ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ: Chapter 037 ตอนที่ 37
บทที่ 37 เนื้อคนสองส่วน
โลกมนุษย์ดำมืดมีขายทุกอย่าง
อักษรตัวใหญ่แปดตัวบนผ้าม่านสีแดงที่ห้อยลงจากเพดานถูกลมพัดแกว่งไกว ให้ความรู้สึกน่ากลัว
ฉู่อวี๋มองอักษรทั้งแปดไม่ละสายตาผ่านทางหน้ากาก เมื่อเข้ามาในห้องก็อดที่จะทอดถอนใจไม่ได้ ที่นี่เป็นโลกอีกใบจริงๆ
ภายในห้องขนาดใหญ่ไร้แสงสว่าง มีเพียงแสงมืดสลัว ที่นี่แบ่งออกเป็นสองชั้นบนล่าง เหมือนทั้งโรงอาหารเหมือนทั้งหอนางโลม นักระบำญี่ปุ่นรูปร่างอรชรสองสามคนร่ายรำไปตามบทเพลงปีศาจ ภายใต้แสงมืดสลัวส่องให้เห็นว่ามีร่างคลุมเครือนั่งอยู่ในทุกมุม
ไข่มุกฉลามทองคำ โคมผลึกหลิวหลี[footnoteRef:1]ตะวันตก ไข่มุกราตรีเลี่ยมฝังบนฉากกั้นหยกเขียว พัดขนนกยูงจากสยาม ของตกแต่งพวกนี้มีให้เห็นอยู่ทั่วทุกที่ พรมขนเสือขาว โต๊ะเก้าอี้ทำจากไม้แดงชั้นยอดและเลี่ยมฝังเปลือกหอยหลากสี ใครจะคิดกันว่าในสลัมจะมีสถานที่หรูหราแบบนี้ ไม่ด้อยไปกว่าเรือนเฉียนคุนเลย [1: หลิวหลี(琉璃) เป็นศิลปะการหลอมคริสตัลสีที่ละเอียดอ่อน เป็นมรดกทางศิลปะวัฒนธรรมจีนที่มีมานับพันปี]
แต่รสนิยมของผู้เป็นเจ้าของที่นี่ค่อนข้างหน้าสนใจ มีตั้งตะวันตก อุษาคเนย์ ญี่ปุ่น... ทุกอย่างทั้งในทั้งนอกจงหยวน[footnoteRef:2]มารวมอยู่ด้วยกันแต่กลับไม่ดูแปลกประหลาดไร้รสนิยม ตรงกันข้าม มันให้ความรู้สึกแปลกใหม่เฉพาะตัว เต็มไปด้วยกลิ่นอายของต่างแดน [2: จงหยวน(中原) คำเรียกประเทศจีนในสมัยโบราณ]
ฉู่อวี๋อดที่จะชื่นชมไม่ได้ ขณะเดียวกันก็รู้สึกคันยุบยิบในใจ...อัญมณีล้ำค่ามากขนาดนี้ ไม่รู้ถ้าแคะออกมาจะขายได้เงินมากขนาดไหน
อืม ใช่แล้ว ที่นี่คือสินค้าทั่วไป ทั่วไปสุดๆ
ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามฉู่อวี๋เคยชินกับท่าทางตกตะลึงของลูกค้ามานานแล้ว เขาทำแค่ยื่นมือข้างหนึ่งมาตรงหน้าฉู่อวี๋ด้วยรอยยิ้ม “ท่านลูกค้าอยากได้เนื้อคนแบบไหน ให้ปรุงอย่างไร?”
ฉู่อวี๋ชูนิ้วขึ้นมาสองนิ้ว แตะลงกลางฝ่ามือเขาแล้วกำมือทุบสองที “เนื้อหน้าอกสดย่างสองส่วน ใส่พริกเยอะๆ ข้าไม่กลัวเผ็ด ยิ่งเผ็ดยิ่งดี”
เจ้าของร้านวัยกลางคนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองฉู่อวี๋ขึ้นๆ ลงๆ “ท่านลูกค้าอยากอาหารขนาดนี้ รู้หรือไม่ว่าราคาไม่ถูก?”
เขาพูดจบก็กำหมัดจับกับของฉู่อวี๋
สีหน้าฉู่อวี๋หยุดนิ่ง นางยิ้มขมขื่น “ได้ยินว่าโรงเหล้านี้ไม่ให้ต่อราคา”
เจ้าของร้านวัยกลางคนยิ้มบางๆ “ถูกต้อง โรงเหล้ายมโลกขายสุราชั้นดีจากทั่วโลก หากแม่นางอยากดื่มสุรา ถ้าดื่มมากราคาก็ย่อมถูกลง แต่กับอาหารแล้วต่อรองราคาไม่ได้”
ฉู่อวี๋ไม่ลนลานที่ถูกอีกฝ่ายกดข่ม ถ้าแค่ทัศนวิสัยนี้คนในโรงเหล้ายมโลกยังไม่มี นางคงไม่กล้ามาซื้อเนื้อคน!
ฉู่อวี๋ครุ่นคิดสักพัก หลังจากที่ตัดสินใจได้ก็กำมือจับกับเจ้าของร้าน “ข้าได้ยินเช่นกันว่าเนื้อคนของโรงเหล้าท่านใส่เครื่องเทศเต็มที่ถึงได้ตัดสินใจซื้อ แต่ข้ามีแค่ไข่มุกอัญมณีติดตัว พอจ่ายได้หรือไม่?”
เจ้าของร้านวัยกลางคนพยักหน้า “ย่อมได้อยู่แล้ว ไม่ทราบว่าแม่นางจะให้ยกอาหารมาเมื่อไร?”
ฉู่อวี้ล้วงมือหยิบถุงผ้าดิ้นใบหนึ่งออกจากแขนเสื้อมาวางบนมือเจ้าของร้าน “ทันที ยิ่งเร็วยิ่งดี”
เจ้าของร้านวัยกลางคนมองไข่มุกอัญมณีในถุงผ้าดิ้นแล้วมีแววตาประหลาดใจอีกครั้ง เขาพยักหน้าให้นาง “แม่นางโปรดรอสักครู่”
เขาพูดจบก็ถือถุงผ้าดิ้นจากไป
ฉู่อวี๋มองแผ่นหลังอีกฝ่ายแล้วแอบถอนหายใจเงียบๆ
โรงเหล้ายมโลกรวบรวมสุราชั้นดีทั้งหมดในใต้หล้า แต่มีเพียงคนในยุทธจักรที่รู้ว่าที่นี่ยังขาย...เนื้อคน
แต่เนื้อคนนี้ไม่ใช่เนื้อคน
...
“ท่านชายรูปงาม ท่านคือคนที่อยากซื้อเนื้อหน้าอกสองส่วนของพวกข้าสองพี่น้องหรือ” เสียงหญิงสาวยั่วยวนดังเข้ามาพร้อมกลิ่นหอมมอมเมาคนเข้มข้น
ฉู่อวี๋เพิ่งหันไปมองก็สายตาพร่ามัว ก้อนเนื้อสองลูกบีบอัดเข้ามาที่หน้า กรงเล็บที่ทาด้วยสีแดงสดข้างหนึ่งออกแรงกดที่ท้ายทอยนาง
“ข้าไม่ได้เป็นแค่เนื้อสองส่วนนะ คิกคิกคิก”
ฉู่อวี๋ “…”
ฉู่อวี๋รู้สึกถึง ‘คลื่นโหมซัดสาด’ ที่กดอัดหน้าตัวเอง ในใจมีคำสบถหลายหมื่นคำแล่นผ่าน หลังจากที่ความงงงันผ่านพ้นไปก็ต้องยอมรับว่านางรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจ รู้สึกเหมือนจะเลือดกำเดาไหล
นางเพิ่งเคยเห็นหน้าอกที่ใหญ่สุดๆ ใหญ่โครตๆ ขนาดนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต!
หน้าอกใหญ่ดีก็จริง แต่หากต้องตายเพราะถูกบีบก็ดูจะเป็นวิธีตายที่อัปยศเกินไปหน่อย นางยกมือขึ้นออกแรงดันร่างกายหญิงสาวที่ประหนึ่งไม่มีกระดูกไปด้วย ร้องเสียงอู้อี้ไปด้วย “ปล่อยนะ ข้าจะหายใจไม่ออกแล้ว!”
“อุ้ยแหม ขี้อายซะด้วย ชอบหน้าอกข้าไหม?” หญิงสาวเหนือศีรษะหัวเราะเสียงนุ่มไม่หยุด
ในตอนนี้เองที่มีเสียงสาวน้อยอีกสายดังขึ้นเย็นๆ “ไม่ดูเอาเสียเลย หิวจนไม่เลือกกิน แม้แต่ผู้หญิงเจ้าก็ขึ้นหรือ?”
“ผู้หญิง?” เสียงออดอ้อนหยุดชะงักไป ฉู่อวี๋รู้สึกว่าก้อนเนื้อหน้าอกที่บีบรัดหน้านางสุดชีวิตเคลื่อนออกไปแล้ว นางรีบหอบหายใจคำโต
“ฟู่...”
ตอนนี้ฉู่อวี๋เพิ่งเห็นหญิงสาวสองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าตัวเองได้ชัดเจน
หญิงสาวสองคนนี้คนหนึ่งสูงคนหนึ่งเตี้ย คนที่สูงสูงกว่าฉู่อวี๋ที่เดิมทีก็ไม่ได้เตี้ยถึงครึ่งค่อนศีรษะ ส่วนคนที่เตี้ยก็สูงเพียงแค่ไหล่ฉู่อวี๋ คนหนึ่งดูเป็นผู้ใหญ่ อีกคนเป็นเด็กสาวหน้าเด็ก ทว่ามองแล้วในใจมีแค่คำเดียว...
งดงาม!
พวกนางสวมผ้าโปร่งสีแดงไว้บนศีรษะ จมูกเจาะหมุดทอง ท่อนบนสวมผ้าเอี๊ยมตัวเล็กที่บดบังแค่หน้าอก คลุมด้วยผ้าโปร่งสวยสดงดงาม ท่อนล่างสวมกระโปรงแดงปักด้วยด้ายทอง แต่กระโปรงแดงนี้ฝ่าแยกเป็นแปดกลีบ เผยให้เห็นเรียวขาวสีหิมะ พร่างพรายจนตาลายไปหมด
หน้าตาทั้งคู่ลึกล้ำมาก เครื่องแต่งกายก็แปลกตา ฉู่อวี๋ขมวดคิ้วเบาๆ “พวกเจ้าไม่ใช่คนจงหยวน”
สาวน้อยร่างเตี้ยเลิกคิ้วขึ้น ยิ้มเยาะด้วยสำเนียงต่างแดนเข้มข้น “เจ้าจะซื้อเนื้อคน สำคัญด้วยหรือว่าใช่คนจงหยวนหรือไม่?”
หญิงร่างสูงหน้าอกโตที่อยู่ด้านข้างยืนเท้าสะเอว วางเท้าข้างหนึ่งลงบนโต๊ะ ดึงคอเสื้อเจ้าของร้านมาด่า “ให้ตายเถอะ ไหนบอกว่าจะขายเนื้อหน้าอกสองส่วนที่ดีที่สุดของพวกข้าให้ชายยอดชาย ทำไมมาขายให้เด็กสาวเสียได้ แบบนี้ข้าจะระบายความต้องการยังไง ให้ใช้กล้วยหรือแตงกวา! เชื่อไม่เชื่อว่าข้าตัดไอนั่นเจ้าทิ้งได้!”
ฉู่อวี๋มองจนลูกตาแทบหลุดจากเบ้า ดวงตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความบูชา...พี่สาวพวกนี้เผ็ดจริงๆ!
มีเพียงสำเนียงจงหยวนที่...เอ่อ...มีสำเนียงจากหลายที่ปะปนกัน
เจ้าของร้านวัยกลางคนถูกบีบคอจนแทบหายใจไม่ออก เขารีบจับข้อมืออีกฝ่าย “ฮั่วเอ้อร์เหนียง ฮั่วซานเหนียง พวกเจ้าสองพี่น้องปีศาจหญิงแห่งภูเขาเทียนซานถูกส่งคืนเป็นครั้งที่สามแล้ว เจ้านายสามคนก่อนถูกพวกเจ้าทรมานจนเกือบหมดแรงตาย นายน้อยบอกแล้วว่าห้ามเกินสามครั้ง หากครั้งนี้แม้แต่ผู้หญิงยังส่งพวกเจ้ากลับคืน เช่นนั้นสัญญาระหว่างโรงเหล้ายมโลกก็จะถือเป็นอันสิ้นสุด!”
คำว่าสิ้นสุดทำให้หญิงงามตะวันตกทั้งสองหยุดชะงัก
ฮั่วเอ้อร์เหนียงผู้มีรูปร่างเร้าร้อนพูดเสียงแข็งว่า “ไม่ได้ ข้าจะกินเนื้อ!”
ฉุ่อวี๋พอมองอะไรออก นางค่อยๆ หรี่ตาคู่โตลงมองพวกนางด้วยความสนใจเต็มเปี่ยม
นี่ก็คือธุรกิจค้า ‘เนื้อคน’ ของโรงเหล้ายมโลก... สถานที่ชี้ขาดเป็นตายเพียงหนึ่งเดียวในยุทธจักร ในยุทธจักรเต็มไปด้วยความชั่วช้าเลวทราม โจรผู้ร้ายที่หมดหนทางเอาชีวิตมาขายที่นี่ได้ สิ้นสุดชีวิตในอดีต แม้จะเป็นโจรชั่วที่ฆ่าคนนับไม่ถ้วน สังหารล้างบางยกครัว เมื่อมาที่นี่แล้วเรื่องราวทั้งหมดจะถูกซื้อขาย ศัตรูไม่มาไล่สังหารอีก มิเช่นนั้นคนในยุทธจักรคงพากันลุกฮือขึ้นโจมตีแน่นอน
แต่หลายคนยอมตายในมือศัตรูดีกว่าขายชีวิตให้โรงเหล้า
นี่เพราะนับจากวินาทีที่ขายชีวิตจะต้องกินกู่พิษตัดสินเป็นตาย ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป แต่เป็นทาสที่ไม่ต่างอะไรกับสิ่งของ เป็น ‘เนื้อคน’ บนเขียงที่แค่มีเงินก็ซื้อได้
เจ้าไม่มีทางรู้ว่าโรงเหล้าจะขายเจ้าให้ใคร ต้องเชื่อฟังคำสั่งผู้ซื้อ ต่อให้ใช้ให้เจ้าทำธุรกิจเนื้อหนังหรือถลกหนังทั้งเป็นก็ขัดขืนไม่ได้
หากขัดขืนหรือกล้าลงมือกับเจ้านายก็จะโดนกู่พิษกัดกินหัวใจเป็นจุดจบ ทรมานยิ่งกว่าตาย สัญญาระหว่างโรงเหล้ายมโลกเป็นอันสิ้นสุด ขณะเดียวกันคำสั่งไล่สังหารแห่งยุทธจักรก็เปิดใช้งาน ไม่ตายไม่ล้มเลิก
...
ยุทธจักรกับทางการมีสัญญาที่เป็นอันรู้กัน ทางการมีกฎของทางการ ยุทธจักรก็มีกฎของยุทธจักร
หากไม่ใช่เพราะอวิ๋นโจวเป็นศูนย์กลางการค้าทางทะเล อีกทั้งฉู่อวี๋ยังเป็นมือปราบของอวิ๋นโจว นางก็คงไม่รู้เรื่องลับของยุทธจักรแบบนี้ รหัสลับในการเคาะประตูกับท่าทางมือตอนถามราคากับเจ้าของโรงเหล้าก็เรียนจากโจรข่มขื่นในคุกที่รอโดนประหารหลังฤดูใบไม้ผลิโดยเอาเหล้าแลกมา
ถ้าไม่ใช่เพราะสาเหตุเหล่านี้ นางคงเข้าไม่ได้แม้แต่โรงเหล้า ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องซื้อ ‘เนื้อคน’
‘เนื้อหน้าอกสองส่วน’ หมายถึงนางจะซื้อผู้หญิง ‘ยิ่งเผ็ดยิ่งดี’ หมายถึงวรยุทธอีกฝ่ายยิ่งสูงยิ่งดี
แต่คิดไม่ถึงว่าองครักษ์สองคนที่เจ้าของร้านหามาให้จะเผ็ดขนาดนี้!
ปีศาจหญิงแห่งภูเขาเทียนซานหรือ?
นางเหมือนจะเคยได้ยินว่าในยุทธจักรมีปีศาจหญิงจากตะวันตกรูปงามที่วรยุทธสูงส่ง เชี่ยวชาญเรื่องการชิงพลังหยางมาเสริมพลังหยิน ฆ่าคนเป็นผักปลา
ว่ากันว่าพวกนางทำลายการปฏิบัติธรรมของเจ้าสำนักบู๊ตึงกับไต้ซือจากวัดเส้าหลิน ทำเอาชายหนุ่มในยุทธจักรได้ยินเข้าก็กลัวกันหมด ทุกคนไล่สังหาร คิดไม่ถึงว่าพี่น้องคู่นี้จะมาอยู่ที่นี่
ฉับพลันนั้นฉู่อวี๋มีแผนในใจ นางเท้าคางยิ้มให้เจ้าของร้าน “เถ้าแก่ ข้าต้องดูความสามารถของ ‘เนื้อ’ สองก้อนนี้ก่อนจึงจะแน่ใจว่าเป็นของดี หากแค่เจอผู้ชายก็ขาอ่อน เช่นนั้นหากเจอศัตรูของข้าที่หน้าตาดีกันทุกคนนั่นจะไม่จับข้าใส่ถุงยกให้หรือ”
นางเพิ่งพูดจบก็มีลมที่ส่งกลิ่นหอมพัดเข้าหน้า ฮั่วเอ้อร์เหนียงปล่อยคอเสื้อเจ้าของร้าน หันมาตบฝ่ามือลงบนโต๊ะหน้าฉู่อวี๋อย่างแรง
“นังหนู เจ้าว่าอะไรนะ!”
ฉู่อวี๋ตกใจสะดุ้ง วินาทีต่อมาโต๊ะไม้แดงตรงหน้าก็สลายเป็นขี้เถ้าในชั่วพริบตา
นางมองเศษขี้เถ้าบนชุดคลุมตัวเองด้วยความตะลึงงัน แค่มีแรงเยอะก็ทำโต๊ะหักในฝ่ามือเดียวได้ แต่หากจะทำให้เป็นแหลกเป็นเศษทราย นี่ต้องมีความสามารถขนาดไหนกัน?
“ว่าอย่างไร พอใจไหมนายท่าน?” ฮั่วซานเหนียงหน้าเด็กที่อยู่ด้านข้างวางมือข้างหนึ่งบนไหล่ฉู่อวี๋ กอบทรายกำหนึ่งขึ้นมาบีบแล้วยื่นมาตรงหน้ายิ้มๆ
ฉู่อวี๋มองไม้ที่ปรากฏในมือฮั่วซานเหนียงแล้วอึ้ง ยื่นมือออกไปแตะดู...ขี้เถ้าพวกนั้นถูกฮั่วซานเหนียงบีบกลับคืนให้เป็นไม้!
ฉู่อวี๋พยักหน้าเต็มแรง “พอใจ พอใจมาก”
เจ้าของร้านยื่นศีรษะที่ไร้อารมณ์มาพูดกับฉู่อวี๋ว่า “ในเมื่อท่านลูกค้าพอใจก็ตกลงตามนี้ พิษกู่ในร่างพวกนางมีเพียงยันต์เป็นตายของท่านที่แก้ได้”
เจ้าของร้านพูดจบก็ยื่นถุงผ้าดิ้นใบหนึ่งมาให้
ฉู่อวี๋งุนงง เมื่อเปิดถุงผ้าก็มีเกล็ดหิมะแผ่นหนึ่งร่วงลงบนมือ จากนั้นก็ละลายเข้าสู่มือนาง
“นี่คือ...”
“นี่คือยันต์เป็นตายที่ใช้ควบคุมพวกข้าสองพี่น้อง นับจากนี้พวกข้าเป็นคนของเจ้าแล้ว” ฮั่วซานเหนียงเล่นกรรไกรในมือตัวเองไปด้วย พูดอย่างเกียจคร้านไปด้วย
ฉู่อวี๋ยังไม่ทันตั้งสติดี จู่ๆ ฮั่วเอ้อร์เหนียงก็หันมามองนางด้วยสายตายั่วยวน “คุณหนู บ่าวยอมขายตัวเองให้ท่านเพราะได้ยินว่าศัตรูที่ไล่สังหารท่านต่างก็...”
ฉู่อวี๋กรอกตา “ศัตรูที่ไล่สังหารข้าต่างก็เป็นหนุ่มรูปงาม พี่สาวทั้งสองมากับข้าแล้วอย่าขายข้าเพราะก้อนเนื้อสองส่วนของคนอื่นล่ะ”
สำนักเย่าไม่มีอะไรมาก สิ่งที่ไม่ขาดคือชายหนุ่มรูปงามวรยุทธสูง เชื่อว่าจะทำให้พี่น้องทั้งสองพึงพอใจ
ฮั่วเอ้อร์เหนียงป้องปากหัวเราะ หัวเราะแบบเอาแต่ใจ “พูดอะไรของเจ้าน่ะ พวกข้าไม่ทำอยู่แล้ว อะฮะฮะๆๆ...”
ฮั่วซานเหนียงลูบใบหน้าอ่อนเยาว์ของตัวเอง เลียริมฝีปากพร้อมยิ้มอย่างน่ารัก “พวกข้าแค่จะกินพวกเขา”
ฉู่อวี๋พยักหน้าพูดยิ้มๆ “เช่นนั้นรบกวนพวกพี่สาวพาข้าไปที่แห่งหนึ่งที”
...
ผ้าม่านยาวมืดสลัว หมอกจางเลื่อนลอย
คนที่นอนอยู่บนเก้าอี้ตัวยาวมีรูปร่างงดงาม นอนตะแคงชันเข่า มือข้างหนึ่งถือแก้วผลึกตะวันตกประณีตแต่กลับเห็นหน้าไม่ชัด เหล้าองุ่นตะวักตกในแก้วส่งกลิ่นเข้มข้น
“นายน้อย นางจากไปแล้วขอรับ อัญมณีพวกนี้?” เจ้าของร้านวัยกลางคนถามอย่างนอบน้อม
“ตามไป ดูว่าผู้หญิงคนนั้นไปไหน มีของพวกนี้ได้ต้องเกี่ยวข้องกับตระกูลฉินแน่นอน” เสียงของชายหนุ่มน่าฟังมาก ต่างจากเสียงไพเราะสดชื่นเหมือนเสียงพิณของฉินเซิง เสียงนี้หรูหราให้ความรู้สึกของโลหะ ดุจดั่งมาจากจุดที่ลึกมาก
...
จินเย่ารู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาอย่างประหลาด หันไปมองเงาร่างสีขาวสูงเพรียวที่อยู่ไม่ไกลออกไป พูดกับคนข้างกายพร้อมขมวดคิ้วเบาๆ ว่า “นี่ก็วันที่ห้าแล้ว นายท่านยังเป็นแบบนี้อีกหรือ?”
หั่วเย่าหลุบตาลงถอนหายใจ “ใช่”
ขณะที่ทั้งคู่กำลังคุยกันก็เห็นว่ามีนักเรียนในสถานศึกษาฉินหลายคนเดินไปทางฉินเซิงที่อยู่ข้างแปลงดอกไม้ ดูท่าทางเอะอะของคนพวกนั้นแล้วก็รู้ว่าไม่มีเจตนาดี
ดวงตาหั่วเย่าเย็นยะเยือก ขณะที่กำลังจะขยับก็ได้ยินเสียงนิ่งเรียบนุ่มนวลของฉินเซิงดังขึ้นข้างหู “หยุดอยู่ตรงนั้น ไม่ต้องเข้ามา”
นายท่านใช้วาจาลับมาพูดกับพวกเขา
จินเย่ามีสีหน้าประหลาดแต่ก็พยักหน้าให้หั่วเย่า ทั้งสองยืนนิ่งไม่ขยับ ทำแค่มองอยู่ในมุมมืดเงียบๆ
..........................................................