พลิกปฐพี: Chapter 0025 ตอนที่ 3
บทที่ 25 ท่านผู้เฒ่าเป่ยหมิง
บริเวณแม่น้ำแถบชานเมืองของแคว้นลั่วตู ร่างอันผอมบาง ถูกเสื้อคลุมสีดำบดบังเอาไว้ อาศัยแสงจากดวงดาวและแสงเทียนในการนำทาง ภายใต้เสื้อคลุมที่ปลิวไหวไปมา ทำให้มองเห็นเสื้อสีแดงดั่งเปลวไฟด้านในได้อย่างเลือนราง
เกรงว่า ขนาดมู่ซงเองก็คงคาดไม่ถึงว่าในจวนของตนเองจะมีทางลับออกไปยังนอกเมืองและทางลับนั้นอยู่ในห้องของมู่ชิงเกอ
เท่าที่มู่ชิงเกอบอก ทางลับนี้ เป็นทางลับที่อาจารย์ผู้เก่งกาจผู้นั้นของนางแอบสร้างเอาไว้ ทั้งหมดก็เพื่อให้คนไร้ค่าอย่างนางสามารถออกมาตามคำสั่งของเขาได้ตลอดเวลา
นอกชานเมืองของแคว้นลั่วตูเป็นผืนป่าผืนใหญ่ ในตอนกลางคืนดูน่ากลัวมากเป็นพิเศษ
มู่เกอถือโคมไฟส่องทาง ข้างหูมีเสียงของมู่ชิงเกอคอยบอกทาง
แสงไฟสีส้มทำให้ใบหน้าอันงดงามของมู่เกอดูไม่ชัดเจน แววตาราวกับเก็บซ่อนอะไรบางอย่างไว้
“ข้าไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังเจ้า แต่ไม่คิดว่าเขาจะมาหาข้าเร็วถึงเพียงนี้” มู่ชิงเกอเม้มปาก แต่ในน้ำเสียงก็ฟังออกถึงความกลัวได้ไม่ยากนัก
มู่เกอไม่สนใจนาง
ทุกครั้งที่เธอคิดว่าตัวเธอได้รู้ทุกอย่างแล้ว แต่ก็คิดไม่ถึงว่าจะยังมีความจริงมาทำให้เธอต้อง ‘เซอร์ไพรส์’ อยู่ได้ตลอด
มู่เกอไม่สนใจมู่ชิงเกอ ทำให้แววตาของมู่ชิงเกอยิ่งดูเศร้า นางเดินตามมู่เกอทีละก้าวไปทางภูเขาที่ดูน่ากลัว มู่ชิงเกอกัดฟันแล้วลอยไปอยู่ตรงหน้ามู่เกอ ขวางทางเธอเอาไว้
“เจ้าไม่ต้องไปแล้ว!” มู่ชิงเกอห้าม
มู่เกอเงยหน้าขึ้นมองนาง แววตาที่ใสกระจ่างนั่นไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ
เธอเดินอ้อมตัวมู่ชิงเกอและเตรียมที่จะเดินหน้าต่อไป
“เจ้าไม่ต้องไปแล้ว!” มู่ชิงเกอมาขวางอยู่ตรงหน้าเธออีกครั้ง ครั้งนี้ถึงกับกางแขนทั้งสองข้างออก นางทำไปตามสัญชาตญาณ แต่กลับลืมไปว่าตนเองเป็นแค่วิญญาณ ไม่สามารถที่จะห้ามการกระทำของมู่เกอได้ ถ้ามู่เกอคิดจะเดินทะลุตัวนางไปก็สามารถทำได้
มู่เกอเงยหน้าขึ้นมองช้าๆ สายตาอันเย็นชาที่ให้ความรู้สึกเยือกเย็นนั้น จ้องมองนางอยู่
ในแววตาของมู่ชิงเกอเต็มไปด้วยการคัดค้าน นางรีบพูด : “ตอนนี้เจ้าสามารถฝึกเวทพลังได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปพึ่งพาพวกไสยศาสตร์พวกนั้นแล้ว พวกเรากลับจวนกันเถอะ”
น้ำเสียงของเธอฟังออกถึงความรีบร้อน
ราวกับว่าหากมู่เกอไม่กลับไปจะเกิดเหตุการณ์น่ากลัวอะไรขึ้นอย่างนั้นล่ะ
แต่ว่าความรีบร้อนของนางไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อมู่เกอเลย พอมู่เกอฟังนางพูดจนจบก็ยิ้มเย็นอย่างอดไม่ได้ แววตาเต็มไปด้วยการเสียดสี : “มู่ชิงเกอ ตอนนี้ข้าต่างหากที่เป็นมู่ชิงเกอ ต้องมาค่อยมาตามล้างตามเช็ดที่เจ้าทำวุ่นวายเอาไว้โดยที่ข้าก็ไม่ได้เต็มใจ แต่จะไม่ทำก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เจ้าหุบปากไว้จะดีกว่า”
ใบหน้าอันโปร่งแสงของมู่ชิงเกอดูขาวซีดขึ้นหลายระดับ ขนาดริมฝีปากที่ดูเป็นสีแดงเรื่อจางๆ ในตอนแรกก็กลายเป็นสีเทา
“นำทาง” มู่เกอพูดอย่างเย็นชา
มู่ชิงเกอยังคงดื้อดึงมองมู่เกอแล้วขอร้องเป็นครั้งสุดท้าย : “ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า ท่านปู่กับท่านอาจะทำอย่างไร”
ในดวงตามู่เกอยิ่งฉายแววเสียดสี นางหัวเราะแต่ก็ไม่คล้ายว่าจะหัวเราะ : “เอาคนพวกนี้มาข่มขู่ข้าเวลานี้เนี่ยนะ? แล้วตอนที่เจ้าทำเรื่องพวกนี้เจ้าเคยคิดถึงพวกเขาบ้างไหม ข้าเพิ่งรู้จักพวกเขาได้แค่ไม่กี่วัน เจ้าคิดว่าข้าจะสนใจหรือว่าพวกเขาจะเป็นอย่างไร”
“เจ้าคิดว่าข้าอยากให้มันเป็นแบบนี้รึ!” อยู่ๆ มู่ชิงเกอก็ระเบิดอารมณ์ออกมา
สายตาของนางเต็มไปด้วยความเจ็บปวดเหลือล้น มือทั้งสองกุมศีรษะแน่น “ข้าก็ไม่อยากให้เป็นแบบนี้ แต่ข้าจะทำอย่างไรได้ ข้าเป็นแค่คนไร้ค่า ไร้ค่า! เป็นทายาทและเป็นหลานชายคนเดียวของมู่ซงแต่กลับไม่อาจฝึกเวทพลังได้ ข้าไม่เพียงแต่ไม่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับตระกูลมู่ได้ แต่ยังต้องใช้ชื่อเสียงของตระกูลมู่ในการปกป้องตนเอง ข้าก็เป็นแค่คนไร้ค่า! เจ้าเคยเข้าใจความรู้สึกของข้าบ้างไหม? ในตอนที่ข้าหมดหวังและโกรธเกลียดตนเอง มีคนบอกว่าสามารถเปลี่ยนแปลงธาตุในร่างกายของข้าได้ แล้วข้าจะไม่หวั่นไหวได้หรือ จะไม่กล้ายอมเสี่ยงได้หรือ ถึงแม้ว่าข้าจะรู้ว่าคนๆ นั้นอาจจะไม่บริสุทธิ์ใจและความจริงทั้งหมดอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เขาพูด แต่หากว่ามีความหวังแม้เพียงเศษเสี้ยว ข้าก็จะไม่ยอมปล่อยมันไป”
เธอมองมู่ชิงเกอที่ควบคุมตัวเองไม่ได้อย่างเงียบๆ
เป็นครั้งแรกที่มู่ชิงเกอเผยอีกด้านหนึ่งที่ดูเจ็บปวดและไร้ซึ่งที่พึ่งออกมา ที่ผ่านมานางดูเหมือนไม่ใส่ใจ นางจะแสดงความรู้สึกของตัวเองออกมาก็ต่อเมื่ออยู่ต่อหน้าคนสนิทเท่านั้น
แต่ตอนนี้..........
บางทีอาจจะเหมือนที่มู่ชิงเกอบอก เธอไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกแบบนั้นได้
ในผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่แห่งนี้ ที่ซึ่งทุกคนสามารถฝึกเวทพลังได้นอกจากนาง หากนางเป็นเพียงแค่คนธรรมดาก็ช่างเถิด แต่นางกลับมีฐานะอันโดดเด่นที่ไม่ธรรมดา
นางถูกกดดันมานาน แบกรับความลับมามากมายเกินไป ในใจคิดแต่อยากจะเก่งขึ้น อยากจะรักษาและเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของตนเอง แต่ว่าเสียดายที่สุดท้ายก็กลับกลายเป็นเพียงวิญญาณตนหนึ่ง
นอกจากเธอ ก็ไม่มีใครรู้ว่ามู่ชิงเกอตัวจริงตายแล้ว ตายโดยไม่มีแม้กระทั่งสุสาน
สีหน้าของมู่เกอเปลี่ยนไป น้ำเสียงก็อ่อนโยนขึ้น “มู่ชิงเกอ เจ้าต้องเข้าใจว่าเรื่องนี้ ไม่ใช่ว่าจะแก้ไขได้ด้วยการหนี” คืนนี้ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ไปตามนัด แล้วพรุ่งนี้ล่ะ ถ้าไปทำให้คนที่มู่ชิงเกอบอกว่าเป็นคนแปลกประหลาดนั่นโกรธ ด้วยความสามารถทางไสยศาสตร์ของคนๆ นั้นแล้ว ถ้าจะแอบใช้ทางลับที่สร้างขึ้นในตระกูลมู่เพื่อเด็ดหัวของใครคนใดคนหนึ่งในจวนก็ไม่ใช่เรื่องยาก
มู่ชิงเกอเม้มปาก ในแววตาเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย
บางทีในตอนที่นางตัดสินใจเข้าสู่สงคราม นางก็คงคาดไม่ถึงว่าโชคชะตาของตนเองจะกลายเป็นอย่างวันนี้
“เราไปขอให้ท่านปู่ช่วยได้......”
“ตัวเองก่อเรื่องเอาไว้ แล้วจะไปให้ผู้ใหญ่คอยแก้ไขให้ มู่ชิงเกอเจ้าช่างเป็นคนไร้ค่าขนานแท้จริงๆ เลย” น้ำเสียงอันเย็นชาของมู่เกอขัดจังหวะเสียงพึมพำของมู่ชิงเกอ
ร่างอันโปร่งแสงของมู่ชิงเกอเริ่มสั่น เสมือนโดนดูดพลังงานทั้งหมดออกจากร่างกาย
“ข้าก็ว่า ทำไมยังมาไม่ถึง ที่แท้ก็ไปสะดุดเข้ากับวิญญาณในป่านี่เอง ศิษย์รัก อาจารย์จะช่วยจัดการผีตนนี้ให้เจ้าเดี๋ยวนี้เลย”
ทันใดนั้น เสียงอันเย็นชาและแหลมสูงก็ดังมาจากฟากฟ้า
ในขณะที่มู่เกอยังไม่ทันได้มีปฏิกิริยาใดๆ ก็เห็นวิญญาณของมู่ชิงเกอพลันลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า กลายเป็นควันและถูกคนเก็บไปในทันที
มู่เกอที่เพิ่งจะรู้สึกตัว พอขยับขาก็รู้สึกราวกับว่าทั้งร่างตกไปอยู่ในถ้ำน้ำแข็ง แข็งจนขยับไม่ได้
‘เกิดอะไรขึ้น’ มู่เกอที่ไม่สามารถขยับตัวได้ยืนอยู่ที่เดิม ดวงตาสดใสคู่นั้นยังคงสามารถกลอกไปมาได้
เธอพยายามที่จะหมุนเวียนพลังวิญญาณในร่าง แต่กลับพบว่าพลังวิญญาณที่อยู่ในระดับสูงที่สุดของขั้นสีเหลืองที่สามารถควบคุมได้แล้วในตอนแรก กลับดูหนักหน่วงราวกับเหล็ก จนไม่สามารถเอาออกมาใช้ได้เลย
แม้กระทั่ง ตอนที่เธอคิดจะใช้ความสามารถของตนเอง กลับพบอีกว่าความสามารถด้านพลังสายฟ้าและช่องว่างของเธอเหมือนจะหายไปหมดอย่างไรอย่างนั้น
ตัวเธอเหมือนกลายเป็นเพียงหุ่นไม้ที่ใช้ได้เพียงแค่ความคิด
‘ประมาทเกินไป’ มู่เกอร้องในใจ
คนที่มีความสามารถสองสิ่ง และครอบครองความเร็วในการฝึกเวทพลังได้อย่างน่าทึ่งกลายเป็นยอดฝีมือชั้นสูงสุดของขั้นพลังสีเหลืองได้ภายในคืนเดียว ทำให้เธอรู้สึกหยิ่งยโสในตนเอง คิดว่าใช้ความสามารถของตนเองก็สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ แต่กลับคิดไม่ถึงว่า ยังไม่ทันได้เจอกัน เธอก็ตกลงไปในหลุมพรางเสียแล้ว
และที่สำคัญ วิญญาณของมู่ชิงเกอก็หายไปอีกด้วย
ทันใดนั้น เธอก็คิดถึงความเป็นจริงที่น่าตื่นตะลึงได้เรื่องหนึ่ง
คนๆ นั้นสามารถมองเห็นมู่ชิงเกอได้ จึงเอาตัวนางไปได้อย่างง่ายดาย!
แกร่ก------แกร่ก---------
เสียงราวกับเหยียบลงไปบนน้ำแข็งแผ่นบางๆ ดังขึ้น กระตุ้นความตื่นตัวมู่เกอ
เธอจ้องไปยังที่มาของเสียง เห็นเพียงแค่เงาร่างค่อมงุ้ม ค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นในชุดคลุมสีดำ ผมสีเงินยาวสยายนั่นร่วงออกมาจากหมวกแล้วตกลงไปบนพื้น
การปรากฏตัวของเขาทำให้อุณหภูมิในป่าแห่งนี้ลดลงหลายองศา
มู่เกอรู้สึกถึงแรงกดดันที่พุ่งเข้ามาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
แกร่ง ! แข็งแกร่งมาก !
ตั้งแต่ที่มู่เกอมาเกิดใหม่ นี่คือคนที่ 5 ที่ทำให้เธอรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่ง และคนคนนี้เมื่อจัดลำดับแล้วในห้าคนเขาอยู่ในลำดับที่สอง นอกจากมหาปราชญ์ที่ทำให้เธอรู้สึกได้ถึงความความลึกลับยากจะคาดเดานั่นแล้ว ไอเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากทั่วร่างของคนตรงหน้านี้ ทำให้เธอรู้สึกได้ถึงวิกฤตมากกว่าครั้งไหนๆ
‘ผู้เฒ่าเป่ยหมิง’ ในตอนนี้มู่เกอนึกฐานะของผู้มาเยือนออกแล้ว