ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 038 ตอนที่ 38
ตอนที่ 38 ผู้ร่วมห้องของท่านอ๋อง?
อวิ๋นหว่านชิ่นอ้างว่าไปบ้านท่านลุง และพอไปถึงบ้านสกุลสวี่ นางก็เปลี่ยนชุดเป็นบุรุษ แล้วนั่งรถม้าต่อไปทางเหนือของเมือง โดยให้ชูซย่ารออยู่ที่ร้านน้ำชาใกล้ๆ
ชูซย่านึกว่าใบหน้าอันบอบบางและอ่อนโยนของอวิ๋นหว่านชิ่น เมื่อแต่งเป็นชายแล้วจะไม่เหมือน คิดไม่ถึงว่า คุณหนูมีความสามารถอันน่าทึ่ง เลือกเครื่องประทินโฉมได้เหมาะสมกับโครงหน้าเป็นอย่างยิ่ง พอเลียนแบบลักษณะท่าทางของนักแสดงที่โด่งดังสุดในเมืองหลวงได้ ก็เหมือนนักแสดงชายหน้าสวยคนหนึ่งจริงๆ
อวิ๋นหว่านชิ่นรู้มานานแล้วว่า ซย่าโหวซื่อถิงเป็นอ๋องที่เจียมเนื้อเจียมตัว แต่คิดไม่ถึงว่า จวนฉินอ๋องจะเรียบง่ายและสงบเงียบเช่นนี้ จวนรองเจ้ากรมยังครึกครื้นกว่าอีก
นางยกมือขึ้นเคาะประตูจวนสีแดงสด
เด็กรับใช้ออกมาเปิดประตู พอเห็นว่าเป็นคุณชายน้อยยืนอยู่ตรงหน้า ก็รู้สึกทึ่ง ยืนตะลึงอยู่ชั่วขณะ
ใช่ว่าเขาไม่เคยเห็นผู้ชายหน้าสวย องค์ชายสามของตนก็มีรูปโฉมโดดเด่นกว่าใครในเมืองหลวง แต่หนุ่มน้อยคนนี้ กลับสวยไม่เหมือนใคร ดูไปแล้วน่าจะอายุสักสิบห้าสิบหก ชุดผ้าไหมยาวสีน้ำเงินอ่อน มวยผมเงางามครอบวงแหวนหยก ฟันขาว ริมฝีปากแดง ดวงตาสดใสกลอกไปมา ตลอดทั้งตัวเปล่งรัศมีซุกซน รักอิสระ เพียงแต่เส้นเสียงอ่อนโยนไปหน่อย ไม่เหมือนเสียงขรึมต่ำของบุรุษ แต่เหมือนนักแสดงที่กำลังโด่งดังในเมืองหลวงมาก
แปลงโฉมได้ แต่แปลงเสียงไม่ได้หนา! อวิ๋นหว่านชิ่นท่องไว้ในใจ จึงพยายามไม่พูด ได้แต่ใช้ดวงตาคู่งามจ้องมองเด็กรับใช้ไปมา
แม้หนุ่มน้อยดูเจริญตาเจริญใจ แต่เด็กรับใช้ก็ยังไม่ลืมหน้าที่ของตน ชื่นชมอยู่สักพัก ก็ถาม “คุณชายท่านนี้มีนามว่ากระไร ท่านอ๋องเราไม่ต้อนรับคนนอก!”
“เจ้าเพียงบอกท่านอ๋องว่า คนคุ้นเคยที่ริมลำธารในงานเลี้ยงวันนั้นมา เขาก็จะออกมาพบข้า” อวิ๋นหว่านชิ่นอยากพบซย่าโหวซื่อถิงให้เร็วที่สุด เพื่อถามให้หายข้องใจ แต่ตอนนี้ถูกประตูกั้นไว้ เข้าไปไม่ได้ จิตใจจึงไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
ขนาดหญิงสาว ท่านอ๋องก็ยังไม่เข้าใกล้ แล้วจะคุ้นเคยกับหนุ่มหน้าสวยได้อย่างไร
พอเห็นเด็กรับใช้มีท่าทีสงสัย อวิ๋นหว่านชิ่นก็ร้อนใจ “ข้าบอกว่าเป็นคนคุ้นเคยก็เป็นคนคุ้นเคยสิ เราสองคนเคยพักอยู่ในห้องเดียวกัน เจ้านำสิ่งนี้ให้ท่านอ๋องของเจ้าดู เขาก็จะรู้เอง!”
ของจำนวนหนึ่งถูกยัดใส่มือเด็กรับใช้ พอมองไป ก็พบว่าเป็นใบไม้สีเขียวเข้มสองสามใบ เด็กรับใช้ยกขึ้นสูดดม ก็รู้สึกหอมสดชื่น
พักห้องเดียวกับท่านอ๋อง?...บวกกับหน้าสวยๆ ของหนุ่มน้อย ทำให้เด็กรับใช้อดไม่ได้ที่จะคิดอะไรเลยเถิด ท่านอ๋องกำลังอยู่ในวัยเลือดลมพลุ่งพล่าน ในจวนไม่มีนางกำนัล เดิมทีก็ผิดปกติอยู่บ้าง ชายชาตรีที่อยู่ในวัยอันควร มักต้องมีสถานที่ที่ใช้ปลดปล่อยอารมณ์ มิเช่นนั้นอาจป่วยเพราะอัดอั้นตันใจ! หนุ่มน้อยผู้นี้ ถ้าเป็นผู้ที่ท่านอ๋องชุบเลี้ยงไว้นอกบ้านโดยสมมติให้เป็นหญิงสาว ก็สมเหตุสมผลอยู่! จะว่าไป ในเมืองหลวงก็มีชายรัก
ชายอยู่ การชุบเลี้ยงเด็กผู้ชายเพื่อสนองกามารมณ์ มีมากโขในหมู่ชนชั้นสูง ไม่นับเป็นอะไร!
พอเห็นท่าทางกระวนกระวายใจไม่หยุดที่ไม่ได้พบท่านอ๋องของหนุ่มน้อย ท่าทางหน้านิ่วคิ้วขมวดพลางมองหาคนรัก ต้องใช่แน่นอน! พอคิดถึงตรงนี้ เด็กรับใช้ก็แทบจะร้องไห้ออกมาด้วยความยินดี นายท่านนับว่ามีคนรักแล้ว ไม่ง่ายเลย ต่อให้เป็นชายก็ยากนักกว่าจะได้มา จึงยิ้ม
“อะแฮ่ม คุณชายท่านนี้กับท่านอ๋องเป็น...” นิ้วโป้งในมือทั้งสองข้างถูกชูขึ้น แล้วนำมาประกบกัน
พออวิ๋นหว่านชิ่นเห็นเด็กรับใช้แสดงท่าทางหยาบคายก็รู้แล้วว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ จึงขมวดคิ้ว อยากเขกกบาลเขาสักสองที แต่พอกลอกตาไปมา ก็คิดว่า ดีเหมือนกัน เมื่อผิดแล้วก็ต้องผิดให้ถึงที่สุด จึงล้วงเศษเงินในถุงออกมา ยัดใส่มือเขา ก่อนทำปากยื่นปากยาว พร้อมท่าทางน้อยใจ
“ก็ใช่น่ะสิ พี่ชายช่วยๆ หน่อย ให้ข้าเข้าไปพบหน้าท่านอ๋องสักครั้ง ข้า ข้าคิดถึงท่านอ๋องมาก”
โถๆๆ หนุ่มน้อยหน้าสวยน้อยใจเสียแล้ว แลดูน่ารักน่าสงสารยิ่งกว่าสามงามเสียอีก ไม่รู้เหมือนกันว่านายท่านติดค้างหนี้รักอะไรไว้! เด็กรับใช้ถูกอ้อนจนใจอ่อน ยิ่งพอเห็นอวิ๋นหว่านชิ่นทุ่มเงินให้ ก็ยอมใจ
และในตอนนี้เอง ด้านในก็มีเสียงฝีเท้าดัง
ชายชราคนหนึ่งเดินเข้ามาพลางบ่นเด็กรับใช้ เขาสวมเสื้อสีแดง หนวดเคราขาวโพลน เด็กรับใช้จึงรีบเก็บเงินเข้าไปในแขนเสื้อ แล้วว่า “พ่อบ้านเกา”
ที่แท้ก็เป็นพ่อบ้านใหญ่ในจวนอ๋อง น่าจะส่งคนพูดรู้เรื่องสักคนมาเสียแต่แรก! ขณะอวิ๋นหว่านชิ่นเตรียมเอ่ยปาก พ่อบ้านเกากลับพูดขับไล่แขกออกมาตรงๆ
“ท่านอ๋องเราปกติไม่พบคนนอก นี่เป็นเรื่องที่คนในเมืองหลวงล้วนรู้ดี ข้าติดตามท่านอ๋องมานานหลายปี ก็ไม่เคยเห็นท่านอ๋องมีคุณชายท่านไหนเป็นคนคุ้นเคย เชิญกลับออกไป!”
“ช้าก่อน!” อวิ๋นหว่านชิ่นโพล่ง “ใครว่าท่านอ๋องเจ้าไม่พบคนนอก อดีตนักบวชประจำราชสำนักมิได้มาที่นี่เพื่อเดินหมากกับท่านอ๋องเจ้าหรอกหรือ” ดีที่ตนหัวไว จำคำพูดในวันนั้นของซย่าโหวซื่อถิงได้
พ่อบ้านเกาชะงักฝีเท้า หรือหนุ่มน้อยผู้นี้จะเป็นสหายของท่านอ๋องจริง มิเช่นนั้นเหตุใดถึงรู้เรื่องส่วนตัวขนาดนี้เล่า น้ำเสียงจึงดีขึ้นเล็กน้อย
“ถ้าเป็นยามปกติ ข้าก็จะไปแจ้งท่านอ๋องให้ แต่หลายวันมานี้ไม่สะดวก ท่านอ๋องไม่ค่อยสบาย คุณชายมาเสียเที่ยวแล้ว เชิญกลับไปเถิด! อาหู่ ปิดประตู!” ว่าแล้วก็เดินจากไปหน้าตาเฉย
เด็กรับใช้ที่ชื่ออาหู่แลบลิ้น “อย่าหาว่าข้าไม่บอกล่ะ อีกประเดี๋ยว ที่ประตูหลังจะมีชาวบ้านนำฟืนไปใส่ไว้ในห้องครัวเล็กๆ ที่หลังเรือน...เจ้าหาวิธีเอาเองก็แล้วกัน”
ปัง ประตูแดงห่วงทองแดงปิดลงโดยไม่บอกล่วงหน้า
ประตูจวนฉินอ๋องเข้ายากจริงๆ ด้วย!
ไม่สบาย? ให้มันจริงเถอะ! วันนั้นยังกระโดดโลดเต้นในจวนโหวอยู่เลย!
อวิ๋นหว่านชิ่นพบเจออุปสรรค แต่กลับกระตือรือร้น เดินไปที่ประตูหลัง รอสักครึ่งชั่วยาม ก็เห็นผู้ชายแต่งกายแบบชาวบ้านสองคนเดินแบกฟืนมาคนละกอง จึงรีบก้าวเข้าไป ดึงคนทั้งสองให้เดินมาชิดมุมหนึ่งของถนน
พอชายทั้งสองได้ยินว่าคุณชายหน้าสวยที่อยู่ตรงหน้าขอเข้าไปในจวนด้วย ก็โบกมือปฏิเสธเงินในมืออวิ๋นหว่านชิ่น “ไม่ได้หรอก! ถ้าถูกคนในจวนเห็นเข้า เราได้กำไรในครั้งนี้ก็จริง แต่ต่อไปเกรงว่าจะไม่มีข้าวกินกันทั้งครอบครัว!”
สิ้นเสียง ทั้งสองก็ทอประกายตา เพราะอวิ๋นหว่านชิ่นเพิ่มเงินในมือขึ้นอีกเท่าตัว “แบบนี้ล่ะ มีข้าวกินไหม”
“มีข้าวกิน มีข้าวกิน!” ชายคนหนึ่งตาแทบถลนออกมา รีบรับไว้อย่างยินดีปรีดา
เงิน อย่างน้อยก็ช่วยแก้ปัญหาที่แก้ไม่ตก แต่ถ้ายังแก้ไม่ตกอีก ก็หมายความว่าท่านให้เงินไปไม่มากพอ มาจวนฉินอ๋องในวันนี้ ใช้เงินทั้งหน้าและหลังจวน อวิ๋นหว่านชิ่นหมดเงินเก็บไปไม่น้อย ดูๆไป คงต้องหาเงินเข้ากระเป๋าแล้วจริงๆ !
อวิ๋นหว่านชิ่นสวมเสื้อตัวนอกของชาวบ้านคนหนึ่ง ส่วนชาวบ้านอีกคนก็ส่งฟืนของเพื่อนร่วมงานให้ ก่อนยิ้มยิงฟัน “อีกประเดี๋ยว คุณชายเดินตามเราเข้าไป อย่าส่งเสียงเป็นดี”
ฟืนกองนี้หนักไม่เบา! โชคดีที่ชาติก่อนอวิ๋นหว่านชิ่นเป็นคนป่วย พอเกิดใหม่ได้ก็มักกลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย จึงพยายามรักษาร่างกายให้แข็งแรง โดยปกติถ้ายืนได้ก็จะไม่นั่ง ถ้าเดินได้ก็จะไม่ยืน อีกทั้งหมู่นี้ต้องกำกับดูแลงานบ้านทุกวัน ได้เคลื่อนไหวเพิ่มมากขึ้น จึงถือว่ายังพอไหวอยู่
เมื่อเข้าไปในห้องครัวของจวนอ๋อง และเห็นว่าไม่มีคน อวิ๋นหว่านชิ่นก็วางกองฟืนลง แล้วแวบออกจากห้องครัวไป ทิ้งชาวบ้านทั้งสองไว้
จวนฉินอ๋องดูจากภายนอกมิได้หรูหรา แต่นกกระจอกแม้ตัวเล็ก ก็มีประสาทสัมผัสครบห้า ภายในยังคงใหญ่โต!
ยังจำได้เฉินจื่อหลิงเคยบอกว่า เด็กผู้หญิงส่วนใหญ่มักหลงทิศ คำพูดนี้ไม่ผิดจริงๆ ! อวิ๋นหว่านชิ่นอาศัยประสาทสัมผัสที่คล้ายอ่อนด้อยต่อทิศทาง คลำทางไปเรื่อยๆ จนเจอเรือนใหญ่สุด โดยไม่รู้ว่าใช่เรือนที่ซย่าโหวซื่อถิงอาศัยอยู่หรือไม่ จึงได้แต่เข้าไปดูก่อน
แปลก ปกติแล้วจวนของชนชั้นสูงล้วนมีบ่าวไพร่คอยยืนยามอยู่ไปทั่ว แต่นางเดินอยู่ในจวนฉินอ๋องมาครึ่งค่อนวัน กลับเห็นบ่าวเพียงไม่กี่คน หรือซย่าโหวซื่อถิงเป็นคนรักสันโดษจริงๆ ไม่ชอบให้คนมารบกวน ช่างเปล่าเปลี่ยวเดียวดายอะไรเช่นนี้!
ลานตรงกลาง ตกแต่งด้วยภูเขาหินจำลองที่ทำจากอิฐ น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา ศาลากระเบื้องหลังคาแดง ชายคาแหงน เห็นชัดว่าเจ้าของเรือนคือผู้มีอำนาจสูงสุดในจวนอ๋อง
อวิ๋นหว่านชิ่นกวาดตามองห้องหับในเรือนอย่างรวดเร็ว ห้องที่ตั้งอยู่ตรงกลางห้องหนึ่ง มีลักษณะเคร่งขรึม น่าจะเป็นห้องเจ้าของเรือน นางก้าวขึ้นบันไดสองก้าว ขณะคิดจะมองจากหน้าต่างก่อนว่า ซย่าโหวซื่อถิงอยู่หรือไม่ ด้านหลังก็มีเสียงฝีเท้าดังมา