ดวงใจอสุรา

ดวงใจอสุรา: ตอนที่ 010 ตอนที่ 10

#10ตอนที่ 010

ตอนที่ 10 รับคำเชิญ

คำพูดของเฟ่ยชุ่ยทำให้ทุกคนหันไปมองที่ใบหน้าของนาง เมื่อเห็นว่าทุกคนเชื่อนาง เฟ่ยชุ่ยยังยื่นหน้าออกไป เพื่อให้ทุกคนได้เห็นรอยฝ่ามือบนหน้าของนางได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

เฟ่ยชุ่ยมีผิวขาวใส รอยฝ่ามือบนหน้านางเลยแดงจนเห็นได้ชัด แต่รอยนิ้วหัวแม่มือนั้นคว่ำลง แค่มองก็รู้ว่าตบหน้าตัวเอง ถึงตอนนี้ บ่าวรับใช้ที่มามุงดูก็เริ่มเชื่อที่มู่หรงชีชีพูดขึ้นมาแล้ว

“ดูเหมือนว่าคุณหนูสามจะพูดความจริงนะ คิดไม่ถึงว่าเฟ่ยชุ่ยจะเป็นคนแบบนี้ แค่นี้คุณหนูสามก็น่าสงสารจะแย่แล้ว เฟ่ยชุ่ยยังจะไปใส่ร้ายนางอีก”

“ใช่ๆ หรือว่าลับหลังแล้วคุณหนูรองสั่งสอนเฟ่ยชุ่ยมาแบบนี้ นางอยากเป็นจิ้งหวางเฟยจริงๆ อย่างนั้นหรือ พี่สาวอยากจะแย่งสามีน้องสาว หน้าไม่อายจริงๆ!”

“ขนาดต่อหน้าคุณหนูสามยังกล้าพูดถึงนางเช่นนี้ ช่างกล้าดีจริงๆ”

เฟ่ยชุ่ยไม่รู้ว่าตอนซูเหมยตบนางนั้นได้ใช้เล่ห์กลอันใด ยามนี้ทุกคนถึงได้ว่านางอย่างเสียๆ หายๆ เช่นนั้นจึงได้ส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปยังมู่หรงซินเหลียน “คุณหนูรองเจ้าคะ นางเป็นคนตบข้าจริงๆ นะเจ้าคะ!”

“เฟ่ยชุ่ย คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้!” มู่หรงซินเหลียนเมื่อได้ฟังคำพูดของคนอื่นๆ นางก็ไม่คิดว่าเฟ่ยชุ่ยจะโง่ถึงเพียงนี้ เกือบทำแผนของนางพังเสียแล้ว

ไม่ว่าจะแก้ตัวเช่นไร คำว่า “คนไร้ประโยชน์” ที่เฟ่ยชุ่ยพูดออกมาเมื่อครู่ บ่าวรับใช้ที่มามุงดูนั้นก็ได้ยินเหมือนกันทุกคน ในยามนี้หากไม่ลงโทษเฟ่ยชุ่ย ก็จะทำให้ทุกคนเข้าใจไปว่าเฟ่ยชุ่ยมีนางคอยให้ท้าย ถึงได้หยิ่งยโสโอหังขนาดนี้ เพื่อชื่อเสียงของตัวนางเอง นางจึงจำเป็นต้องสละเบี้ยอย่างเฟ่ยชุ่ย เพื่อรักษาชื่อเสียงของตน

“คุณหนูรอง......” เฟ่ยชุ่ยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุใดในแววตาของมู่หรงซินเหลียนจึงมีแต่ความเย็นชาน่าหวาดเกรง “คุณหนูรอง บ่าวถูกใส่ความนะเจ้าคะ”

“คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้! แล้วขออภัยคุณหนูสามเสีย” มู่หรงซินเหลียนกำหมัดแน่นซ่อนเอาไว้ในแขนเสื้อ เล็บของนางจิกลึกลงบนฝ่ามือบอบบางจนเกิดเป็นแผล เฟ่ยชุ่ยนี่มือไม่พายเอาเท้าราน้ำจริงๆ

เรื่องราวในวันนี้ไม่ว่าจะเป็นมาเช่นไร แต่ภาพลักษณ์ที่นางพยายามรักษามาตลอดก็ถูกทำลายลงเสียแล้ว หากไม่อยากให้คนที่มามุงดูนั้นปากยื่นปากยาวเอาไปพูด นางก็คงต้องลงโทษเฟ่ยชุ่ยให้หนักๆ

“คุณหนูสาม บ่าวผิดไปแล้ว......” เมื่อรับรู้ว่ามู่หรงซินเหลียนกำลังโกรธ เฟ่ยชุ่ยก็คุกเข่าลงไปตรงหน้าของมู่หรงชีชี ถึงแม้ว่านางไม่อยากจะยอมรับ แต่ครั้งนี้นางก็ต้องยอมรับว่าตัวนางนั้นพ่ายแพ้ให้กับมู่หรงชีชีแล้ว

“คุณหนูสามยกโทษให้บ่าวเถิดนะเจ้าคะ”

“เฟ่ยชุ่ยไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ต้องถูกโบยยี่สิบครั้ง หักเบี้ยรายเดือนเป็นเวลาครึ่งปี น้องสาม เจ้าว่าดีหรือไม่”

มู่หรงซินเหลียนไม่เว้นช่องว่างให้มู่หรงชีชีได้พูดอะไร นางก็จัดการตัดสินบทลงโทษให้เฟ่ยชุ่ยเป็นที่เรียบร้อย

มู่หรงชีชียืนมองนายบ่าวสองคนที่แสดงละครอยู่ตรงหน้าของเธอ ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา แต่กลับเอ่ยปากขอร้องต่อมู่หรงซินเหลียน

“พี่รองเจ้าคะ ลงโทษนางเช่นนี้จะไม่หนักไปหรือเจ้าคะ เฟ่ยชุ่ยยังบาดเจ็บอยู่ ศีรษะของนางยังเลือดไหลอยู่เลย นางจำเป็นต้องไปหาหมอ อีกอย่างนางรับใช้พี่รองมาตั้งนาน ต่อให้ไม่มีผลงาน แต่อย่างไรเสียนางก็รับใช้พี่รองมา......ข้าว่าโบยสิบครั้งก็น่าจะพอแล้ว อีกสิบครั้งให้ติดไว้ก่อน ส่วนเบี้ยรายเดือนหักแค่เดือนเดียวก็น่าจะพอแล้ว พี่รอง เห็นว่าลงโทษเช่นนี้เป็นเช่นไรเจ้าคะ”

ไม่มีใครคาดคิดว่ามู่หรงชีชีจะเอ่ยปาก “ขอร้อง” ออกมา ทุกคนต่างก็คิดว่าคุณหนูสามไม่น่าจะใจกว้างยอมลดโทษให้เฟ่ยชุ่ย นางน่าจะอยากลงโทษเฟ่ยชุ่ยให้เสียหนักๆ ไม่คิดว่านางจะเอ่ยปากขอลดโทษให้เฟ่ยชุ่ยเช่นนี้

ยามนี้ ภาพลักษณ์ของคุณหนูสามในสายตาของทุกคนก็ดูสูงส่งขึ้นมาทันที อย่าว่าแต่สตรีร่างกายบอบบางเลย แม้แต่บุรุษกำยำหากถูกโบยยี่สิบครั้ง ก็ยังต้องนอนซมไปอีกนาน นอกจากนี้การถูกหักเบี้ยรายเดือนเป็นเวลาครึ่งปี ถึงแม้จะไม่มากเท่าไหร่ แต่สำหรับบ่าวรับใช้แล้วถือเป็นรายได้ที่มากเอาการเลยทีเดียว

“คุณหนูสามช่างมีจิตใจดี มีความเมตตากรุณาจริงๆ”

“ใช่ๆ ขนาดเฟ่ยชุ่ยใส่ร้ายนาง คุณหนูสามยังดีกับนางขนาดนี้ ช่างมีจิตใจงดงามจริงๆ”

ภาพลักษณ์ของมู่หรงชีชียิ่งดูดีมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้นายอย่างมู่หรงซินเหลียนดู “โหดร้าย” มากขึ้นเท่านั้น ทั้งที่เป็นบ่าวติดตามรับใช้มานาน คิดจะโบยก็โบย ยิ่งเอามาเปรียบเทียบกัน ใครดีใครร้าย บ่าวรับใช้ในจวนอำมาตย์คงต้องมาตัดสินกันใหม่

“ได้ ถ้าเช่นนั้นก็ทำตามที่น้องสามพูดมาก็แล้วกัน กลับไปพี่จะสั่งสอนนางให้ดีๆ”

มู่หรงซินเหลียนเกลียดมู่หรงชีชีเข้ากระดูกดำ เรื่องราวเป็นมาเช่นไร นางก็เป็นคนที่พูดขึ้นมาเอง แต่ตอนนี้กลับมาขอร้องให้ลดโทษ ภาพลักษณ์ที่มู่หรงซินเหลียนพยายามสร้างขึ้นมาอย่างยาวนาน สุดท้ายแค่มู่หรงชีชีพูดสองสามประโยค ก็ทำให้ทุกคนเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อนางเสียสิ้น มิหนำซ้ำยังคิดอีกว่านางเป็นคนโหดร้าย

อดทน! อดกลั้นเข้าไว้! มู่หรงซินเหลียนพยายามระงับความโกรธเกลียดภายในจิตใจ เผยรอยยิ้มออกมา “น้องสาม ค่ำนี้เจ้าต้องมาร่วมชมจันทร์ที่ศาลาหูซินด้วยกันนะ ถือเป็นการชดเชยจากพี่ เห็นแก่หน้าพี่ เจ้าจะต้องมานะ”

“ได้เจ้าคะ ขอบพระคุณพี่รองมาก ข้าจะไปตรงตามเวลาแน่นอน”

เรื่องราวในครั้งนี้ สุดท้ายจบด้วยการที่เฟ่ยชุ่ยถูกโบยสิบครั้ง

ณ เรือนโอ่วเซียง เฟ่ยชุ่ยนอนออยู่บนเตียง นางเพิ่งจะถูกโบยมาสิบครั้ง แค่ขยับเล็กน้อยก็เจ็บแทบจะขาดใจ “คุณหนูเจ้าคะ บ่าวไม่ได้พูดอะไรเช่นนั้นนะเจ้าคะ คุณหนูสามใส่ร้ายบ่าวทั้งนั้น!”

“ข้าเชื่อเจ้า!” มู่หรงซินเหลียนทายาให้เฟ่ยชุ่ยด้วยตนเอง “ไม่เจอกันแค่ห้าปี น้องสามพัฒนาขึ้นไม่น้อย เฟ่ยชุ่ย เจ้าวางใจได้ แค้นในวันนี้ข้าจะทวงคืนให้เจ้าเอง! เจ้าคอยดูเถอะ คืนนี้นางจะต้องเสียใจกับสิ่งที่นางทำในวันนี้!”

เฟ่ยชุ่ยเป็นบ่าวคนสนิทของมู่หรงซินเหลียน แผนการที่มู่หรงซินเหลียนและเจิ้งหมิ่นคิดขึ้นมา นางก็เป็นคนหนึ่งที่รับรู้มาโดยตลอด เมื่อนางได้ฟังคำพูดของมู่หรงซินเหลียน นางก็เงยหน้าขึ้นมาแสยะยิ้มอย่างอัปลักษณ์ “คุณหนูพูดถูกเจ้าค่ะ แค่อดทนไปก่อน เมื่อถึงค่ำนี้ต่อให้นางอยากร้องก็ร้องไม่ออก!”

“หึ......” คำพูดของเฟ่ยชุ่ยทำให้มู่หรงซินเหลียนอารมณ์ดีขึ้นมาทันตา

มู่หรงชีชี คอยดูเถอะ! ผ่านค่ำคืนนี้ไป ชื่อเสียงของเจ้าจะต้องถูกทำลายลงจนไม่เหลือชิ้นดี ตำแหน่งจิ้งหวางเฟยที่เจ้าตั้งตารอคอยมาโดยตลอดก็จะไม่มีอีกต่อไป มีแค่ข้าเท่านั้นที่เหมาะสมกับตำแหน่งจิ้งหวางเฟย ส่วนเจ้ามันไม่คู่ควร!

ยามค่ำมาถึง มู่หรงชีชีมาถึงศาลาหูซินตามเวลาที่นัดไว้

ศาลาหูซินตั้งอยู่ทางทิศประจิมของจวนอำมาตย์ มู่หรงชีชียังไม่เดินไปถึงศาลาหูซิน ก็ได้ยินเสียงหัวเราะลอยมา ในบรรดาเสียงเหล่านั้น เสียงของมู่หรงชิงเหลียนนั้นดังที่สุด “พี่ตวนมู่ ที่ท่านพูดมาจริงหรือเจ้าคะ อ๋องปีศาจน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือเจ้าคะ”

“เป็นเรื่องจริงแน่นอน เขามีดวงกินเมีย ทำภรรยาตัวเองตายมาแปดคนแล้ว! ข้าได้ยินมาอีกว่าสตรีเหล่านั้นตายศพไม่สวยซักคน จู่ๆ ก็ตายในคืนเข้าหอ เลือดในตัวของพวกนางก็ถูกดูดไม่เหลือเลยสักหยด! ใครๆ ก็ต่างพูดกันว่าอ๋องปีศาจเป็นคนดูดเลือดพวกนาง เขาจะเสกสมรสกับเจ้าสาวคนใหม่ทุกปี เพื่อดูดเลือดของให้เขาได้มีชีวิตอยู่ต่อไป......”

“กรี๊ด! น่ากลัวเป็นที่สุด!” ได้ยินเช่นนั้น หญิงสาวที่อยู่ในศาลาก็กรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว “พอแล้ว! ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว! น่ากลัวเกินไปแล้ว”

ขณะนั้นเอง มู่หรงซินเหลียนก็เหลือบไปเห็นมู่หรงชีชี นางก็ลุกขึ้นมาเรียกมู่หรงชีชีด้วยความกระตือรือร้น “น้องสาว เจ้ามาแล้วหรือ เหตุใดยังไม่เข้ามาอีกเล่า เข้ามาเร็วเข้า ทุกคนกำลังรอเจ้าอยู่เลย”

“คารวะพี่รอง” มู่หรงชีชีปล่อยให้มู่หรงซินเหลียนกุมมือตัวเองเดินเข้าไปในศาลาหูซิน

นอกจากหลี่อวิ๋นชิงที่เธอเคยเห็นมาก่อนหน้านี้แล้ว เหล่าคุณชายคุณหนูจากสี่ตระกูลใหญ่ก็อยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา มีทั้งไป๋มู่เฟยและไป๋อี้เยว่ สองพี่น้องจากตระกูลไป๋ ตวนมู่หงเฉินและตวนมู่อีอี สองพี่น้องจากตระกูลตวนมู่ นอกจากนี้ยังมี ซั่งกวานอู๋จี้จากตระกูลซั่งกวาน ขนาดมู่หรงจวิ้นบุตรชายคนเดียวของตระกูลมู่หรงก็ยังมาอีกด้วย

ดูเหมือนว่ามู่หรงซินเหลียนจะมีกลุ่มเพื่อนที่กว้างขวางไม่น้อย!

ห้าปีที่มู่หรงชีชีไม่ได้อยู่ที่นี่ มู่หรงซินเหลียนพยายามอย่างมากที่จะคบค้าสมาคมกับคุณหนูคุณชายจากตระกูลใหญ่เหล่านี้ ในเมืองหลวงไม่มีใครที่ไม่รู้ว่าคุณหนูรองแห่งตระกูลมู่หรงนั้นเป็นสาวงามที่หาตัวจับได้ยาก ยามนี้มู่หรงซินเหลียนก็กำลังต้อนรับผู้คนที่มาร่วมงาน ราวกับว่านางนั้นคือบุตรสาวสายตรงเสียเอง

“จะเชิญผู้หญิงอัปลักษณ์นี่มาทำไมกัน” มู่หรงจวิ้นไม่ถูกชะตากับน้องสาวอย่างมู่หรงชีชีเสียเลย คำแรกก็เอ่ยมาว่า “ผู้หญิงอัปลักษณ์” เสียแล้ว

ดวงใจอสุรา: ตอนที่ 010 ตอนที่ 10