ขมเป็นยาหวานเป็นคุณ

ขมเป็นยาหวานเป็นคุณ: Chapter 005 ตอนที่ 5

#5Chapter 005

ตอนที่ 5 ถ้อยคำสวยหรู ยาพิษเคลือบน้ำตาล

อวี๋กานกานพูดอย่างอับอายว่า “ฉันเองก็อยากรู้ว่าฉันไปแต่งงานตอนไหน พวกเรารู้จักกันมาตั้งหลายปี เธอก็รู้ดี ขนาดแค่แฟนฉันยังไม่เคยมีเลย”

อวี๋กานกานชี้ไปที่รายงานผลซีทีสแกนล่าสุด “ภาพสแกนสมองของฉันก็ไม่ได้มีก้อนเลือดกดทับอะไร ไม่มีแนวโน้มที่จะสูญเสียความทรงจำ”

ซ่งฉาไป๋โบกมือไม่เห็นด้วย พูดให้เธอใจเย็น “มันก็พูดยากนะ เธอก็รู้ดี สมองของมนุษย์เป็นอวัยวะที่ลึกลับซับซ้อนที่สุด มีคำถามวิชาการแปลกๆ มากมายที่ตอนนี้วงการแพทย์ก็ยังไม่สามารถอธิบายได้”

อวี๋กานกานรู้สึกเหมือนตัวเองถูกห้อยอยู่บนชิงช้าเคว้งคว้าง

เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพึมพำเบาๆ ว่า “แล้วสรุปฉันความจำเสื่อมไหมเนี่ย”

ซ่งฉาไป๋ยิ้มอ่อน ชูมือขึ้นทำท่าจนปัญญา “เรื่องวิชาการทางการแพทย์เธอเก่งกว่าฉันเยอะ ขนาดเธอยังไม่รู้ ฉันจะเหลือเหรอ”

ทันใดนั้น ดวงตาของซ่งฉาไป๋ก็วาบประกาย “งั้นลองไปถามอาจารย์ของเธอดูสิ ว่าแต่อาจารย์เธอก็แปลก ปกติเขาดีกับเธอจะตาย เธอเข้าโรงพยาบาลทำไมเขาถึงไม่มาเยี่ยมเลย”

แววตาของอวี๋กานกานดูหม่นหมอง

ทำไมอาจารย์ถึงไม่มาเยี่ยมเธอเลย เขาหายไปไหน นี่เป็นสิ่งที่เธออยากรู้มากที่สุดในตอนนี้

หลังจากที่คุณปู่เสีย เธอกับอาจารย์ก็ช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยกันและกันมาโดยตลอด

เธอประสบอุบัติเหตุ ไม่มีทางที่อาจารย์จะไม่มาเยี่ยม

ที่อาจารย์หายสาบสูญ หรือว่าจะมีความเกี่ยวข้องกับบ้านลุง?

เธอต้องออกจากโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ ต้องสืบให้กระจ่างให้ได้ว่าอาจารย์หายไปไหน ระหว่างที่เธอสลบอยู่ครึ่งค่อนเดือนเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่

อวี๋กานกานไม่รอให้ฟังจือหันมารับเธออกจากโรงพยาบาล

และยิ่งกว่านั้นเธอไม่อยากโดนป้าสะใภ้ใหญ่กับหนุ่มแมงดาพูดจาล้างสมองซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีก

จึงให้ซ่งฉาไป๋ช่วยเธอทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลก่อนกำหนด

......

พระอาทิตย์ใกล้ตกดิน ประตูหน้าโรงพยาบาลยังคงขวักไขว่ไปด้วยผู้คน เสียงดังจ้อกแจ้กจอแจ

มือของหยางเทียนโย่วถือดอกกุหลาบอยู่ช่อหนึ่ง ขมวดคิ้วมองป้าสะใภ้ใหญ่ “ผมว่าช่างมันเถอะ พวกเราหาวิธีอื่นดีกว่า ยายอวี๋กานกานนั่นหลอกยากชะมัด”

ป้าสะใภ้ใหญ่วางแหวนไว้บนมือเทียนโย่ว ส่งเสียงเย็นชาดังหึ “จะช่างมันได้ยังไง มาถึงขั้นนี้แล้ว ยังมีวิธีไหนอีก จะให้ผู้ชายที่ไม่รู้โผล่มาจากไหนคนนั้นชิงเอาไปก่อนไม่ได้ ถ้าแกไม่สามารถขออวี๋กานกานแต่งงานได้ แกก็จะไม่ได้เงินสักสตางค์แดงเดียว หนี้ที่แกติดอยู่ ฉันก็จะไม่ช่วยออกสักบาท”

หยางเทียนโย่วทำหน้าเซ็งบ่นอุบอิบ “ก็ยายนั่นไม่ได้สูญเสียความทรงจำไปจริงๆ นี่...”

ได้ยินอย่างนั้น สีหน้าของป้าสะใภ้ใหญ่ยิ่งดูไม่ได้ พูดแทรกขึ้นทันควัน “หุบปากซะ!”

หยางเทียนโย่วเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าตนพูดมากเกินความจำเป็น รีบกดเสียงต่ำพูด “ยายนั่นไม่เชื่อคำพูดของพวกเราสักนิด ไม่ยอมรับว่าผมเป็นคู่หมั้นด้วยซ้ำ ตอนนี้ยังมีผู้ชายอีกคนอ้างว่าเป็นสามีอีก ขอแต่งงานตอนนี้ก็สายไปแล้ว พวกเราไม่น่าอ้างว่าเป็นคู่หมั้น น่าจะบอกว่าเป็นสามีไปซะตั้งแต่แรก”

“ผู้ชายคนนั้นก็คงเหมือนพวกเรา ต้องการฮุบอวี้หมิงถาง” อวี้หมิงถางคือคลินิกแพทย์แผนจีนที่ปู่เหอเหลือไว้ให้อวี๋กานกานและเหอสือกุย

ป้าสะใภ้ใหญ่กล่าวพร้อมกับดันหยางเทียนโย่ว “วางใจเถอะ ได้ผลแน่ อย่าลืมสิว่าแกทำอาชีพอะไร ผู้หญิงก็ชอบคำพูดหวานๆ กันทั้งนั้น”

หยางเทียนโย่วลำพองใจยิ้มออกมา ใช่แล้ว ไม่มีผู้หญิงคนไหนไม่ชอบคำพูดหวานๆ

อีกอย่างยายอวี๋กานกานนี่รูปร่างหน้าตาก็พอใช้ได้ ลองเล่นดูสักหน่อยจะเสียหายอะไรไป