขัดสน" โจวเสาจิ่นจำต้องกล่าวว่า "ท่านแม่เป็นสตรีในห้องหอผู้หนึ่ง เรื่องของตระกูลจวงจะให้นางเข้าไปแทรกแซงยุ่งเกี่ยวได้อย่างไร ข้าเพียงอยากจะดูเรือนของท่านตาสักหน่อยเท่านั้นเอง มามาไม่จำเป็นต้องคิดมาก"

"เจ้าค่ะๆ" อวี๋มามาได้ยินแล้วราวกับได้ยกภูเขาออกจากอก ยิ้มและกล่าวว่า "เป็นคุณหนูที่ความคิดเฉียบแหลม เอ่ยสิ่งที่อยู่ในใจของข้าออกมาได้ นายท่านผู้เฒ่าจวงไม่ได้ทำมาหากินเป็นชิ้นเป็นอันอะไร มิหนำซ้ำเรื่องภายในจวนก็ยังเป็นคนไม่รู้ร้อนรู้หนาวผู้หนึ่ง อีกทั้งไม่มีบุตรชาย ยามใช้จ่ายเงินจึงไม่พิถีพิถันรอบคอบเท่าไหร่นัก...”

เรื่องเหล่านี้โจวเสาจิ่นก็รู้แน่อยู่แก่ใจเช่นกัน

นับตั้งแต่ที่ท่านยายร่วมสายเลือดของนางเสียไปแล้ว ท่านตาของนางก็ไม่ได้แต่งงานใหม่ เรื่องภายในตระกูลจึงได้ท่านยายทวดเป็นผู้ดูแลจัดการทั้งหมด

"เมื่อก่อนข้าเคยได้ยินสาวใช้ที่ติดตามฮูหยินมาจากบ้านเดิมเล่าให้ฟัง" อวี๋มามากล่าว "เดิมทีฮูหยินอาศัยอยู่ท้ายซอยของเรือนบรรพบุรุษตระกูลจวง ตอนที่ฮูหยินอายุสิบขวบ เรือนท้ายซอยถูกหิมะทับถมจนพังถล่มลงมาที่ห้องข้างไปกว่าครึ่ง ทว่าตอนนั้นนายท่านผู้เฒ่าจวงกำลังไปเยี่ยมสหายอยู่ที่อู๋ซีและยังไม่ได้กลับมา นายหญิงผู้เฒ่าไม่มีทางเลือกอื่นใด จำต้องพาฮูหยินย้ายไปอยู่ที่เรือนที่เป็นสินสอดของนายหญิงผู้เฒ่าที่ถนนกวนเจีย..."

ถนนกวนเจีย!

โจวเสาจิ่นรู้สึกว่าตนเองหายใจช้าลงไปสองสามจังหวะ

นางกล่าวแทรกคำพูดของอวี๋มามาอย่างร้อนรนว่า "ถนนกวนเจีย คือถนนกวนเจียที่มีตรอกฉุนอี้ทางด้านนั้นน่ะหรือ ถนนกวนเจียที่มีจวนดอกเหมยตั้งอยู่เส้นนั้นใช่หรือไม่"

อวี๋มามาไม่รู้เลยว่าตนได้กล่าวอะไรออกไป ยิ้มพลางกล่าวว่า "ในเมืองจินหลิงนี้ยังมีถนนกวนเจียอีกกี่แห่งกันหรือเจ้าคะ เนื่องจากมีหน่วยงานราชการหลายแห่งตั้งอยู่ที่นั่น จึงได้รับชื่อนี้มา ฮูหยินติดตามนายหญิงผู้เฒ่าไปอยู่ที่นั่นเรื่อยมาจนกระทั่งออกเรือนเจ้าค่ะ..."

ตรอกฉุนอี้!

เฉิงลู่ก็อยู่ที่ตรอกฉุนอี้!

เหตุใดที่ผ่านมาเขาถึงไม่เคยบอกกล่าวอะไรกับตนมาก่อน

นางยังจำท่าทางตื่นเต้นยินดีขณะที่เขากล่าวถึงแผนการในภายภาคหน้าของเขาให้นางฟัง ภายในสิบห้าปีข้าจะสอบเป็นจิ้นซื่อ เมื่อถึงเวลานั้นข้าก็สามารถพาครอบครัวไปอาศัยอยู่ร่วมกัน หากว่าได้อาศัยอยู่ในศาลาว่าการเมือง จะปลูกต้นอวี้หลานต้นหนึ่งไว้ในสวน ทุกวันหลังจากทานมื้อเย็นแล้วจะนั่งจิบน้ำชาใต้ต้นอวี้หลานนั้น แต่ถ้าหากไม่ได้อาศัยอยู่ในศาลาว่าการเมือง จะซื้อเรือนเล็กๆ หนึ่งหลัง ปูพื้นด้วยหินสีคราม และตั้งซุ้มต้นองุ่นซุ้มหนึ่งไว้ภายในสวน ใต้ซุ้มต้นองุ่นนั้นจะเลี้ยงปลาจิ๋นหลี่ไว้...

สุดท้ายแล้วนางก็ถูกคำพูดของเฉิงลู่ล่อลวงให้ตายใจ สิ่งที่นางถวิลหาก็มีเพียงแค่ต้นอวี้หลานหนึ่งต้นกับซุ้มต้นองุ่นหนึ่งซุ้มที่เขากล่าวถึงเท่านั้นเอง

โจวเสาจิ่นรู้สึกสายตาเลือนรางเล็กน้อย

เดิมที นางเข้าใจว่าไม่ว่าเขามีเรื่องอะไรก็บอกนางทุกอย่าง ทว่าความจริงแล้ว เขากลับไม่เคยบอกอะไรเลยทั้งสิ้น

สิ่งที่เขาให้นาง ทั้งหมดล้วนเป็นเพียงแค่ภาพวาดขนมเปี๊ยะภาพหนึ่งเท่านั้น

เรื่องที่ท่านลุงจวงก่อเรื่องวุ่นวายใหญ่โตออกขนาดนั้น และยังเป็นบ้านใกล้เรือนเคียงกัน ต่อให้เฉิงลู่เอาแต่อ่านหนังสือของปราชญ์ จนไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง แต่เป็นไปได้หรือที่ต่งซื่อก็จะไม่รู้เรื่องด้วยเช่นกัน ต่อให้เฉิงลู่จะไม่รู้ในตอนแรก พวกเขาก็หมั้นหมายกันไปแล้ว ด้วยความระมัดระวังของเขานั้น เป็นไปได้หรือที่เขาจะไม่รู้อะไรเลย

โจวเสาจิ่นบีบนิ้วมือไว้แน่น ความระแวงสงสัยที่อยู่ในใจมาตลอดนั้นก็กระโดดพรวดออกมาอีกครั้ง

หรือว่าตระกูลเฉิงกับตระกูลจวงทั้งสองตระกูลนี้จะมีเรื่องให้ต้องขุ่นเคืองใจกันมาก่อนในอดีต

เพราะฉะนั้นเฉิงลู่ก็เลยเปลี่ยนใจขึ้นมากลางคันเช่นนั้น?

เพราะฉะนั้นเฉิงลู่ก็เลยสามารถมองตนเองถูกรังแกอย่างนิ่งเฉยเช่นนั้นได้?

เพราะฉะนั้นเขาก็เลยยอมเสี่ยงปล่อยให้ชื่อเสียงย่อยยับและละทิ้งตนเองไปโดยไม่มีเหตุผลอย่างนั้นน่ะหรือ

เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าความงามของตนจะร่วงโรยไปแล้วแต่ว่าเขาก็ยังคิดจะหลอกตนให้หนีตามเขาไปอีกอย่างนั้นหรือ

โจวเสาจิ่นเริ่มรู้สึกหายใจติดขัดขึ้นมา

เหมือนกับชั่วขณะสุดท้ายของชีวิตในชาติก่อน ตอนที่ถูกเฉิงลู่บีบคอเอาไว้แน่น

นางระบายลมหายใจเข้าออกลึกๆ สองสามครั้ง แล้วจึงถามอวี๋มามาว่า "ท่านรู้หรือไม่ว่าบ่าวรับใช้ท่านแม่ของข้าในปีนั้นไปที่ไหนกันหมดแล้ว"

อวี๋มามากล่าวเสียงเบาว่า "ตอนที่ฮูหยินแต่งงานเข้ามานั้น ได้นำบ่าวรับใช้ที่เป็นบ่าวเด็กคนหนึ่งและป้าคนหนึ่งมาด้วยสองคนเท่านั้น บ่าวเด็กนั้นก็รับใช้นางมาตั้งแต่ยังเล็ก พอโตเป็นสาวก็ได้รับการปล่อยตัวแต่งงานออกไป ดูเหมือนว่าจะแต่งกับพ่อค้าฝ้ายผู้หนึ่ง สองปีแรกยังได้ข่าวคราวกันอยู่ แต่ทว่าหลังจากนั้นก็ไม่ได้ข่าวคราวอีกเลย ส่วนป้าที่ซื้อมาจากพ่อค้าคนกลางก่อนที่ฮูหยินจะออกเรือนไปนั้น พอนายท่านเห็นป้าคนนั้นมือไม้อุ้ยอ้ายซุ่มซ่าม จึงรีบขายป้าคนนั้นออกไปโดยพลัน ขายไปที่ไหนนั้น ข้าก็ไม่ทราบเลยเจ้าค่ะ ภายหลังบรรดาบ่าวรับใช้ข้างกายฮูหยินจึงล้วนแล้วแต่เป็นบ่าวไพร่ของตระกูลโจวทั้งหมด เหมือนว่าผู้เป็นหัวหน้าบ้านสวน ก็เคยเป็นสาวใช้เอกข้างกายฮูหยินมาก่อนเจ้าค่ะ..."

ช่างไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย!

ในเมื่อท่านพ่อเคารพท่านแม่ขนาดนี้ ไฉนถึงได้ยกสาวรับใช้เพียงคนเดียวที่ท่านแม่พามาจากบ้านเดิมให้แต่งงานออกไปกับคนนอกผู้หนึ่งได้ ทั้งยังเป็นพ่อค้าคนหนึ่งอีก แทนที่จะให้แต่งงานกับบ่าวไพร่ในจวน

ในปีนั้นเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่

คลื่นลูกแรกยังไม่ทันสงบ คลื่นอีกลูกก็ม้วนตัวเข้ามาอีกระลอก!

ขมับของโจวเสาจิ่นเต้นตุบๆ

ฝานฉียังเด็กเกินไป เขายังไม่มีความสามารถพอจะไปสืบเรื่องเก่าแก่ของเมื่อหลายปีก่อนเหล่านี้ได้

นางจะหาผู้ใดมาถามดีนะ

โจวเสาจิ่นคิดไปคิดมา คนเดียวที่สามารถคลี่คลายความสงสัยในใจของนางได้ ดูเหมือนว่าจะเหลือเพียงท่านลุงจวงจอมเสเพลผู้นั้นเสียแล้ว!

ทว่านางกลัวจริงๆ ว่าจะถูกท่านลุงจวงเข้ามาติดพันด้วยยิ่งนัก

นางยังจำภาพตอนที่พบท่านลุงจวงเป็นครั้งแรกเมื่อครั้งยังเป็นเด็กได้ เขาดูอ้วนเผละและขาวซีด ทว่าผมเผ้ากลับดูยุ่งเหยิง สวมเสื้อเย็บปะที่ขอทานสวมใส่ ในมือถือชามแตกหนึ่งใบ นอนกลิ้งอยู่ที่ประตูเรือนของตระกูลเฉิงไปด้วย และร้องไห้ตะโกนไปด้วยว่า น้องสาวที่รีบจากไปของข้า... แม้แต่คนจากตระกูลที่เคร่งครัดในกฎเกณฑ์อย่างเข้มงวดเฉกเช่นตระกูลเฉิงนี้ ก็ยังมามุงดูกันอย่างเนืองแน่น...ตอนนั้นนางอยากจะขุดรูบนพื้นดินแล้วมุดลงไปเสียจริงๆ...

โจวเสาจิ่นนวดคลึงขมับ ทว่ากลับรู้สึกว่ายิ่งปวดศีรษะมากขึ้น

ครั้นเห็นว่าได้ไถ่ถามเรื่องราวจนเกือบเสร็จสิ้นแล้ว โจวเสาจิ่นจึงเรียกซือเซียงให้เข้ามา ตกรางวัลให้อวี๋มามาห้าสิบเหลี่ยงซึ่งปิดผนึกไว้ในซองสีแดงก่อนหน้านี้

อวี๋มามายืนกรานที่จะไม่รับ กล่าวขึ้นว่า "หากไม่ใช่เพราะฮูหยิน กระดูกของบ่าวแก่ผู้นี้ก็ไม่รู้จะเก็บไว้ที่ใดเจ้าค่ะ"

ซือเซียงจึงกล่าวว่า "เป็นเพราะคุณหนูรองซาบซึ้งที่ท่านเคยปรนนิบัติรับใช้ฮูหยินมาก่อน จึงตกรางวัลให้แก่ท่าน หากว่าท่านรู้สึกสำนึกในบุญคุณ ต่อไปเมื่อถึงวันเชงเม้งหรือเทศกาลวันไหว้บ๊ะจ่างก็อย่าลืมจุดธูปให้ฮูหยิน ถือเป็นการตอบแทนบุญคุณของคุณหนูรองก็แล้วกัน"

"ทุกๆ ปีข้าก็จะไปจุดธูปให้ฮูหยินอยู่แล้วเจ้าค่ะ" อวี๋มามารีบเอ่ยขึ้นมา "ต่อจากนี้ไปก็จะไปจุดธูปให้ฮูหยินอีกเช่นกันเจ้าค่ะ"

โจวเสาจิ่นยิ้มพลางพยักหน้า

ภายใต้การคะยั้นคะยอของซือเซียง อวี๋มามาจึงรับเงินรางวัลมา ทว่ารอถึงเวลาที่โจวเสาจิ่นจะกลับก็ถือกระถางดอกฉาฮวา[footnoteRef:1]สองกระถางเดินเข้ามา "นี่คือดอกไม้ที่เหลืออยู่จากตอนที่ฮูหยินยังอยู่ที่นี่เจ้าค่ะ ตอนนี้ได้แตกหน่อขยายไปมากกว่าสิบกระถางแล้ว คุณหนูรองนำกลับไปเป็นของที่ระลึกสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ" [1: ดอกฉาฮวา ดอกไม้ในตระกูลดอกคามิลเลีย]

โจวเสาจิ่นเห็นกระถางหนึ่งเป็นดอกฉาเหมย[footnoteRef:2] อีกกระถางเป็นไม้ดอกสีแดง แม้ว่ายังไม่ถึงฤดูที่ดอกไม้ผลิบาน ทว่ากลับดูแข็งแรงสมบูรณ์และสวยงามน่ารักยิ่ง มองแล้วก็รู้ได้ว่ามีคนดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี นางยิ้มและกล่าวขอบคุณ บอกป้าที่ติดตามมาด้วยให้รับเอาไว้ จากนั้นก็กลับซอยจิ่วหรูพร้อมกับพี่สาว [2: ดอกฉาเหมย เป็นสายพันธ์หนึ่งของดอกคามิลเลีย (Sasanqua Camellia) ]

สองพี่น้องกลับมาถึงเรือนหว่านเซียนก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันก่อน

โจวเสาจิ่นถามพี่สาวว่า "วางกระถางหนึ่งไว้ในห้องท่านพี่ดีหรือไม่เจ้าคะ"

โจวชูจิ่นไม่เกรงใจ ยิ้มตอบว่า "ดีเหมือนกัน! รอถึงยามที่ดอกไม้บานเจ้าก็มาเชยชมในห้องของข้า" ทว่ากลับไม่ได้ถามถึงเรื่องที่นางกับอวี๋มามาสนทนากันเลย

โจวเสาจิ่นรู้สึกซาบซึ้งในความเห็นอกเห็นใจของพี่สาวเป็นอย่างยิ่ง ครุ่นคิดว่าตนสามารถกระทำสิ่งใดให้พี่สาวได้บ้าง

ในช่วงบ่ายนางไปเรือนหานปี้ซานเพื่อคัดลอกพระธรรม แม้ว่าจะพยายามควบคุมจิตใจสุดกำลัง ถึงกระนั้นก็ยังคงใจลอยอย่างช่วยไม่ได้

เสี่ยวถานที่คอยรับใช้อยู่นอกเรือนย่องเท้าเดินเข้ามา กระซิบถามซือเซียงว่า "พี่สาว คุณหนูรองเป็นอะไรไปหรือ"

ซือเซียงตอบไปอย่างคลุมเครือว่า "เกรงว่าพอถึงฤดูร้อน ก็เลยรู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรงเท่านั้น"

เสี่ยวถานพยักหน้าอย่างจริงจัง แล้วชงชาหลงจิ่งหอมกรุ่นเข้มข้นหนึ่งกาให้โจวเสาจิ่น กล่าวขึ้นว่า "คุณหนูรองดื่มแล้วจะช่วยให้หายเพลียได้เจ้าค่ะ"

โจวเสาจิ่นยิ้มพลางลูบศีรษะของเสี่ยวถาน จิตใจที่ขุ่นมัวจึงเปลี่ยนเป็นสดใสขึ้นมา

............................................................................

ยามดอกวสันต์ผลิบาน: Chapter 054 ตอนที่ 55