ขมเป็นยาหวานเป็นคุณ: Chapter 007 ตอนที่ 7
ตอนที่ 7 สามีขา รีบมาช่วยกู้สถานการณ์ที!
ป้าสะใภ้ใหญ่เห็นอวี๋กานกานตัดสินใจเด็ดขาด ไม่แม้แต่จะให้โอกาสหยางเทียนโย่วก็ร้อนลนทำอะไรไม่ถูก ลูกตาของเธอหมุนติ้วๆ เป็นวงกลม ทันใดนั้นก็หันไปมองหยางเทียนโย่ว พูดหยอกล้อ “โถ่เทียนโย่ว ทำกานกานโกรธเหรอ? รีบไปง้อซะสิ”
หยางเทียนโย่วเข้าใจความหมายของป้าสะใภ้ใหญ่ในทันที เขารีบกระโจนไปข้างหน้า กอดขาของอวี๋กานกานเอาไว้ หยุดการหนีของอวี๋กานกานเอาไว้ได้อีกครั้ง “อย่าโกรธเลยนะครับกานกาน ไม่ว่าผมจะทำอะไรไปนั้นล้วนเป็นเพราะผมรักคุณมากเกินไป กลัวว่าจะเสียคุณไป ผมไม่มีคุณไม่ได้จริงๆ ได้โปรดแต่งงานกับผมเถอะ กานกาน จากนี้ไปผมจะดูแลคุณเป็นอย่างดี ได้โปรดอย่าจากผมไป...” ในขณะที่กำลังพูด น้ำตาของหยางเทียนโย่วก็พรั่งพรูออกมา
ผู้ชายอกสามศอกร้องไห้จนเรียกได้ว่าชีช้ำน่าเวทนา
อวี๋กานกานตะลึงงันไปเรียบร้อย เธอรับไม่ได้ที่ต้องมาเห็นผู้ชายร้องไห้เหมือนหมา ขายหน้าสุดๆ
สีหน้าของฝูงชนที่มุงดูกลับอิ่มเอมประทับใจ ทุกคนไม่เพียงแต่ตำหนิเธอ แถมยังสงสารออกโรงช่วยพูดแทนหยางเทียนโย่ว
“ผู้ชายที่รักคุณมากขนาดนี้หาได้ยากนะ ถ้าชีวิตนี้มีคนที่รักฉันได้แบบนี้ ฉันจะยอมแต่งงานกับเขาแน่ๆ”
“ซึ้งมาก จับจิตจับใจสุดๆ หนู หนูตอบตกลงไปเถอะ”
“ใช่ๆ ยอมเถอะ ไม่ง่ายนะที่ชีวิตนี้จะหาคนที่รักเธอได้แบบนี้ เอาล่ะๆ คู่รักข้าวใหม่ปลามันรีบกลับบ้านไปใช้ชีวิตร่วมกันให้มีความสุขเถอะ”
…
ป้าสะใภ้ใหญ่วางมาดผู้ใหญ่อาบน้ำร้อนมาก่อน พูดกับอวี๋กานกานด้วยความหวังดี “กานกานเอ๋ย คู่รักก็เหมือนกับสามีภรรยานั่นแหละ ทะเลาะที่หัวเตียงคืนดีที่ปลายเตียง[footnoteRef:1] ถึงแม้ว่าป้าจะไม่รู้ว่าพวกหนูทะเลาะอะไรกัน แต่ป้าดูออกนะว่าเทียนโย่วรักหนูจริง หนูอย่างอแงจนทำร้ายความจริงใจที่มีเลยนะ” [1: ทะเลาะที่หัวเตียงคืนดีที่ปลายเตียง หมายถึง สามีภรรยาทะเลาะกันเป็นเรื่องปกติ เดี๋ยวเดียวก็คืนดีกัน ]
อวี๋กานกานหมดคำจะพูด ส่วนป้าสะใภ้ก็พล่ามไป โดยที่ตัวเองยืนอยู่บนจุดสูงสุดของศีลธรรมคอยประณามอวี๋กานกาน
อวี๋กานกานอยากจะออกไปจากที่นี่ อยากจบเรื่องราววุ่นวายนี้ แต่ขาถูกหยางเทียนโย่วกอดไว้อย่างแน่นหนา
ส่วนหยางเทียนโย่วก็กำหนดบทให้ตัวเองเป็นผู้ชายไร้ยางอายที่ตามตอแยไม่เลิกเรียบร้อย ต่อให้อวี๋กานกานจะถีบออกแล้ววิ่งหนี คาดว่าเขาก็ยังจะวิ่งตามมาอยู่ดี
ปวดหัว
ในตอนที่อวี๋กานกานกำลังเครียดว่าจะจัดการสถานการณ์ตรงหน้านี้อย่างไรดี ทันใดนั้นห่างออกไปไม่ไกลเธอก็มองเห็นใบหน้ายิ้มเยาะของผู้ชายคนหนึ่ง
ริมฝีปากบางของเขาเม้มเป็นทรงคมสวย สีหน้าเหมือนไร้อารมณ์ แต่นัยน์ตาสีดำขลับราวกับน้ำหมึกนั้นกลับปรากฏความสนุกสนานอยู่นิดหน่อย นี่มันท่าทางของคนที่กำลังเผือกเรื่องเด็ดประเด็นร้อนอยู่ชัดๆ
นั่นมันฟังจือหัน...
อวี๋กานกานใช้ความคิดครุ่นคิด เปรียบเทียบหายนะสองสิ่งเลือกสิ่งที่ส่งผลร้ายน้อยกว่า
ถึงแม้ฟังจือหันจะเป็นสามีกำมะลอเหมือนกัน แถมยังให้ความรู้สึกเย็นชา โอหังหยิ่งยโส เคร่งขรึม และแน่นอนว่าเขาเองก็มีเป้าหมายที่ปิดบังไว้อยู่แน่ๆ แต่แค่มองดูก็รู้แล้วว่าเขาไม่ใช่เป็นพวกเดียวกันกับป้าสะใภ้ใหญ่
นกปากส้อมทะเลาะกับหอยกาบ ชาวประมงพลอยได้ผลประโยชน์[footnoteRef:2] [2: นกปากส้อมทะเลาะกับหอยกาบ ขาวประมงพลอยได้ผลประโยชน์ หมายถึง ฝ่ายที่หนึ่งและฝ่ายที่สองทะเลาะกัน ฝ่ายที่สามได้ผลประโยชน์ไปฟรีๆ ]
อวี๋กานกานอ้าปากตะโกนเสียงดัง “ที่รักขา!”
เสียงตะโกนเรียกที่จู่ๆ ก็ดังขึ้นนี้ ทำให้ศีรษะของทุกคนหันขวับไปทางเดียวกันกับสายตาของอวี๋กานกาน เป็นชายหนุ่มรูปงาม ไหล่กว้าง เอวคอด ขาเรียวยาว รูปร่างสูงใหญ่กำยำน่าเกรงขาม ใบหน้าหล่อเหลาเหมือนกับรูปปั้นที่ถูกแกะสลักอย่างประณีต ให้ความรู้สึกเย็นชาเย่อหยิ่ง สูงส่งเกินเอื้อม
หยางเทียนโย่วเดิมทีนึกว่าอวี๋กานกานเรียกตนเองก็ตะลึงไปเล็กน้อย จากนั้นจึงหันไปทางฟังจือหัน สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปในฉับพลัน โกรธจนสั่นไปทั้งตัว ไอ้หมอนี่มันเป็นใครกันแน่ ทำไมมาทำเสียเรื่องอีกแล้ว!
อวี๋กานกานอาศัยจังหวะนี้ หลุดออกจากการเกาะแกะของหยางเทียนโย่ว จากนั้นฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงไม่ทันได้อุดหู[footnoteRef:3] วิ่งจู๊ดไปข้างฟังจือหัน [3: ฟ้าฝ่าเปรี้ยงไม่ทันได้อุดหู หมายถึง การกระทำหรือเหาตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน]