ดวงใจอสุรา: ตอนที่ 017 ตอนที่ 17

#17ตอนที่ 017

ตอนที่ 17 ศัตรูของศัตรูคือมิตร

ร่างของเจิ้งหมิ่นและบุรุษผู้นั้นถูกนำออกไป มู่หรงไท้ก็สะบัดแขนเสื้อเดินออกไป เขาต้องไปให้หลิวเอียนจือปลอบประโลมเสียหน่อย การที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้ อย่างไรเสียก็เป็นการเสื่อมเสียเกียรติของลูกผู้ชาย มู่หรงชิงเหลียนมองมู่หรงซินเหลียนที่เป็นลมอยู่บนพื้นด้วยสายตาหัวเราะเยาะ ก่อนที่จะเดินกลับไปยังเรือนหลานเซียง

ผ่านไปสักพัก มู่หรงซินเหลียนถึงค่อยๆ รู้สึกตัวขึ้นมา รอยเลือดที่กลายเป็นสีอมม่วงเตือนให้นางรู้ว่าก่อนหน้านี้ได้เกิดอะไรขึ้น ไม่คิดว่ามู่หรงไท้จะฆ่ามารดาของนางต่อหน้านาง ไม่ว่าอย่างไรนางก็ไม่มีวันที่จะทำใจยอมรับได้

“หม๋าน่าว เจ้ามานี่!” มู่หรงซินเหลียนมองไปยังหม๋าน่าวอย่างโหดเหี้ยม “เหตุใดท่านแม่จึงมาอยู่ที่นี่ได้!? แล้วนังสารเลวมู่หรงชีชีไปไหน อีกทั้งไอ้บ้ากามมู่หรงจวิ้นอีก? พวกมันควรอยู่ที่นี่ไม่ใช่หรือ!”

“คุณหนูรอง บ่าวไม่รู้เจ้านะเจ้าคะ!” หม๋าน่าวยังคงตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “บ่าวพยุงคุณหนูสามมานอนบนเตียง จากนั้นก็ไปพาคุณชายใหญ่มาที่นี่ แต่เหตุใดถึงกลายเป็นเช่นนี้ บ่าวไม่รู้จริงๆ นะเจ้าคะ!”

มู่หรงซินเหลียนไม่คิดจะฟังคำแก้ตัวของหม๋าน่าว นางแค่อยากระบายความเจ็บปวด ความโกรธแค้นที่อยู่ภายในจิตใจ นางดึงปิ่นปักผมออกมาปักลงบนใบหน้าของหม๋าน่าวอย่างรุนแรง “นังสารเลว! เจ้าทำให้ท่านแม่ต้องตาย! เอาท่านแม่ของข้าคืนมา!”

“คุณหนูไม่นะเจ้าคะ!” หม๋าน่าวยกแขนขึ้นมากันพร้อมกับหลบหลีกไปมา การกระทำของนางยิ่งกระตุ้นให้มู่หรงซินเหลียนโกรธมากขึ้นไปอีก

“หลบข้าหรือ! ข้าให้เจ้าหลบข้าหรือ!” เมื่อมู่หรงซินเหลียนกระชากผมหม๋าน่าวได้ ก็ใช่ปิ่นปักลงไปที่ดวงตาของหมาน่าว แค่ครั้งเดียวยังไม่สาแก่ใจนาง จึงแทงลงไปเป็นสิบครั้ง

“คุณหนูรองไว้ชีวิตบ่าวด้วย! ไว้ชีวิตบ่าวเถอะเจ้าค่ะ!”

บ่าวคนอื่นในเรือนนี้เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องอันน่าเวทนาของหม๋าน่าว จึงเดินตามเสียงมา เมื่อได้เห็นท่าทางโหดเหี้ยมของมู่หรงซินเหลียน และใบหน้าของหมาน่าวที่เต็มไปด้วยแผลเล็กแผลน้อย ทุกคนก็ต่างอึ้งในความอำมหิตของมู่หรงซินเหลียน

นี่เป็นคนเดียวกับคุณหนูรองผู้อ่อนโยนจริงๆ หรือ? หรือนี่คือตัวตนที่แท้จริงของนางกันแน่? แค่เสี้ยววินาที ภาพลักษณ์ที่มู่หรงซินเหลียนพยายามสร้างมาตลอดก็พังทลายลง

แต่มู่หรงซินเหลียนในตอนนี้ก็ไม่สนใจอะไรใดๆ ทั้งสิ้น เจิ้งหมิ่นถูกจับได้คาหนังคาเขาว่ามีชู้ คุณหนูรองอย่างนางก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว

ต่อให้มู่หรงไท้สั่งปิดปากคนในจวนอำมาตย์ แต่ก็ใช่จะรับประกันได้ว่าจะไม่มีใครพูดออกไป ดังเช่นคุณหนูคุณชายจากสามตระกูลใหญ่ ตอนนี้หน้านางยังไม่รู้จะเอาไปไว้ที่ไหนเลย แล้วจะสนใจภาพลักษณ์ไปเพื่ออะไรกัน!

ยามนี้มู่หรงซินเหลียนเพียงแต่ต้องการระบายอารมณ์ ระบายความโกรธแค้นภายในใจออกมา จนกระทั่งเฉินจงปรากฏตัวอีกครั้ง มาเอาตัวหม๋าน่าวที่สภาพดูไม่ได้ ร่างกายเต็มไปด้วยเลือดออกไป มู่หรงซินเหลียน ถึงได้เข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งอยู่บนพื้น

จบแล้ว ทุกอย่างมันจบลงแล้ว เรื่องในวันนี้จำให้นางต้องกลายเป็นตัวตลกของคนทั้งตระกูลมู่หรง ไม่สิ! ทั้งเมืองหลวงต่างหาก ไม่มีใครที่จะยอมแต่งงานกับนางที่มีมารดาเช่นนี้ อย่าว่าแต่ตำแหน่งจิ้งหวางเฟย แม้แต่เป็นเพียงอนุของหลงเจ๋อจิ่งเทียนยังเป็นไปไม่ได้เลย

มู่หรงซินเหลียนร่ำไห้โศกศัลย์อยู่คนเดียว จนกระทั่งผู้คนที่มามุงดูจากไป เฟ่ยชุ่ยเข้ามาหานาง

“คุณหนูรองเจ้าคะ ทำใจเถอะนะเจ้าคะ” เฟ่ยชุ่ยยื่นผ้าเช็ดหน้าให้มู่หรงซินเหลียน “คุณหนูจะยอมแพ้ไม่ได้นะเจ้าคะ เรื่องในวันนี้จะต้องมีใครที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมทำลายแผนการครั้งนี้ คุณหนูจะต้องเข้มแข็งเข้าไว้นะเจ้าคะ ต้องแก้แค้นให้เจิ้งอี๋เหนียงให้ได้!”

คำพูดของเฟ่ยชุ่ยทำให้มู่หรงซินเหลียนตื่นขึ้นมาจากความโศกเศร้า ใช่! นางจะไม่ทนรับความอยุติธรรมเช่นนี้ เหตุใดเรื่องราวถึงได้กลายเป็นเช่นนี้ นางจะต้องสืบหาต้นตอมาให้ได้ นางจะไม่ให้ท่านแม่ต้องตายเปล่า!

เมื่อเห็นว่ามู่หรงซินเหลียนกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว เฟ่ยชุ่ยก็พยุงนางขึ้นมา เดินกลับเรือนโอ่วเซียงไปด้วยกัน

เมื่อทุกคนออกไปหมดแล้ว ที่นี่เหลือเพียงความเงียบสงบ ร่างในชุดดำร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นภายในห้อง ร่างชุดดำลากตัวมู่หรงจวิ้นที่ถูกกดจุดไว้ออกมาจากใต้เตียง แล้วคลายจุดให้เขา “เรื่องราวเป็นมาเช่นไรเจ้าคงรู้ชัดแล้วสินะ”

“ข้ารู้ชัดแล้ว!” มู่หรงจวิ้นพูดลอดไรฟัน มองไปยังทิศทางของเรือนโอ่วเซียงอย่างแค้นเคือง คิดไม่ถึงว่ามู่หรงซินเหลียนจะวางแผนลอบกัดเขากับมู่หรงชีชี อยากให้เขาสองคนพี่น้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ผู้หญิงสารเลวคนนี้โหดร้ายจริงๆ!

“เหตุใดเจ้าถึงช่วยข้า?” มู่หรงจวิ้นหันไปมองร่างชุดดำ หากไม่ได้คนๆ นี้ช่วยไว้ ค่ำนี้คนที่จะตายด้วยดาบของมู่หรงไท้ก็คงเป็นตัวเขาเสียเอง

“ก็แค่ไม่ชอบท่าทางอวดดีของนังสารเลวนั่น” ร่างชุดดำทิ้งท้ายไว้เพียงแค่นี้ ก่อนที่จะสาบสูญไปจากห้อง

เมื่อเห็นว่าไม่มีใครแล้ว มู่หรงจวิ้นก็รีบร้อนออกจากที่แห่งนี้ รอจนเมื่อเขาออกไปแล้ว ร่างชุดดำก็ไปที่สวนชุ่ยจู๋

“คุณหนูเจ้าคะ จัดการเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ” ร่างชุดดำดึงผ้าที่ใช้ปกปิดใบหน้าออก ที่แท้นางก็คือซู่เยว่ นางทำท่า “โอเค” ส่งให้มู่หรงชีชี

“ไม่เลวนี่” มู่หรงชีชีกำลังวาดรูปลงบนกระดาษ ซู่เยว่ขยับเข้าไปใกล้ จึงพบว่ามู่หรงชีชีกำลังออกแบบเครื่องประดับชุดหนึ่ง ทั้งปิ่นปักผม ปิ่นระย้า ต่างหู ตะขอ กำไล แหวน ล้วนแต่เป็นรูปดอกไห่ถาง[footnoteRef:2]ทั้งสิ้น [2: ดอกไห่ถาง(海棠花):ดอกCrab apple เป็นพันธุ์แอปเปิ้ลจิ๋ว]

“คุณหนูเจ้าคะ นี่เป็นของขวัญที่จะส่งให้คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลไป๋หรือเจ้าคะ?​ ช่างสวยงามจริงๆ อีกทั้งยังเหมาะสมกับคุณหนูไป๋มากเลยเจ้าค่ะ”

“ฉลาดนี่” มู่หรงชีชีพยักหน้าตอบรับ ใช้พู่กันวาดเส้นสุดท้าย ก่อนที่จะวางพู่กันลง เป่าให้น้ำหมึกแห้งอย่างพิถีพิถัน “ซูเหมย พรุ่งนี้เจ้าไปที่หอทงเป่าเสียหน่อย ให้อาจารย์หลี่ใช้หยกขาวชั้นเลิศทำเป็นเครื่องประดับชุดนี้ ยิ่งเร็วได้ยิ่งดี”

“คุณหนูเจ้าคะ เหตุใดถึงช่วยมู่หรงจวิ้นล่ะเจ้าคะ? หากปล่อยให้คนตัณหาจัดเช่นนั้นเสียชื่อเสียงจะไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ?” ซูเหมยไม่เข้าใจ

“ศัตรูของศัตรูก็คือมิตรของเรา มีคนเคียดแค้นมู่หรงซินเหลียนเพิ่มขึ้นมาอีกคน ข้าจะได้มีเวลานอนเยอะขึ้นมิใช่หรือ......”

“ใช่เจ้าค่ะ” ซูเหมยและซู่เยว่สบตากัน ก่อนที่จะยิ้มออกมา คุณหนูก็เป็นเสียอย่างนี้ ถ้าใครดีกับนาง ต่อให้เป็นแค่น้ำเพียงหยดเดียว นางก็จดจำได้ แต่ถ้าใครร้ายกับนาง นางก็ไม่มีวันปล่อยไปอย่างเด็ดขาด

ไป๋อี้เยว่คงนึกไม่ถึงว่าวันนี้ที่นางช่วยมู่หรงชีชีอย่างไม่ได้ตั้งใจ จะได้รับเครื่องประดับครบชุดจาก“คุณชายกวางหวา” หากนางได้รู้ว่าคุณชายกวางหวาที่ผู้คนยกย่องก็คือมู่หรงชีชี ก็ไม่รู้ว่านางจะคิดเช่นไร

ช่วงนี้ตระกูลมู่หรงมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายเสียเหลือเกิน

คุณหนูสามอย่างมู่หรงชีชีทำร้ายคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลตวนมู่ ตัดเอ็นข้อมือขวาของนางขาด ถูกตวนมู่เหล่ยนำเรื่องไปฟ้องต่อหน้าพระพักตร์ เจิ้งอี๋เหนียงที่มู่หรงไท้โปรดปรานที่สุดในจวนอำมาตย์จู่ๆ ก็ป่วยตายกะทันหัน คุณหนูรองอย่างมู่หรงซินเหลียนรับไม่ได้ที่มารดามาด่วนจากไป ล้มป่วยจนออกไปไหนไม่ได้......

ณ​ ตำหนักชิงหลวน ตวนมู่อีอีโถมร่างเข้าสู่อ้อมแขนของฮองเฮาตวนมู่ชิง “ท่านอาเพคะ ท่านอาต้องแก้แค้นให้อีอีนะเพคะ”

ถึงแม้ตวนมู่เหล่ยจะนำเรื่องไปฟ้องต่อหน้าพระพักตร์ บอกว่ามู่หรงไท้ปล่อยให้บุตรสาวทำร้ายผู้อื่น ทำให้มือทั้งสองข้างของมู่หรงชีชีพิการเป็นการชดใช้ แต่จิ้งจอกเฒ่าอย่างมู่หรงไท้กลับยกคุณหนูคุณชายจากสามตระกูลใหญ่มาเป็นพยาน ยืนยันว่าตวนมู่อีอีจะลงมือฆ่ามู่หรงชีชีก่อน และเรื่องราวครั้งนี้ก็เป็นอุบัติเหตุ สุดท้ายคดีทำร้ายผู้อื่นคดีนี้ก็จบไปเช่นนั้น นี่เป็นเหตุที่ทำให้ตวนมู่อีอีรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม

“อีอี เจ้าวางใจเถิด ข้าจะไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปอย่างแน่นอน!”

ตวนมู่ชิงจับมือขวาที่ใช้การไม่ได้ของหลานสาวด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ จากการตรวจของแพทย์หลวง พบว่ามือขวาของตวนมู่อีอีจะใช้การไม่ได้อีก นอกจากจะหาคุณชายเหลียนหมอพิลึกเจอ มิฉะนั้นก็อย่าว่าแต่บรรงเลงเครื่องสายเลย แค่ตะเกียบก็ยังยกไม่ขึ้น

มู่หรงชีชี เจ้าจะอำมหิตเกินไปแล้ว!

แค่คิดว่าในพระราชวังมีมู่หรงเสวี่ยเหลียนที่แย่งชิงความโปรดปรานของฮ่องเต้จากนางไป ตอนนี้ก็มีมู่หรงชีชียังมาทำร้ายหลานสาวของนางอีก สายตาของตวนมู่ชิงก็โหดเหี้ยมขึ้นอย่างไม่ปิดบัง สตรีจากตระกูลมู่หรงไม่ใช่คนดีสักคน สมควรตาย!

“ท่านอาเพคะ ตอนนี้มู่หรงชีชีต้องกำลังหัวเราะข้าอยู่เป็นแน่ นางจะเสกสมรสกับจิ้งอ๋อง ได้เป็นจิ้งหวางเฟย แต่ข้ากลับเป็นคนพิการ ต่อไปคงไม่มีใครอยากสมรสกับอีอีอีกแล้ว” หยดน้ำตาของตวนมู่อีอีร่วงพรูดุจไข่มุกที่หลุดจากสาย ส่องประกายกระจ่างใส หยดแล้วหยดเล่า หล่นลงบนเสื้อผ้าของนาง “ท่านอา อีอีทนไม่ได้ อีอีรับไม่ได้จริงๆ เพคะ”

เมื่อเห็นตวนมู่อีอีพูดถึงหลงเจ๋อจิ่งเทียน ตวนมู่ชิงก็รู้แล้วว่านางกำลังคิดอะไร

ดวงใจอสุรา: ตอนที่ 017 ตอนที่ 17