พันธกานต์ปราณอัคคี

พันธกานต์ปราณอัคคี: Chapter 056 ตอนที่ 56

#56Chapter 056

ตอนที่ 56 หยกประหลาดย้อนเวลา

มั่วชิงเฉินมองตามทิศทางที่มั่วเฟยเยียนค่อยๆ หายไปอย่างเหม่อลอย แล้วถอนใจ

“ชิงเฉิน เจ้าไม่เป็นไรนะ” หู่โถวที่วิ่งเข้ามารีบพยุงมั่วชิงเฉินขึ้น

มั่วชิงเฉินส่ายศีรษะ “ข้าไม่เป็นไร”

“พี่เก้าจะไปทำอะไรนะ” หู่โถวขมวดคิ้ว ไม่ค่อยพอใจที่พี่เก้าผลักมั่วชิงเฉินล้มลงบนพื้น

ในเวลานี้เอง มั่วโยวก็เดินมาถึงแล้ว

“ท่านอาสิบสาม...” พวกเด็กๆ เรียก

มั่วโยวกระทืบเท้าว่า “แย่แล้ว นางหนูเฟยเยียนนั่นต้องบุกไปโถงรับรองแน่เลย พวกเจ้าอย่าเกะกะ รีบหลบเร็ว”

ทุกคนไม่เคยเห็นมั่วโยวร้อนรนเช่นนี้มาก่อน ต่างหลีกทางให้อย่างไม่รู้ตัว แล้วก็เห็นมั่วโยวหายไปเหมือนควันกลุ่มหนึ่ง

พวกมั่วชิงเฉินมองหน้ากันแล้วต่างวิ่งไปทางโถงรับรองโดยไม่พูดอะไร

......

ในโถงใหญ่ มั่วหกเฒ่าสีหน้าหดหู่ อยากอาละวาดแต่ติดที่มีผู้บำเพ็ญเพียรตบะระดับเดียวกันสามท่านอยู่ด้วย ส่วนมั่วต้าเหอตบะต่ำต้อย ในสถานการณ์เช่นนี้ยิ่งไม่มีสิทธิ์พูด

อยู่ในตระกูลหากอาวุโสสูงแต่ตบะต่ำ ยังพอได้รับความเคารพจากรุ่นหลังที่ตบะสูงกว่าบ้าง ทว่าหากไปข้างนอกแล้ว ผู้ที่มีระดับต่ำย่อมไม่มีคุณสมบัติสนทนาอย่างเท่าเทียมกับผู้ที่มีระดับสูง

เฉินซื่อเจี๋ยกวาดสายตาใส่ผู้คนในโถงปราดหนึ่ง บีบคั้นไม่ลดละว่า “บัดนี้หลักฐานแน่นหนา พวกเจ้ามอบตัวมั่วเฟยเยียนออกมาเถอะ ขอเพียงนางทำลายตบะตนเอง เรื่องนี้ก็ถือว่าหายกัน หากไม่เช่นนั้น ตระกูลเฉินข้าไม่ว่าอย่างไรก็จะต้องเอาคืนให้ได้”

เพิ่งสิ้นเสียง ก็ได้ยินประตูใหญ่เสียงดังสนั่น ตามด้วยลมพัดหอบใหญ่ เงาสีขาวร่อนลง คือมั่วเฟยเยียนนั่นเอง!

“เฟยเยียน เจ้ามาได้อย่างไร” มั่วต้าเหนียนรีบเอ่ย

มั่วเฟยเยียนย่อตัวแผ่วเบาคำนับพวกมั่วต้าเหนียน จากนั้นหมุนตัวมองเฉินซื่อเจี๋ยด้วยหางตา รอยยิ้มเย็นเยียบ เอ่ยวาจาดุจน้ำแข็งว่า “เรื่องในวันนี้ เกิดจากเฟยเยียนแต่เพียงผู้เดียว จะให้ข้าทำลายตบะไม่ยาก ขอเพียงพวกท่านตระกูลเฉิน ไม่พาดพิงถึงผู้อื่นในตระกูลมั่ว!”

“เรื่องนี้แน่นอน” เฉินซื่อเจี๋ยกล่าว ในใจกลับตกใจว่ามั่วเฟยเยียนผู้นี้อายุน้อยๆ กลับอานุภาพน่าเกรงขามเช่นนี้ หากเวลานานเข้า ไม่อยากจะคิดจริงๆ เมื่อคิดได้เช่นนี้ ก็ยิ่งยืนยันแน่วแน่ในสิ่งที่ได้ตัดสินใจไว้

“ดี! ดี! ถ้าเช่นนั้นท่านดูให้ดี!” มั่วเฟยเยียนเอ่ยพลางจ้องเฉินซื่อเจี๋ยเขม็ง ยื่นมือไร้ตำหนิดุจหยกน้ำแข็งตบเข้าที่ท้อง

ผู้บำเพ็ญเพียรทำลายตบะตนเอง ไม่ใช่ว่าต่อแต่นี้ไปไม่สามารถบำเพ็ญเพียรได้อีก หากแต่ต้องตั้งต้นกันใหม่

ตามหลักแล้วนี่ก็ไม่ใช่เรื่องโหดร้ายเป็นพิเศษอะไร ทว่ามีตัวอย่างนับไม่ถ้วนได้พิสูจน์แล้วว่าผู้บำเพ็ญเพียรที่ถูกทำลายตบะแล้วเริ่มต้นบำเพ็ญเพียรใหม่เช่นนี้ พลังที่แฝงอยู่จะเสื่อมถอยรุนแรง กระทั่งมีบางคนที่เดิมพรสวรรค์ยอดเยี่ยมต้องกลับกลายเป็นพรสวรรค์ธรรมดาเสียนี่

ตระกูลเฉินก็ใช่ว่าต้องเอาชีวิตมั่วเฟยเยียนให้ได้ ขอเพียงนางพรสวรรค์เสื่อมถอย ก็ถือว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว

มั่วเฟยเยียนได้รับการปกปักจากตระกูลมาตั้งแต่เด็ก กลับเป็นคนยโสทะนงตนยิ่งนัก เวลานี้จะทนให้คนในตระกูลต้องเดือดร้อนเพราะตนได้อย่างไร

นี่ถึงได้ไม่สนใจทุกอย่างสลัดหลุดจากการควบคุมของมั่วโยวบุกมาถึงโถงใหญ่ เพียงหวังว่าจะใช้กำลังของตนจบเรื่องนี้เสีย

เพียงแค่การทำลายตบะตนเอง ข้ามั่วเฟยเยียนไม่เชื่อว่าจากนี้ไปจะไร้สามารถ ขอเพียงข้ายังมีชีวิตอยู่ ต้องมีสักวันจะให้ตระกูลเฉินเจ้าชดใช้คืนมา!

เห็นมั่วเฟยเยียนกำลังจะตบถึงร่างกายตนแล้ว ก็ได้ยินมั่วต้าเนียนตะโกนว่า “หยุดเดี๋ยวนี้!”

ส่วนมั่วหกเฒ่า พลันซัดอาวุธเวทใส่ข้อมือมั่วเฟยเยียนก่อนแล้ว

“ทำไม หรือว่าผู้อาวุโสสองท่านแห่งตระกูลมั่วของพวกเจ้ายังเฉียบขาดสู้เด็กคนหนึ่งไม่ได้” เฉินซื่อเจี๋ยยั่วยุ

ไม่รู้เพราะโมโหหรือว่าตื่นเต้น มั่วต้าเหนียนหน้าแดงจนเหมือนเลือดจะหยดออกมา หนวดกระตุกว่า “เฉินซื่อเจี๋ย เจ้าก็รู้หรือว่านางยังเป็นเด็ก! ในเมื่อตระกูลเฉินเจ้าทำอะไรแล้งน้ำใจเช่นนี้ ไม่คำนึงถึงความสัมพันธ์อันดีที่เราหลายตระกูลมีมานับร้อยปีแม้แต่น้อย ก็อย่าโทษข้าไม่ไว้หน้าเจ้าแล้วกัน!”

“เจ้าจะเอาอย่างไร” เฉินซื่อเจี๋ยที่รู้สึกว่าสถานการณ์ทั้งหมดถูกตนควบคุมไว้แล้วถาม

“เจ้าดู นี่คือสิ่งใด” มั่วต้าเหนียนเอ่ยพลางค่อยๆ แบมือออก เห็นเพียงของสิ่งหนึ่งแกะสลักคาถาสีเงินขนาดเท่าถั่วลิสงเม็ดหนึ่งนอนอยู่บนฝ่ามืออย่างเงียบสงบ ดูราวกับหินแต่ก็ไม่ใช่หิน บอกไม่ถูกว่าเป็นวัสดุอะไร

เมื่อพวกมั่วชิงเฉินมาถึงก็เห็นฉากนี้เข้าพอดี

“นี่คือสิ่งใด” เฉินซื่อเจี๋ยถาม เพ่งพิศของในมือมั่วต้าเหนียนไม่หยุด

กลับได้ยินผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานตระกูลโอวหยางร้องอย่างตกใจว่า “หยกย้อนอดีต?”

“หยกย้อนอดีต?” เฉินซื่อเจี๋ยบ่นงึมงำ เพียงรู้สึกว่าสิ่งนี้ช่างหายากนัก ไม่ค่อยมีความทรงจำเกี่ยวกับสิ่งนี้นัก ทันใดนั้นกลับมีแสงสว่างแวบขึ้นในสมอง ราวกับเคยเห็นในม้วนคัมภีร์บางม้วน หยกย้อนอดีตนี้ผลิตขึ้นในสิบบูรพทวีป แพร่หลายเป็นวงกว้างในภาคตะวันออกกลางของดินแดนเทียนหยวน เพียงแต่เมืองลั่วหยางอยู่ทางทิศตะวันตกของดินแดนเทียนหยวน กลับยากจะเห็นของสิ่งนี้แล้ว

หยกย้อนอดีตนี้ไม่ใคร่มีประโยชน์ใช้สอยนัก กลับมีจุดที่อัศจรรย์อยู่ หลังจากหลอมโดยวิธีพิเศษแล้ว สามารถบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในเวลาสองเค่อในที่นั้นๆ ขึ้นมาได้ เมื่อผู้บำเพ็ญเพียรถ่ายพลังวิญญาณเข้าไปเพื่อตรวจดู เหตุการณ์ทั้งหมดก็จะราวกับปรากฏขึ้นอีกครั้ง

เมื่อนึกได้ดังนี้เฉินซื่อเจี๋ยสีหน้าอดเปลี่ยนไม่ได้ ตระกูลมั่ว เหตุใดถึงมีของเช่นนี้ได้ จึงนึกถึงเรื่องเมื่อตอนนั้นขึ้นอีก ของหมั้นหมายที่ตระกูลมั่วสู่ขอบุตรี คือหินเปลวแห่งทวีปเหยียนก้อนหนึ่งที่มาจากสิบบูรพทวีปพอดี หรือว่า ตระกูลมั่วนี้กับสิบบูรพทวีปมีความเกี่ยวข้องที่ไม่มีใครรู้ หรือว่าจะเป็นจริงดังคำเล่าลือ เมื่อพันปีก่อนตระกูลมั่วนี้เป็นตระกูลผู้บำเพ็ญเพียรที่ลือชื่อในสมัยนั้น

ไม่พูดถึงสิ่งเหล่านี้ที่เฉินซื่อเจี๋ยคิดในอึดใจเดียว มั่วต้าเหนียนที่แต่เดิมก็อารมณ์ร้อนแรงอยู่แล้ว บัดนี้ไม่ทันได้สนใจคำพูดที่ท่านหัวหน้าตระกูลมั่วต้าซานกำชับเขาก่อนไป “ตาเฒ่าห้า ข้าจะไปตระกูลฮวาหารือเรื่องการแบ่งสันชีพจรหินอัคคี หากตระกูลเฉินอาศัยโอกาสนี้หาเรื่อง พวกเจ้าพยายามอย่าให้สถานการณ์ตึงเครียดจนเกินไปนัก ขอเพียงข้อแม้ไม่เกินไป รับปากเสียก็ใช่ว่าไม่ได้ แต่หากสถานการณ์เสียเปรียบมาก เจ้าก็เอาสิ่งนี้ออกมาแล้วกัน อันว่าสิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น พวกเขาเห็นสิ่งนี้แล้ว คิดว่าคงพูดอะไรไม่ออกแล้ว”

มั่วต้าเหนียนรีบรับไป เนื่องจากหลอมโอสถมาเป็นระยะเวลานานจึงชอบศึกษาวัตถุดิบต่างๆ เขาที่ศึกษาคัมภีร์มากมายเพียงปราดเดียวก็ดูออกว่าสิ่งนี้คือหยกย้อนอดีต จึงอดยิ้มไม่ได้ว่า “พี่สาม ไม่คิดว่าท่านจะมีของสิ่งนี้ ท่านบอกแต่แรกสิ”

มั่วต้าซานถอนใจอย่างจำใจว่า “ภาพในของสิ่งนี้มันเหลือทนเกินไป หากไม่ถึงที่สุด อย่าเอาออกมา ข้ามอบของสิ่งนี้ให้เจ้า ที่สำคัญเพราะตาเฒ่าหกเป็นคนทิฐิมาก ทนการยั่วยุไม่ได้ ส่วนพี่รองตบะก็ต่ำเกินไป คุมสถานการณ์ไม่อยู่ ก็มีเพียงเจ้าแม้อารมณ์ร้อน แต่ในความหยาบมีความละเอียด...”

“อะไรในความหยาบมีความละเอียด พี่สาม ข้าทำอะไรเป็นเรื่องเป็นราวมาตลอดนะจะบอกให้ มอบให้ข้าท่านวางใจได้” มั่วต้าเหนียนได้ของสิ่งนี้แล้ว อารมณ์ผ่อนคลาย สีหน้าบอกว่ายังนับว่าตาท่านมีแวว

มั่วต้าซานส่ายศีรษะอย่างจำใจ พลิ้วไหวจากไป ในใจกลับถอนใจว่า ตระกูลมั่วบัดนี้ไม่มีคนที่ใช้ได้แล้วจริงๆ เพียงหวังให้รุ่นหลังรีบๆ เติบใหญ่ขึ้นมาเถอะ

คนในโถงต่างมองมาที่หยกย้อนอดีตในมือมั่วต้าเหนียน คนรุ่นหลังไม่น้อยแม้ได้ยินผู้อาวุโสของตระกูลโอวหยางเรียกชื่อออกมาแล้ว ยังคงไม่รู้ว่านี่คือสิ่งใด

ก็เห็นเพียงมั่วต้าเหนียนตั้งใจแน่วแน่ โยนสิ่งนี้ขึ้นฟ้าในทันใด แล้วก็เห็นกลางอากาศปกคลุมไปด้วยหมอกควันในทันใด จับตัวเป็นกำแพงเมฆช้าๆ จากนั้น ไม่คิดว่าด้านบนจะปรากฏภาพภูเขาจำลองน้ำตก ดอกไม้ใบหญ้า เห็นชัดว่าเป็นภาพในสวนดอกไม้หลังจวนมั่ว!

“โอ้!” ได้เห็นเรื่องอัศจรรย์เช่นนี้ คนไม่น้อยตกใจร้องเบาๆ

มั่วชิงเฉินที่หลบอยู่ที่มุมยิ่งตกใจ หยกย้อนอดีตนี้ หรือว่าจะเหมือนกล้องบันทึกวิดีโอในยุคปัจจุบัน

ก็ไม่ถูก กล้องบันทึกวีดีโอนั่นคือบันทึกเหตุการณ์ในเวลานั้นเอาไว้ ทว่าเวลาที่มั่วเฟยเยียนฆ่าท่านอาสะใภ้สิบด้วยความโกรธนั้น เห็นชัดว่าพวกท่านหัวหน้าตระกูลไม่รู้เรื่องนี่นา เหตุใดหยกย้อนอดีตนี้ยังสามารถทำให้เหตุการณ์ในเวลานั้นปรากฏขึ้นอีกครั้งนะ นั่นไม่เท่ากับเวลาย้อนกลับหรือ นี่...นี่มันน่าอัศจรรย์เกินไปแล้ว!

ในช่วงเวลาหนึ่ง มั่วชิงเฉินต้องยอมศิโรราบต่อวิธีการของตระกูลเซียนนี้

ยังไม่ทันรอทุกคนตกใจเสร็จ ก็ได้ยินเสียงเบาๆ ลอยมาจากในภูเขาจำลองที่ปรากฏเหมือนของจริงบนกำแพงเมฆกลางอากาศนั่น

“พี่เก้า ซินเอ๋อร์คิดถึงท่านเหลือเกิน เหตุใดท่านไม่มาหาข้าเลย...”

“ซินเอ๋อร์ ระยะนี้ไม่สะดวกจริงๆ...”

“ฮึ ท่านเบื่อคนเขาแล้วชัดๆ...”

จากนั้นก็ได้ยินเสียงครวญครางของหญิงสาว ภาพเปลี่ยนไปอยู่ในถ้ำหิน

ชายหญิงคู่หนึ่งเสื้อผ้าหลุดลุ่ยกอดอยู่ด้วยกัน หน้าของหญิงสาวผู้นั้นหันหน้ามาทางทุกคนพอดี เห็นชัดว่าคือท่านอาสะใภ้สิบเฉินซิน!

เมื่อดูถึงตรงนี้มั่วต้าเหนียนโบกมือหนึ่งที หยกย้อนอดีตกลับเข้าในมือเขาอีกครั้ง

บัดนี้ในโถงใหญ่เงียบกริบไปหมด มีเพียงเฉินซื่อเจี๋ยที่สีหน้าเปลี่ยนไปจนดูไม่ได้

“พี่เฉิน เจ้ายังจะดูต่อไปหรือไม่” มั่วต้าเหนียนถาม

เฉินซื่อเจี๋ยตาคู่นั้นราวกับจะพ่นไฟออกมาได้ สีหน้าดำจนน่าตกใจ ริมฝีปากสั่นเทาเหมือนอยากพูดอะไร ทันใดนั้นกลับสะบัดแขนเสื้อทีหนึ่ง ไม่แม้แต่จะพูดอะไรเป็นพิธีก็เหยียบกระบี่บินออกไปแล้ว

มั่วต้าเหนียนรู้อยู่แก่ใจว่าเขาโมโหมากแล้ว แม้กระทั่งระเบียบที่เป็นที่รู้กันว่าห้ามเหยียบสิ่งของโบยบินในบ้านผู้อื่นก็ลืมจนสิ้น

“พี่โอวหยาง พี่ฮวา พวกท่านว่า...” มั่วต้าเหนียนกอบหมัดใส่สองคนที่ตะลึงงันอยู่ตรงนั้น

สองคนนั้นเวลานี้สีหน้ากระอักกระอ่วนถึงที่สุด กอบหมัดว่า “รบกวนแล้ว” พูดจบก็ไม่อยู่แล้ว รีบจากไป

มองดูทุกคนที่งงเป็นไก่ตาแตกในโถงใหญ่ มั่วต้าเหนียนเอ่ยเสียงดังว่า “พวกเจ้ายังอยู่ดูอะไรอีก ยังไม่รีบกลับไปบำเพ็ญเพียรให้ดีๆ!”

รุ่นหลังทุกคนหนีกระเจิงไปหมด

มั่วต้าเหนียนนั่งลงบนเก้าอี้เต็มก้น ด่าว่า “ในที่สุดก็สงบเสียที ฮึ ให้ตระกูลเฉินอวดดี ทีนี้ขายหน้าขายไปถึงบ้านท่านย่าแล้ว”

มั่วต้าเหอเอ่ยอย่างจำใจว่า “น้องห้า ตระกูลมั่วเรา ก็ขายหน้านะ”

แม้จะพูดว่าในโลกนี้ใจกว้างต่อผู้ชายมากกว่าผู้หญิงมาก แต่ไม่ว่าอย่างไรมั่วเก้าก็มีฐานะเป็นพี่ชายสามี กับน้องสะใภ้เป็นเช่นนี้ จะน่าฟังไปถึงไหนได้

มั่วต้าเหนียนชะงัก จากนั้นว่า “ข้าโมโหจนลืมเลย!”

“ไม่ถูกสิ มั่วต้าเหนียน เจ้าเอาหยกย้อนอดีตนั่นมาจากไหนกัน” มั่วหกเฒ่าที่ไม่พูดจามาครึ่งวันในที่สุดก็ได้สติกลับมา

“พี่สามให้มาน่ะสิ” มั่วต้าเหนียนยกหนังตา

“หา เหตุใดเขาให้เจ้าไม่ให้ข้า ไม่ว่าอย่างไรตบะข้าก็สูงกว่าเจ้านะ!” มั่วหกเฒ่าเอ่ยอย่างร้อนรน

มั่วต้าเหนียนเอ่ยอย่างไม่รีบร้อน “ถ้าเช่นนั้นเจ้าไปถามเขาสิ ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร”

“มั่วต้าเหนียน!”

ในโถงมีเสียงทะเลาะกันของตาเฒ่าสองคนลอยมาอีกแล้ว

พวกมั่วชิงเฉินตามมั่วเฟยเยียนทุกฝีก้าวเดินออกข้างนอกไป เดินถึงครึ่งทางจู่ๆ มั่วเฟยเยียนก็หยุดเดิน มองทุกคนว่า “พวกเจ้ากลับไปเถอะ”

พูดจบก็เห็นนางขยับตัวเล็กน้อย โฉบไปทางหลังเขาอย่างเร็ว

พวกมั่วชิงเฉินต่างมองหน้ากัน ช่วงเวลาหนึ่งไม่รู้พูดอะไรดี

ในที่สุดหู่โถวก็ทนไม่ไหวว่า “เมื่อสักครู่เหตุใดกลางอากาศถึงปรากฏภาพท่านลุงเก้ากับท่านป้าสิบล่ะ”

หู่โถวอายุเจ็ดขวบยังเป็นช่วงอายุที่ไม่เข้าใจเรื่องระหว่างชายหญิง ทว่าในด้านนี้เด็กผู้หญิงกลับเป็นผู้ใหญ่กว่ามาก เพียงเห็นพวกเด็กผู้หญิงต่างหน้าแดงทันที

พันธกานต์ปราณอัคคี: Chapter 056 ตอนที่ 56