เมฆดำพบจันทร์กระจ่าง: Chapter 004 ตอนที่ 4
ตอนที่ 4 อูอวี้ 1 (1)
-อูอวี้-
อันที่จริงผมไม่ได้อยากมาเที่ยวที่นี่ตั้งแต่แรกแล้ว
โปรเจกต์ที่ผมกำลังช่วยอาจารย์ทำมันอยู่ในช่วงเร่งด่วนมาก และผมยังต้องเตรียมตัวฝึกงานในบริษัทที่ผมชอบ แต่แม่บอกผมว่า หลายปีมานี้ผมเหนื่อยมากจริงๆ ให้ผมออกไปเที่ยวให้สบายใจ แม่ยังพูดอีกว่า ตั้งแต่คราวที่ผมด่าว่าอูเมี่ยวอย่างรุนแรงในครั้งนั้น เธอยังคงซึมเศร้าเสียใจ แล้วก็ไม่ยอมออกไปเที่ยวที่ไหนกับเพื่อนๆ เลย ส่วนการเรียนเองก็แย่ลงทุกวัน
ในใจผมนั้นรู้สึกทั้งหงุดหงิดทั้งเครียด พร้อมพูด “แม่! มีอะไรก็บอกมาตรงๆ เถอะ เราสองคนแม่ลูกเวลาพูดกันทำไมต้องพูดอ้อมค้อมด้วย”
ในตอนนั้นก็สังเกตเห็นว่าแม่หยุดพูดโทรศัพท์สักพักหนึ่ง แล้วพูดว่า “แม่ผิดเอง แม่รู้สึกว่าหลายปีมานี้ ครอบครัวเราต้องพึ่งพาลูกทุกอย่าง ตอนเรียนมหาวิทยาลัยลูกก็ต้องทำงานหาเงิน เพื่อจ่ายค่าเล่าเรียนของอูเมี่ยว และค่าใช้จ่ายของทั้งครอบครัว...แม่เป็นห่วงลูก อยากจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกลูกสองคนพี่น้องดีขึ้น อูเมี่ยวอยากออกไปเที่ยวตั้งนานแล้ว...”
ตารางเวลาและงานต่างๆ ที่ผมวางแผนไว้มันยุ่งมากๆ ขนาดเข็มสักเล่มยังแทรกเข้าไปยังไม่ได้เลย แต่สุดท้ายก็มาแพ้ความรักและความเป็นห่วงของแม่ หลายวันผ่านไป มีเพื่อนผมแนะนำทัวร์ท่องเที่ยวบริษัทนี้มา และยังสมัครให้ผมกับอูเมี่ยวอีกด้วย
ตอนที่โทรชวนอูเมี่ยว เธอก็ยังกลัวผมบ้าง แต่พอได้ยินว่าจะพาไปเที่ยวอวิ๋นหนาน เธอก็ดีใจมากๆ หัวเราะพร้อมพูดว่า “ขอบคุณมากค่ะ พี่ชาย พี่ชายน่ารักที่สุดเลย” ผมวางสาย แต่ลึกๆ แล้วกลับรู้สึกดีใจขึ้นมาบ้าง คิดว่าหลายปีมานี้ ผมเรียนหนังสือที่ต่างจังหวัดตัวคนเดียว ผมขยันและได้เจอกับครอบครัวน้อยมาก พวกเราอยู่ห่างกันมาก ผมอาจจะเข้มงวดกับเธอมากเกินไป ทำให้เธอที่สนิทกับผมมาตั้งแต่ตอนเล็กๆ กลัวผมมากขึ้นเรื่อยๆ
แต่ความคิดแบบนี้ ครู่เดียวก็ผ่านไป วางโทรศัพท์แล้วผมก็ทำโปรเจกต์ต่อไป รอให้ถึงวันที่จะได้ออกไปเที่ยว
ใครจะรู้ว่าหลังจากวันที่ได้ขึ้นเรือลำนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของผม
และโชคชะตาของคุณแม่กับน้องสาวของผมก็ถูกลิขิตไว้ตั้งแต่ช่วงเวลานั้นแล้วเช่นกัน
...
วันแรกของการขึ้นเรือ เวลาที่ทุกคนไปเข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับ ผมกลับทำงานนอกเวลาอยู่ในห้องพัก
ไม่เคยคิดว่าในช่วงเวลานั้นผมจะได้เจอกับผู้หญิงคนหนึ่ง
ตอนแรกผมจดจ่ออยู่กับการคำนวณข้อมูล แต่ในหูมักจะได้ยินเสียงรบกวนตลอดเวลา เมื่อผมตั้งใจฟังให้ดีๆ ก็พบว่ามีคนใช้อุปกรณ์จำพวกแก้วกำลังเคาะระเบียงอยู่เบาๆ เสียงนั้นเบาเอามากๆ ผมวางปากกา เดินออกไปอย่างประหลาดใจ และก็ได้เจอเธอ
ครั้งแรกที่พบกัน ตาทั้งสองข้างของเธอสวยมาก ขนตาสีดำ คล้ายผู้หญิงขี้เกียจอยู่นิดหน่อย แต่ก็มีนิสัยของเด็กหญิงที่ไร้เดียงสาอยู่ด้วย ส่วนเสียงที่ได้ยินนั้นก็คือแก้วเหล้าในมือเธอ
ผมรู้สึกใจเต้นนิดหน่อย ความรู้สึกแบบนี้บอกไม่ถูกเหมือนกัน ในขณะนั้น แสงแดดได้ส่องมาสัมผัสพวกเรา ให้ความอบอุ่นแก่คนขี้เกียจและคนที่สับสนอยู่เล็กน้อย
เราสองคนพูดคุยเล่นกันอยู่พักหนึ่ง ไม่น่าเชื่อว่าจะแข่งกันพูดคุยอย่างถูกคอ เธอใจกว้างมาก มีอารมณ์ขันไม่ขาด และรู้วิธีที่จะมีความสุขกับชีวิต ในชีวิตของผมยังไม่เคยเจอผู้หญิงแบบนี้มาก่อน ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่ผมเรียนอยู่มีผู้หญิงไม่กี่คน แต่ก็ไม่มีใครสวยและน่าสนใจเท่าเธอ มีผู้หญิงหลายคนจากมหาวิทยาลัยอื่นเคยมาชอบผม แต่ผมเห็นว่าพวกเธอเป็นเหมือนพวก ‘ดอกไม้ในมหาวิทยาลัย’ ไม่รู้ทำไมถึงไม่ชอบพวกเธอเหมือนกัน แต่ช่วงก่อนนั้นผมยุ่งจริงๆ ไม่ค่อยได้คิดเรื่องความรักเท่าไร
อีกครึ่งปี ผมจะจบปริญญาโท อนาคตการงานก็จะต้องดีแน่ๆ สุดท้ายผมก็สามารถสบายใจได้แล้ว
ผมไม่เคยคิดว่าจะได้เจอคนที่ชอบบนเรือ แต่ตอนนี้เจอแล้ว และคิดว่าผมก็มีสิทธิ์ที่จะลอง
ผมนัดเธอกินข้าวเย็นด้วยกัน เธอหน้าแดงระเรื่อแล้วตอบตกลง ผมเดาว่าเธอไม่ได้มีประสบการณ์เกี่ยวกับความรักมากนัก นี่ทำให้ผมพอใจมากยิ่งขึ้น