ดวงใจอสุรา: ตอนที่ 004 ตอนที่ 4
ตอนที่ 4 ตีกันแล้ว!
“มะ...ไม่มีอะไร” เพียงแค่พริบตาเดียว มู่หรงซินเหลียนก็ปรับสีหน้าเป็นปกติ
ยิ่งนางได้มองใบหน้าที่สุดแสนจะธรรมดาที่อยู่ตรงหน้า นางก็ยิ่งรับไม่ได้ ไม่ว่าจะมองด้านไหน นางก็ดีกว่ามู่หรงชีชีเห็นๆ แต่ชาติกำเนิดอันต่ำต้อยนั้นเปรียบดั่งหนามแหลมคมที่ปักอยู่บนหัวใจของนาง แตะแค่เพียงเล็กน้อย ก็ทำให้นางเจ็บปวดจนแทบขาดใจ ความรู้สึกเช่นนี้นางแทบทนไม่ไหว
“พี่รอง ไม่ใช่ว่าท่านจะอิจฉาพี่สามหรอกนะ ข้าเคยได้ยินมาว่า ท่านชื่นชอบจิ้งอ๋องเป็นอย่างมากนี่” มู่หรงชิงเหลียนทำหน้าใสซื่อ พูดไปก็ยิ้มไป
“แต่น่าเสียดาย! จิ้งอ๋องกลับมีการหมั้นหมายไว้กับพี่สาม ก็คงจะเป็นอย่างที่ใครเขาว่า ‘คนโง่ก็มีวาสนาของคนโง่’ พี่รอง เราสองคนไร้บุญไร้วาสนา สู้เอาเวลาไปฝึกวรยุทธ์ให้เก่งกาจเสียดีกว่า ได้แสดงฝีมือในศึกประลองยุทธของสี่แคว้นไม่แน่อาจจะได้เจอกับบุรุษในฝันก็เป็นได้”
มู่หรงชิงเหลียนมีใบหน้าใสซื่อไร้เดียงสา แต่คำพูดของนางนั้นดุจน้ำผึ้งอาบยาพิษ ฟังเผินๆ ก็ดูเหมือนนางกำลังพูดปลอบใจมู่หรงซินเหลียน แต่แท้ที่จริงแล้วเป็นการจุดไฟในใจของมู่หรงซินเหลียนให้ลุกโหมขึ้นไปอีก คงจะขาดเพียงราดน้ำมันลงกองไฟแล้ว
สตรีในตระกูลใหญ่ก็เป็นเสียอย่างนี้ มีใครธรรมดาเสียที่ไหน มู่หรงชีชียังคงทำหน้าไร้เดียงสาต่อไป ราวกับว่าไม่เข้าใจในสิ่งที่มู่หรงชิงเหลียนพูด
เมื่อมู่หรงซินเหลียนโดนยั่วยุจากมู่หรงชิงเหลียน ความไม่พอใจและความเกลียดชังภายในจิตใจก็เปรียบได้ดั่งลูกบอลหิมะ กลิ้งไปเท่าไหร่ขนาดของมันก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น ทำไมนางจะไม่รู้ว่ามู่หรงชิงเหลียนกำลังดูถูกเหยียดหยามนาง แต่ในเมื่อสิ่งที่มู่หรงชิงเหลียนพูดมานั่นคือความจริงทุกอย่าง ว่าที่พระชายาของจิ้งอ๋องคือคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านาง จะให้นางมองข้ามไปได้อย่างไร
ต่อให้นางจะไม่พอใจเพียงใด แต่ภายนอกนางจะแพ้ให้แก่มู่หรงชิงเหลียนไม่ได้ “น้องสี่ก็พูดเกินไป จิ้งอ๋องเก่งกล้าสามารถ ข้าก็แค่ชื่นชมท่านอ๋องดั่งชื่นชมเหล่าวีรบุรุษผู้กล้าทั้งหลาย! น้องสามมีวาสนาก็ถือเป็นโชคดีของนาง ไม่ใช่หรือ!”
“หึๆ……” มู่หรงชิงเหลียนเพียงหัวเราะออกมาเบาๆ
“พี่รอง ท่านชื่นชมจิ้งอ๋องขนาดนี้ ไม่ลองขอร้องพี่สามดูหน่อยหรือ ให้พี่สามพูดกับท่านอ๋อง ให้ตบแต่งท่านอีกคน ถึงแม้จะเป็นแค่ชายารอง สู้ชายาเอกไม่ได้ แต่ก็ดีกว่าเป็นอนุเป็นไหนๆ นี่ข้าคิดเผื่อท่านทั้งนั้นเลยนะ!”
เวลารังแกมู่หรงชีชีพวกนางก็ร่วมแรงร่วมใจกันดี แต่จริงๆ แล้วพวกนางนั้นกลับไม่ลงรอยกัน
เหตุผลนั้นง่ายนิดเดียว ถึงแม้มู่หรงไท้จะมีภรรยาถึงเจ็ดคน แต่ภรรยาสองคนที่เขาโปรดปรานมากที่สุดคือมารดาของพวกนางสองคน ถึงได้มีพวกนางอย่างทุกวันนี้ ลับหลังแล้วมารดาของนางทั้งสองไม่ถูกกัน การแย่งชิงระหว่างนางทั้งสองก็ยังคงมีเรื่อยมาและส่งต่อไปถึงรุ่นลูก
เมื่อมู่หรงซินเหลียนเห็นว่ามูหรงชิงเหลียนเยาะเย้ยนางต่อหน้ามู่หรงชีชี สีหน้าของนางก็เริ่มเก็บอารมณ์ไม่อยู่ “น้องสี่ นี่เจ้าหมายความว่าอย่างไรกันแน่ นี่เจ้าเห็นว่าข้าเป็นลูกอนุใช่หรือไม่ แต่ก็อย่าลืมไปเสียล่ะว่าเจ้าก็มีชาติกำเนิดไม่ต่างจากข้านัก ต่อไปเสกสมรสกับใคร เจ้าก็เป็นได้แค่อนุเท่านั้น!”
“พี่รองไม่ต้องกังวลเรื่องของข้าหรอก!” เมื่อมู่หรงชิงเหลียนได้ฟังคำพูดของมู่หรงซินหลียน ก็ฮึดฮัดขึ้นมา นางไม่ชอบการเสแสร้งของมู่หรงซินเหลียนมาแต่ไหนแต่ไร เมื่อยิ่งถูกนางพูดจาแดกดัน นางก็ไม่ยอมนิ่งเฉย
“ท่านพ่อเคยพูดไว้ว่า ขอแค่ข้าติดอันดับในการประลองยุทธ์ของสำนัก ท่านพ่อจะหาบุรุษที่เหมาะสมให้ แต่พี่รองนี่สิ ขนาดพยายามฝึกวรยุทธ์อย่างหนักแล้ว แต่ก็ยังได้แค่ขั้นสาม หากข้าเป็นท่านนะ ข้าคงจะอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน คงไม่กล้าออกมาพบปะผู้คนอีก!”
“นี่เจ้า!” มู่หรงซินเหลียนรู้ดีว่าพรสวรรค์ด้านการต่อสู้ของนางนั้นสู้มู่หรงชิงเหลียนไม่ได้ และเพราะเหตุนี้เมื่อนางสองคนทะเลาะกัน มู่หรงไท้มักจะเข้าข้างมู่หรงชิงเหลียนอยู่เสมอ ตอนนี้นางประจักษ์แล้วว่ามู่หรงชิงเหลียนกำลังเย้ยหยันนาง แล้วจะให้นางทนต่อไปได้อย่างไร
ยิ่งได้เห็นมู่หรงซินเหลียนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน มู่หรงชิงเหลียนก็ยิ่งแช่มชื่น จากนั้นก็แกล้งปิดปาก ร้องออกมาด้วยความตกใจ
“อุ๊ย! ข้าก็ลืมไป พี่รองเป็นถึงหญิงสาวที่งามที่สุดในเมืองหลวง จะหลบๆ ซ่อนๆ ไม่ออกไปพบปะผู้คนได้เช่นไร ต้องออกไปพบปะผู้คนบ่อยๆ สิถึงจะถูก เผื่อมีชายใดมาถูกใจเข้า แล้วอุ้มเข้าห้องไปเลย แบบนี้ก็ไม่ต้องลำบากท่านพ่อเป็นธุระหาใครให้”
มู่หรงชิงเหลียนถูกมู่หรงไท้ตามใจมาโดยตลอด เอาแต่ใจจนเสียนิสัย พูดจาไม่ไว้หน้าใคร แต่มู่หรงซินเหลียนกลับรักษาภาพลักษณ์ของ “หญิงสาวผู้เรียบร้อย” เอาไว้ เมื่อต้องมารับมือกับมู่หรงชิงเหลียนที่ปากคอเราะราย นางก็เลยแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย
สะใจ! ช่างสาแก่ใจนางยิ่งนัก! ได้เห็นพี่น้องสองคนนี้ทะเลาะกันเอง ในบรรดาผู้คนที่อยู่ตรงนี้มู่หรงชีชีคือคนที่มีความสุขที่สุด นี่แหละที่เรียกว่าตีกันเอง! ยิ่งพวกนางทะเลาะกันหนักเท่าไหร่ มู่หรงชีชีก็ยิ่งมีความสุขมากเท่านั้น!
จากตอนแรกที่มู่หรงซินเหลียนมาเพื่อเยาะเย้ยถากถางมู่หรงชีชี จนสุดท้ายกลับกลายเป็นตัวนางเองที่โดนดูถูก แล้วจะให้นางทนต่อไปได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเช่นไรก็ตามแต่ มู่หรงชิงเหลียนทำให้นางต้องขายหน้าต่อหน้าคนไร้ประโยน์อย่างมู่หรงชีชี อย่างไรเสียนางก็ทนต่อไปไม่ได้
“ใช้แส้ของเจ้าหวดหน้านางให้เสียโฉมเลย!”
ในขณะที่มู่หรงซินเหลียนกำลังโกรธจนแทบทนไม่ไหวนั้น ก็มีเสียงๆ หนึ่งดังเข้ามาในหู ยังไม่ทันที่นางจะได้รู้ว่าต้นตอของเสียงนั้นมาจากไหน ก็เหมือนกับว่ามือของนางนั้นไม่ฟังคำสั่งเสียแล้ว มือของนางยกแส้ขึ้น แล้วหวดไปบนใบหน้าของมู่หรงชิงเหลียนทันที
“โอ๊ย!”
มู่หรงชิงเหลียนที่เคยเชิดหน้าอย่างหยิ่งผยองดั่งนกยูง กลับต้องยกมือขึ้นมาปิดหน้า กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด นางจ้องไปยังแส้ที่อยูในมือของมู่หรงซินเหลียน แทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเอง “พี่รอง เจ้าจะทำให้ข้าเสียโฉมงั้นหรือ มู่หรงซินเหลียน เจ้ามันไร้ยางอายที่สุด!”
มู่หรงชิงเหลียนชักดาบของนางออกมา แทงไปยังมู่หรงซินเหลียน
“น้องสี่ เจ้าอย่าเพิ่งวู่วาม!” เห็นมู่หรงชิงเหลียนในสภาพนี้ มู่หรงชีชีก็เกือบหลุดหัวเราะออกมา แต่กลับต้องแกล้งแสดงสีหน้ากังวลออกมา “พี่สองไม่ได้ตั้งใจหรอก!”
“เจ้าหลบไป! นี่ไม่ใช่เรื่องของเจ้า!”
มู่หรงชิงเหลียนที่กำลังโกรธจัด มีหรือจำฟังคำ “หว่านล้อม” ของมู่หรงชีชี แต่ละกระบวนท่าของดาบอ่อนในมือนาง ล้วนแต่สามารถเอาชีวิตของมู่หรงซินเหลียนได้
“คุณหนู ระวังนะเจ้าคะ!” เฟ่ยชุ่ยบ่าวรับใช้ของมู่หรงซินเหลียนกล่าวเตือนด้วยความร้อนรน
“เจินจู ไปตบนังบ่าวสารเลวนั่นให้ตาย!” มู่หรงชิงเหลียนทนเห็นท่าทางของเฟ่ยชุ่ยไม่ได้ เลยสั่งให้เจินจูบ่าวของนางไปจัดการเสีย “ตบให้หนักๆ เลย!”
เจินจูเมื่อได้รับคำสั่งก็ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นางตรงเข้าไปตบเฟ่ยชุ่ยทันที การตบของนางนั้นยังมีทักษะพิเศษ ทุกครั้งที่นางตบลงไป เล็บของนางก็จะจิกลงบนใบหน้าของเฟ่ยชุ่ย ทิ้งรอยแดงเป็นนิ้วมือทั้งห้าเอาไว้
“เจ้ากล้าตบข้างั้นหรือ” เฟ่ยชุ่ยโดนเจินจูตบจนหูอื้อตาลาย มองเห็นดาวลอยไปมา ตั้งแต่นางรับใช้มู่หรงซินเหลียนมา นางก็เป็นบ่าวคนสนิทมาโดยตลอด ไม่เคยถูกกระทำเช่นนี้มาก่อน นางจึงกระโจนเข้าหาเจินจู ฟัดกันอุตลุด
“หยุดเถอะ! พี่สอง น้องสี่ มีอะไรก็พูดกันดีๆ ก็ได้ อย่าลงไม้ลงมือกันเลยนะ!”
มู่หรงชีชีหลบไปอยู่อีกมุมหนึ่ง ตะโกนโน้มน้าวเป็นครั้งคราว ตะโกนเหนื่อยเมื่อไหร่ซูเหมยก็ส่งแตงโมให้หนึ่งชิ้น ให้นางกินให้ชุ่มคอ
ขณะที่มู่หรงซินเหลียนกำลังจะหวดแส้ออกไป เสียงใสของมู่หรงชีชีก็ลอยเข้ามา “น้องสี่ หน้าของเจ้าเลือดไหลแล้ว หากยังไม่ไปทำแผลจะเสียโฉมเอาได้นะ!”
มู่หรงชิงเหลียนแค่สะบัดมือ แส้ในมือของนางก็หวดลงบนใบหน้าอีกข้างของมู่หรงชิงเหลียน ตรงข้ามกับแผลเดิมพอดิบพอดี
“ตายแล้ว! พี่สอง เหตุใด้ท่านถึงได้โหดร้ายขนาดนี้ ต่อให้ท่านอิจฉาน้องสี่ขนาดไหน ก็ไม่ควรจะทำเช่นนี้นะเจ้าคะ” มู่หรงชีชีทำเป็นเอามือปิดปาก ตะโกนออกมาด้วยความตกใจ
มีมู่หรงชีชีคอยยุแยงตะแคงรั่ว ไฟโทสะของมู่หรงชิงเหลียนก็ยิ่งโหมกระหน่ำ ดาบอ่อนก็แทงเข้าหามู่หรงซินเหลียนอย่างไม่ไว้หน้า ทิ้งรอยแผลไว้บนมือและแขนนาง ดาบสุดท้ายก็ฝากรอยแผลไว้บนหน้าผากนาง