ขมเป็นยาหวานเป็นคุณ

ขมเป็นยาหวานเป็นคุณ: Chapter 008 ตอนที่ 8

#8Chapter 008

ตอนที่ 8 ที่รัก ฉันก็ต้องภรรยาของคุณแน่นอนอยู่แล้ว

ฟังจือหันยืนดูละครตลกฉากนี้อยู่ไกลๆ ท่าทางเย็นชาหมางเมิน ไม่ได้มีความคิดที่อยากจะยื่นมือเข้าไปช่วยแม้แต่น้อย

อวี๋กานกานยืนอยู่ข้างๆ ยิ้มให้กับเขา เป็นรอยยิ้มที่ลึกซึ้งแฝงด้วยคำเตือน อยากเป็นสามีมากนัก งั้นละครฉากนี้ก็แสดงให้มันสมบทบาท

ผลคือชายหนุ่มก้าวถอยหลัง เหมือนจะไปให้พ้นๆ จากที่นี่

ในใจของอวี๋กานกานเกิดเสียงดัง จึก อึ้งไปเล็กน้อย กะจะไม่ให้ความร่วมมือกันใช่ไหม

นี่ยังถือว่าเป็นสามีได้อยู่อีกเหรอ ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรอีก แค่ ณ ตอนนี้ก็ความแตกหมดแล้ว

ระยะห่างของทั้งคู่เพิ่มขึ้นเข้าไปทุกที

อวี๋กานกานจำใจยื่นมือออกไปคล้องแขนฟังจือหัน พร้อมเรียกเสียงหวาน “ที่รักขา”

ฟังจือหันขมวดคิ้ว จ้องไปที่อวี๋กานกาน แววตาเต็มไปด้วยคำถาม ราวกับมันกำลังพูดว่าเธอเป็นใคร กอดฉันทำไม

ท่าทีที่เย็นชาห่างเหินนี้ ทำให้อวี๋กานกานไม่สามารถปะติดปะต่อเรื่องราวได้ ทำไมเหมือนกับเป็นคนละคนกับผู้ชายเมื่อตอนบ่ายบนห้องพักผู้ป่วยที่ทั้งวางมาดสามีทั้งฉวยโอกาสลวนลามฉัน

เธอกดเสียงต่ำ ใช้ระดับเสียงที่มีแค่เธอกับฟังจือหันเท่านั้นที่ได้ยิน กระซิบเบาๆ “ช่วยฉันหน่อย”

ฟังจือหันดึงแขนออกอย่างช้าๆ พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับดอกท้อที่ร่วงโรยลงบนธารน้ำแข็ง “ช่วยเธอ? เธอเป็นใคร”

อวี๋กานกาน “!!!”

หมอนี่กะใช้โอกาสนี้ให้ฉันระบุสถานะ ต้องขนาดนี้เลยเหรอ โกรธแค้นอะไรฉัน? ถึงกับให้ฉันต้องมอบกายถวายใจ ทำลายชีวิตทั้งชีวิตของฉัน

ในใจของอวี๋กานกานอยากจะถีบหมอนี่ซักป้าบ แต่ใบหน้ากลับหัวเราะยิ้มแย้มตะโกนออกมา “ที่รักฉันก็ต้องเป็นภรรยาของคุณแน่นอนอยู่แล้ว!”

ทันใดนั้นสายตาเย็นชาดั่งธารแข็งของชายหนุ่มก็มะลายหายไปในพริบตาราวกับหิมะในฤดูใบไม้ผลิ

แขนที่กำลังดึงออกจากมือของอวี๋กานกาน ก็เอื้อมมาโอบเอวของเธอไว้ ขยับริมฝีปาก น้ำเสียงรักใคร่เอ็นดู “บอกแล้วใช่ไหมครับว่าให้พักอยู่ที่ห้อง ออกมาทำไมครับเนี่ย หืม”

อวี๋กานกาน “…”

แค่พูดก็พอมั้ง ทำไมต้องแตะเนื้อต้องตัวด้วย การที่ถูกผู้ชายแปลกหน้ากอดไว้ในอ้อมอก ทำให้อวี๋กานกานรู้สึกกระอักกระอ่วน เธออยากจะดิ้นแต่ฟังจือหันไม่ยอม แขนที่โอบเอวของเธอไว้ก็เหมือนกับลวดเหล็กที่รัดไว้อย่างแน่นหนา

หยาบคาย ฉวยโอกาสแต๊ะอั๋งฉัน!

ป้าสะใภ้ใหญ่โมโหจนหน้าขึ้นสี กัดฟันกรามกรอดพุ่งมาที่อวี๋กานกาน ถากถางเสียงดัง “อวี๋กานกาน เธอบ้าไปแล้วหรือไง พูดอะไรออกมา? หมอนี่จะเป็นสามีของเธอได้ยังไง พวกสิบแปดมงกุฎชัดๆ มันจะฉวยโอกาสที่เธอความจำเสื่อมหลอกฟันหลอกเอาเงินนะสิ อย่าเชื่อมันเด็ดขาด! ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเธอ ป้าคงไม่มีหน้าไปอธิบายกับคุณปู่...”

เมื่อตอนบ่ายฉันกับหยางเทียนโย่วไม่น่ายอมออกมา ต่อให้บอดี้การ์ดสองคนนั้นโหดแค่ไหนก็ไม่ควรถอยออกมา ไม่อย่างนั้นตอนนี้ยัยอวี๋กานกานคงเรียกหยางเทียนโย่วว่าสามีไปแล้ว

จะแสดงละครต้องแสดงให้ครบชุด อวี๋กานกานแสดงสีหน้าสับสน มองฟังจือหันด้วยแววตาฉันไม่อยากจะเชื่อ ราวกับกำลังถามว่า “จริงไหมคะ”

ป้าสะใภ้ใหญ่นึกว่าตนพูดกล่อมอวี๋กานกานสำเร็จแล้ว จึงรีบถามฟังจือหันด้วยน้ำเสียงตำหนิติเตียน “แกเป็นใครกันแน่ ทำไมต้องโกหกกานกานของพวกเราว่าเป็นสามีของเธอ มีเป้าหมายอะไรกันแน่ ฉันจะบอกอะไรให้นะ ถ้าแกไม่มีคำอธิบายดีๆ ให้ฉันละก็ ฉันจะแจ้งตำรวจจับแกเข้าคุกซะ!”

การข่มขู่ของป้าสะใภ้ใหญ่ทำให้ฟังจือหันชำเลืองตามามอง ภายในนัยน์ตาดำขลับเย็นชานั้นแผ่รังสีที่ทำให้คนต้องหนาวสะท้าน

ความน่าเกรงขามแผ่กระจายไปทั่ว!

ป้าสะใภ้ใหญ่รับรู้ได้จึงถอยหลังออกไปไปสองก้าว

บอดี้การ์ดก่อนหน้านี้ทิ้งความทรงจำที่เลวร้ายไว้กับป้าสะใภ้ใหญ่

ป้าสะใภ้ใหญ่กลัวคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูก เป็นชายที่ทั้งลึกลับและอันตราย