พันธกานต์ปราณอัคคี

พันธกานต์ปราณอัคคี: Chapter 036 ตอนที่ 36

#36Chapter 036

ตอนนที่ 36 เกรงคนบนฟ้าตกใจ

“ขึ้นไป...นั่ง?” มั่วชิงเฉินมองดูนกกระเรียนกระดาษขนาดยาวกว่าหนึ่งจั้งเล็กน้อย แม้ความยาวจะพอแล้ว แต่…แต่อย่างไรเสียก็ทำจากกระดาษนี่นา หากว่า...

นี่จะโทษมั่วชิงเฉินความรู้ตื้นเขินก็ไม่ได้ อย่างไรเสียนางก็ทะลุมิติมาจากโลกที่ไม่เชื่อเรื่องเทพเซียน ต่อให้เห็นวิชาเซียนมาไม่น้อยก็เถอะ แต่ว่าต่อหน้าสิ่งที่ไม่เคยรู้จัก ก็ยังไม่ค่อยกล้าเชื่ออยู่ดี

หู่โถวไม่สนใจมั่วชิงเฉิน ยกขาสั้นๆ ขึ้นขี่ไปบนตัวนกกระเรียนกระดาษถึงได้หันหน้ามาทางมั่วชิงเฉินว่า “รีบขึ้นมาเร็ว”

มั่วชิงเฉินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง หรือว่า นางจะลองเชื่อเด็กน้อยห้าขวบคนนี้ดู?

“เร็วๆ เข้า” หู่โถวเร่ง

มั่วชิงเฉินกัดฟัน ยกขาค่อมลงบนตัวนกกระเรียนกระดาษเช่นกัน

“ชิงเฉิน จับข้าไว้นะ” หู่โถวเพิ่งพูดจบ มั่วชิงเฉินก็รู้สึกด้านล่างตัวสั่นไหวหนึ่งทีต่อจากนั้นนกกระเรียนกระดาษตัวนั้นพุ่งขึ้นฟ้าไป ดีที่นางจับหู่โถวไว้ถึงไม่ตกลงไป

นกกระเรียนบินถึงความสูงระดับหนึ่ง ถึงหยุดอยู่กลางอากาศอย่างมั่นคง หู่โถวหันหน้ามายิ้มว่า “เป็นอย่างไรบ้าง สนุกไหม”

กลับเห็นมั่วชิงเฉินใบหน้าดำคล้ำสีหน้าราวกับจะฆ่าคนว่า “หู่โถว เจ้าจะให้ข้าตกลงมาตายหรือ! ข้ายังจับไม่แน่นดีเลยเจ้าก็บินแล้ว!”

หู่โถวทำหน้าไม่รู้เรื่องว่า “ข้าให้เจ้าจับดีๆ แล้วมิใช่หรือ”

มั่วชิงเฉินหมดอารมณ์โกรธ ช่างเถอะ เจ้าซาลาเปาตัวนิดเดียว ตนจะต่อปากต่อคำกับเขาให้ได้อะไรขึ้นมา

“ชิงเฉินๆ เจ้าดูท้องฟ้าสิสวยจังเลย” หู่โถวเอ่ยด้วยความตื่นเต้น

ใจมั่วชิงเฉินถึงได้สงบลงมา เงยหน้ามองท้องฟ้า พอได้เห็นเท่านั้นแหละ วิญญาณราวกับถูกท้องฟ้าอันลึกลับกว้างใหญ่ไพศาลดึงดูดเข้าไป

นางไม่เคยแหงนหน้ามองฟ้าในระยะใกล้เช่นนี้มาก่อน ในเวลานี้ ดวงดาวพร่างพราวเหล่านั้นเหมือนอยู่ใกล้ตัวนางมาก ราวกับเพียงยื่นมือก็สามารถเด็ดพวกมันลงมาได้อย่างนั้นแหละ

ดวงดาวเหล่านี้ เหมือนดวงดาวที่มองจากอีกโลกหนึ่งหรือไม่นะ มีดวงใดคือชื่อที่ฝังอยู่ในส่วนลึกของหัวใจซึ่งไม่อาจเรียกออกมาได้อีกแล้วหรือไม่นะ

“หอสูงนับร้อยฉื่อ[footnoteRef:1] มือเด็ดดวงดารา ไม่กล้าเอ่ยเสียงดัง เกรงคนบนฟ้าตกใจ...” ยามใจอยู่ในภวังค์ มั่วชิงเฉินอดท่องกลอน ‘ค้างแรมอารามกลางพงไพร’ ของกวีเอกหลี่ไป๋[footnoteRef:2]ออกมาไม่ได้ [1: ฉื่อ คือ หน่วยวัดความยาว หมายถึง ฟุต] [2: หลี่ไป๋ เป็นกวีจีนที่ยิ่งใหญ่แห่งราชวงค์ถัง]

เกรงคนบนฟ้าตกใจ...เกรงคนบนฟ้าตกใจ...คนเหล่านั้นสำหรับตนในเวลานี้ ก็คือคนบนฟ้ามิใช่หรือ มั่วชิงเฉินคิดพลางน้ำตาก็ไหลออกมาทันที

“ชิงเฉินๆ เจ้าพูดอะไรอยู่หรือ เหตุใดเจ้าจึงร้องไห้ล่ะ” หู่โถวเห็นท่าทางของมั่วชิงเฉินแล้วไม่เข้าใจยิ่งนัก อดดันนางเบาๆ ไม่ได้

มั่วชิงเฉินได้สติกลับมา ยิ้มออกมาว่า “ชิงเฉินไม่ได้ร้องไห้ คือดวงดาวสว่างเกินไปทำให้แสบตาน่ะ”

“ถ้าเช่นนั้นเจ้าอย่าน้ำตาไหลอีกล่ะ มิเช่นนั้นดวงตาพร่ามัวก็จะมองดวงดาวไม่เห็นนะ” หู่โถวพูดพลางยื่นมือเล็กๆ อวบๆ มาเช็ดน้ำตาให้มั่วชิงเฉิน

“อืม” มั่วชิงเฉินอดกอดหู่โถวตัวนุ่มนิ่มไม่ได้ เด็กสองคนแหงนหน้ามองดวงดาวบนท้องฟ้าด้วยกันไม่มีใครเอื้อนเอ่ยอยู่นาน

ผ่านไปเนิ่นนาน จู่ๆ มั่วชิงเฉินถามขึ้นว่า “หู่โถว เจ้ารู้หรือไม่ว่าดวงดาวเหล่านี้ ต่างมีชื่อของตนเอง”

“จริงหรือ” ดวงตาหู่โถวเป็นประกายขึ้นมา

“ใช่ เจ้าดูดวงนี้ เรียกว่าดาวเหนือ ทางนั้น ดวงนั้นคือดาวสาวทอผ้า ดวงที่มองมาทางมันจากที่ไกลๆ นั้นคือดาวเด็กเลี้ยงวัว ระหว่างพวกมันยังมีนิทานเรื่องหนึ่งด้วยนะ” มั่วชิงเฉินพลางชื่นชมดวงดาวสวยงามอย่างยิ่งยวดบนฟ้าพลางพูดเนิบๆ

“นิทานอะไร เจ้ารีบเล่าให้ข้าฟัง” หู่โถวเขย่าแขนของมั่วชิงเฉิน

“ไอยา เจ้าอย่าเขย่า เขย่าจนข้าตกลงไปจะทำเช่นไร กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว บนฟ้ามีนางฟ้าองค์หนึ่งชื่อสาวทอผ้า...”

“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่านางชื่อสาวทอผ้าล่ะ” หู่โถวถาม

“ทุกๆ วันนางจะใช้ไหมวิเศษทอเป็นเมฆสวยงามซ้อนเป็นชั้นๆ จากเครื่องทอผ้า จากนั้นใช้ฝีมืออันประณีตตัดเป็นอาภรณ์ฟ้า จึงเรียกว่าสาวทอผ้าอย่างไรล่ะ”

“หา เมฆก็ทอเป็นเสื้อผ้าได้หรือ” หู่โถวถามอีก

“ใช่ อยู่มาวันหนึ่ง...” มั่วชิงเฉินเล่าต่อไป

“แต่ว่า เมฆจะทอเป็นเสื้อผ้าได้อย่างไรล่ะ ยังมีอีกนะ สาวทอผ้าก็บรรลุมาจากผู้บำเพ็ญเพียรเช่นพวกเราหรือ” หู่โถวท่าทางอยากรู้อยากเห็นเต็มประดา

“เงียบน่า ตกลงเจ้าจะฟังต่อหรือไม่” มั่วชิงเฉินหน้าบึ้งแล้ว

หู่โถวทำปากจู๋ว่า “ก็ได้ ข้าไม่ถามแล้ว เจ้ารีบเล่าเถอะ”

มั่วต้าเหนียนยืนอยู่กลางลานบ้าน แหงนมองฟ้าที่สูงขึ้นไปสิบกว่าจั้ง นกกระเรียนกระดาษสีเหลืองกลืนเข้ากับสีในยามค่ำคืน ด้วยสายตาของเขายังคงมองเห็นเด็กน้อยสองคนอิงแอบอยู่ด้วยกัน ยื่นนิ้วมือชี้ท้องฟ้า

มั่วต้าเหนียนยิ้มไร้เสียง หันหลังก้าวเข้าห้องไป

“ชิงเฉิน เจ้าแม่หวังหมู่นิสัยแย่มาก รู้แล้ว เอาอย่างนี้เราขี่นกกระเรียนกระดาษไปหาสาวทอผ้ากัน ถึงเวลานั้นให้นางขี่นกกระเรียนกระดาษของข้าไปหาเด็กเลี้ยงวัว” เมื่อหู่โถวฟังนิทานของมั่วชิงเฉินจบแล้วกล่าว

มั่วชิงเฉินหัวเราะว่า “ให้สาวทอผ้าขี่นกกระเรียนกระดาษของเรา แล้วเราจะกลับบ้านอย่างไรล่ะ”

หู่โถวชะงักเล็กน้อย จากนั้นว่า “พวกเรากลับดึกหน่อยก็ไม่เป็นไร อย่างไรเสียข้าก็หนีออกจากบ้านอยู่นี่นา”

พูดเช่นนี้แล้ว ก็ไม่รู้ว่าหู่โถวบังคับอย่างไร ไม่คิดว่านกกระเรียนตัวนั้นบินสู่ที่ที่สูงขึ้นจริงๆ

“เอ๊ะ นี่ ชิงเฉิน พวกเราจะถึงแล้วใช่หรือไม่ ดาวดวงใหญ่ขึ้นแล้วล่ะ” หู่โถวตะโกนอย่างตื่นเต้น

มั่วชิงเฉินรู้อยู่แล้วว่านี่เป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ เพียงแต่ทนเห็นหู่โถวสะเทือนใจไม่ได้ นางเพียงเหล่ลงข้างล่างเรื่อยเปื่อยทีหนึ่ง เหงื่อเย็นก็อดไหลท่วมตัวไม่ได้ “หู่...หู่โถว หรือไม่เรากลับกันเถอะ”

หู่โถวยังจมดิ่งอยู่ในนิทานเด็กเลี้ยงวัวและสาวทอผ้าอย่างเห็นได้ชัด ได้ยินดังนั้นจึงออกแรงส่ายศีรษะว่า “ไม่เอาๆ ข้าจะไปชวนสาวทอผ้าเล่น”

มั่วชิงเฉินไม่เข้าใจแม้แต่น้อยว่ายันต์กระเรียนเหินหาวนี้ควบคุมอย่างไรกันแน่ จึงได้แต่มองดูนกกระเรียนกระดาษพาพวกเขายิ่งบินยิ่งสูงขึ้นไปอย่างไม่มีทางช่วย

ไม่รู้บินขึ้นไปสูงเท่าใด มั่วชิงเฉินรู้สึกเพียงว่าร่างกายยิ่งหนาวขึ้นหนาวขึ้น จู่ๆ มีลมพัดมา นกกระเรียนกระดาษตัวนั้นสั่นอย่างแรงจากนั้นไม่พูดพร่ำทำเพลงร่วงลงสู่ด้านล่างทันที

เหตุการณ์เกิดขึ้นกะทันหัน ทำให้มั่วชิงเฉินลืมแม้กระทั่งกรีดร้อง ช่วงเวลาขณะนั้นนางคิดเพียงว่าจะให้หู่โถวตกลงไปไม่ได้ สองมือจึงรีบกอดหู่โถวไว้แน่น

รอจนขวัญที่กระเจิงกลับเข้าที่ มั่วชิงเฉินถึงพบว่าทั้งสองคนตกลงมาบนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง นกกระเรียนกระดาษตัวนั้นกลับมายาวสามนิ้วกว่าอีกครั้ง หยุดอยู่บนง่ามของกิ่งไม้กิ่งหนึ่ง

มั่งชิงเฉินกำลังจะถามหู่โถวว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ๆ ได้ยินเสียงลอยมาจากใต้ต้นไม้ นางยื่นมือปิดปากของหู่โถวทันทีอย่างไม่รู้ตัว

“พี่...พี่เก้า เหตุใดท่านไม่มาหาคนเขานานถึงเพียงนี้...” เสียงเบาๆ ของหญิงสาวนางหนึ่งลอยมา หางเสียงแฝงไว้ด้วยความยั่วยวน

“ซินเอ๋อร์ เจ้าอย่าโกรธ หลายวันมานี้เกิดเรื่องในตระกูลมากมาย หากไม่เพราะเรื่องของน้องสิบสามดึงความสนใจของผู้คนจนหมด เกรงว่าข้ายังไม่มีโอกาสออกมา...” ผู้ชายคนหนึ่งรีบกล่าว

“หึ เกิดเรื่องมากอะไรกัน ไม่ใช่คนที่บ้านท่านตื้อท่านไว้หรอกหรือ เป็นอย่างไรล่ะ ชิมดอกไม้ริมทางพอแล้ว รู้สึกว่าดอกไม้ที่บ้านหอมอีกแล้วหรือไร” หญิงสาวต่อว่า

ผู้ชายง้อว่า “ซินเอ๋อร์คนดี อย่าพูดเช่นนี้สิ ท่อนไม้เย็นชาบ้านข้าคนนั้นน่ะนะ ข้าปรนนิบัติไม่ไหวหรอก วันๆ เอาแต่ทำท่าทางยโสสูงส่ง ทำราวกับข้าติดเงินนางอย่างนั้นแหละ! แหะๆ ไหนเลยจะมีรสมีชาติเหมือนซินเอ๋อร์...”

“คนเขาคลอดบุตรสาวให้ท่านตั้งหลายคนแน่ะ!” หญิงสาวพูดด้วยความหึงหวง

“ถ้าเช่นนั้น เจ้าก็มีให้ข้าคนหนึ่ง...”

ต่อจากนั้น ก็ได้ยินเสียงเปลื้องเสื้อผ้าสวบสาบ และเสียงครวญครางของหญิงชายเสพสมกัน

มั่วชิงเฉินอยู่บนต้นไม้ฟังจนใจเต้นตึกตัก เสียงนั้นทำให้นางขวยเขินผิดปกติ เห็นหู่โถวเบิกตากว้างท่าทางงุนงง มั่วชิงเฉินรีบเขียนลงมือเขาว่า “ไป!”

ในเวลานี้เอง จู่ๆ ได้ยินผู้ชายด้านล่างพูดอย่างโมโหว่า “นั่นใคร ออกมา!”

พันธกานต์ปราณอัคคี: Chapter 036 ตอนที่ 36