เมฆดำพบจันทร์กระจ่าง

เมฆดำพบจันทร์กระจ่าง: Chapter 005 ตอนที่ 5

#5Chapter 005

ตอนที่ 5 อูอวี้ 1 (2)

ผมอารมณ์ดีตลอดเวลา จนถึงตอนที่ตรวจผลสอบภาษาอังกฤษระดับสี่ของอูเมี่ยว และพบว่าในครั้งนี้เธอก็ยังสอบไม่ผ่าน มองไปยังผลสอบที่แย่มาก ไฟได้ลุกโชนขึ้นมาในใจ ผมรีบวิ่งเข้าไปในห้องนอนของเธอ พบว่าเธอกำลังนอนยิ้มอยู่บนเตียง ขณะอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่บนหน้าปกมีสีสันสดใส เธอตกใจที่เห็นผมเข้ามา แล้วรีบซ่อนหนังสือไว้ใต้ผ้าห่ม ผมล้วงเอาหนังสือออกมา มองที่หน้าปกจากนั้นก็ยิ้มแสยะขึ้น

ชื่อหนังสือดูแล้วน่าเกลียดและยังน่าเบื่อมาก นักเขียน ชีจู ต้องขอบคุณอูเมี่ยว ผมถึงได้รู้จักผู้หญิงคนนี้ มีครั้งหนึ่งอูเมี่ยวเคยโต้เถียงว่า ‘ชีจู’ คนนี้เป็น ‘ต้าเสิน (เทพผู้ยิ่งใหญ่) ’ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก ตอนนั้นผมก็เชื่อบ้าง ไม่เชื่อบ้าง เมื่อลองเปิดอ่านไปได้สักพัก ก็ไม่อยากอ่านแล้ว เพราะล้วนเป็นเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ชายๆ หญิงๆ มีแม้กระทั่งการกอดจูบลูบคลำ

สุดท้ายอูเมี่ยวก็ยังเก็บตัวอยู่แต่ในห้องนอน อ่านหนังสือของเธอต่อไป เธอเพิ่งอายุสิบเก้าปีเอง ได้รับสิ่งรบกวนจากหนังสือประเภทนี้ทุกวัน ไม่น่าแปลกใจเลยที่เธอจะไม่สนใจเรื่องเรียน

ครอบครัวอย่างพวกเรา ไม่มีสิทธิ์ที่จะไม่พยายามเรียนหนังสือหรือไม่ขยันทำงาน

ผมทำหน้าบึ้งและหันหลังเดินจากไป อูเมี่ยวรู้สึกว่าตัวเองทำผิดอีกแล้วจึงวิ่งตามมาทันที

ผมไม่คิดเลยว่าตอนที่กำลังอบรมอูเมี่ยวจนเธอร้องไห้ ผู้หญิงคนนั้นจะมาเห็นเข้าพอดี

เมื่อผมหันหน้าไปเห็นเธอ ชั่วขณะนั้นในใจก็เกิดความรู้สึกผิดสายหนึ่ง ผมไม่น่าทำแบบนี้เลย ผมไม่อยากให้บุคคลภายนอกมาเห็นปัญหาภายในครอบครัว และก็ไม่อยากให้เธอเห็นด้วย

ผมไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดีเลย

เธอมองมาด้วยสายตาแปลกๆ มองไปที่หนังสือบนพื้น แล้วก็จ้องมองผม

หลังจากนั้นเธอก็เม้มริมฝีปาก กัดฟัน แสดงหน้าตาไม่น่าดูออกมานิดหน่อย และเดินจากไป

ผมไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงโกรธแบบนี้ หรือเพราะเข้าใจผิดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผมกับอูเมี่ยว

หลังจากกลับถึงห้อง อูเมี่ยวหยุดร้องไห้และกลับไปนั่งที่โต๊ะทบทวนคำศัพท์ภาษาอังกฤษระดับสี่ ทั้งยังทำตัวน่ารักเทน้ำให้ผมดื่มด้วย ผมรู้ว่าที่เธอทำแบบนี้เพราะอยากจะเอาใจผม ซึ่งมันก็น่ารักน่าเอ็นดู ผมเลยทำเสียงเข้มและพูดว่า “เธออยากไปเที่ยวที่ผับบนเรือไม่ใช่เหรอ กินข้าวเย็นเสร็จแล้ว ฉันจะพาไป”

“ค่ะ ขอบคุณค่ะ พี่ชาย” เธอพูดเบาๆ

ผมรู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันที แต่เมื่ออารมณ์สงบลงแล้วก็เดินออกมาจากห้อง

ดวงอาทิตย์กำลังตกทางทิศตะวันตก ก็ใกล้จะถึงเวลาที่ผมนัดกับผู้หญิงคนนั้น ผมนั่งลงที่โต๊ะ พลางคิดย้อนถึงสีหน้าของเธอเมื่อครู่ที่ผ่านมา เธอเปลี่ยนไปใส่กระโปรงที่สวยมากเพื่อมาเดทกับผมเหรอ ผมไม่มีจิตใจจะมานั่งทำงานต่อ เห็นที่เขี่ยบุหรี่แก้ววางอยู่บนโต๊ะ ผมไม่อยากสูบบุหรี่ ภายในที่เขี่ยบุหรี่จึงสะอาด ผมหยิบมันขึ้นมาพร้อมเดินไปที่ระเบียง

ผมหันหน้าไปทางระเบียงราวเหล็ก เคาะมันกับราวเหล็กให้เกิดเสียงดังอย่างมีจังหวะ ผมรู้ว่าเธอได้ยินมันอย่างแน่นอน

ไม่นานนักเธอก็เดินออกมาอย่างคนอารมณ์ไม่ดี

“เคาะอะไรคะ” เธอถาม

ผมเห็นหน้าตาของเธอที่กำลังโกรธ อยากจะหัวเราะ แต่สังเกตเห็นว่าเธอได้เปลี่ยนชุดไปใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวเก่าๆ กระโปรงสั้น และรองเท้าแตะซะแล้ว

เห็นได้ชัดว่าไม่อยากไปตามนัดกับผมแล้ว

ผมมองเธอพร้อมถามว่า “ทำไมเปลี่ยนกระโปรงแล้วล่ะครับ”

เธอนิ่งไปสักครู่หนึ่ง คงเพราะไม่คิดว่าที่ผมจะพูดเป็นอย่างแรกคือเรื่องนี้ แล้วเธอก็ถลึงตาใส่ทันที “เกี่ยวอะไรกับคุณคะ”

พอเทียบกับนิสัยเรียบร้อยและอ่อนโยนเมื่อตอนเที่ยง เธอเหมือนกับเป็นคนละคน ตอนนี้มีแต่คำพูดทิ่มแทง แหลมคมจนทำให้ผมที่มึนงงอยู่เล็กน้อยค่อยๆ ตื่นขึ้น

ผมพูด “คุณเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า คนเมื่อกี้ไม่ใช่...”

เธอกลับมองมาที่ผมแวบหนึ่ง ในแววตานั่นคล้ายมีแผนการอะไรบางอย่าง เหมือนกับเข้าใจแล้วว่าผมต้องการอธิบายอะไร แต่กลับไม่ให้โอกาสผมได้อธิบาย หลังจากนั้นเธอก็เปิดปากพูดไม่หยุด “นิ้วมือมีรอยด้าน ดูก็รู้แล้วว่าจับปากกาบ่อยๆ ที่ข้อมือยังมีรอยหมึกเลอะเป็นตัวเลขสูตรคำนวณไปแล้วครึ่งหนึ่ง นี่คือแบบฉบับของผู้ชายวิศวะ ขนาดออกมาเที่ยวแต่ก็ยังไม่ลืมที่จะทำงานอีก ไม่ปกติผิดมนุษย์จริงๆ ”

ผมตะลึงงันไปหมดแล้ว นี่เธอกำลัง...วิเคราะห์ผมเหรอ