หมอหญิงเทวดา ชายาอ๋องตัวร้าย: ตอนที่ 9 คิดได้แค่นี้ ตอนที่ 9
“นะ...น้ำนี่ค่อนข้างร้อนไปเล็กน้อย อีกสักพักข้าค่อยกินเจ้าค่ะ” ชิวอวิ๋นทำสีหน้าคิดหนัก
เหยาชิงหลีเกือบจะหลุดหัวเราะออกมาเพราะท่าทางของชิวอวิ๋นอยู่แล้ว ตอนนี้หากอธิบายให้นางฟัง กลัวว่าจะถูกมองว่าบ้าหนักขึ้นไปอีก เมื่อคิดได้ดังนั้น เธอก็คว้ามือของชิวอวิ๋นเอาไว้ “มา กินเถอะ!”
พูดจบ เธอก็เอายาที่อยู่ในมือนางเอาเข้าไปในปาก
“อื้อ...” ชิวอวิ๋นเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ยาที่ไม่รู้จักนั้นพอเข้าไปในปากก็เริ่มละลาย รสชาติขมและแปลกประหลาดแพร่กระจายไปทั่วปาก จนนางไอออกมาหลายครั้ง อีกทั้งยังสำลักยานั้นลงไปในลำคอแล้ว
“รีบดื่มน้ำเร็วเข้า” เหยาชิงหลีส่งน้ำใส่มือนาง
เสียงดื่มน้ำดัง “อึก ๆ” แต่เมื่อชิวอวิ๋นตอบสนองได้ก็กลืนยานั่นเข้าไปในท้องแล้ว
ร่างกายของชิวอวิ๋นแข็งทื่อไปทั้งตัว และมีสีหน้าเหม่อลอย จากนั้นก็นอนลงบนเตียงอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก และปล่อยให้เหยาชิงหลีกดนวดหลังนางตามใจ ไม่รู้ว่านางทาอะไรให้ นั่นไม่ใช่กลิ่นของยา แต่เป็นกลิ่นที่หอม ๆ สดชื่น
คุณหนูคงบ้าไปแล้วถึงขนาดเอาน้ำฮวาลู่มาทำเป็นยา!
นางต้องคิดก่อนว่า หากอีกสักพักซย่าเอ๋อร์กลับมา นางจะอธิบายเรื่องต่อจากนี้อย่างไรดี!
ชิวอวิ๋นรู้สึกแค่ว่าบนหลังของนางร้อนวูบวาบ และรู้สึกมึน ๆสะลึมสะลือ คาดไม่ถึงว่าจะนอนหลับไป
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน มีเสียงเอี๊ยดอ๊าดดังมาจากทางข้างนอก “คุณหนู ชิวอวิ๋น ข้ากลับมาแล้ว”
ชิวอวิ๋นตื่นขึ้นมาทันที และพอลืมตาขึ้นมา ก็เห็นซย่าเอ๋อร์ถือถุงอะไรเข้ามาในห้องมากมาย สีหน้ามีความสุขราวกับนกกระจอกก็ไม่ปาน “ชิวอวิ๋นกำไลของเจ้า ข้าขายได้สามตำลึง ส่วนเสื้อคลุมของคุณหนู ข้าขายได้ตั้งยี่สิบสองตำลึง”
“อ่า!” ชิวอวิ๋นมีสติขึ้นมาเต็มเปี่ยมแล้ว และลุกขึ้นมานั่งด้วยความตื่นเต้น “จริงหรือ?”
“อืม ๆ คิก ๆ” ซย่าเอ๋อร์ยกสัมภาระในมือของนางไปวางไว้บนโต๊ะกลมอย่างมีความสุข
ชิวอวิ๋นรู้สึกพอใจกับราคานี้มาก กำไลข้อมือของนางขายได้เงินดีกว่าที่นางคาดไว้เยอะมาก แม้แต่เสื้อคลุมตัวนั้นก็ได้มาเพิ่มมาตั้งสองตำลึง “ครั้งนี้ในที่สุดก็ฉลาดขึ้นมาแล้ว และของที่เจ้าซื้อพวกนี้คืออะไร?”
ชิวอวิ๋นพูดพร้อมกับลุกขึ้นมาจากเตียงด้วยความตื่นเต้น และเดินไปที่โต๊ะเพื่อพลิกดูสิ่งของเหล่านั้น เห็นเพียงแต่ถุงเล็กนั้นเป็นข้าวสาร ส่วนถุงผ้าห่อใหญ่ ๆ ที่มัดห่อไว้นั้นคือผ้านวม และมัดสุดท้ายก็เป็นเสื้อผ้าไม่กี่ชุด
“ของที่ต้องการจะซื้อมีเยอะเกินไป ข้าคนเดียวยกมาไม่หมด เดี๋ยวค่อยกลับไปซื้อผ้าห่มมาเพิ่มอีกหนึ่งผืนและก็พวกน้ำมัน เกลืออีกหน่อย” ซย่าเอ๋อร์ปาดเหงื่อตรงหน้าผากออก “เอ๋ ทำไมเจ้าถึงลุกจากเตียงได้แล้วล่ะ ไม่เจ็บแล้วหรือ?”
“นี่...” ชิวอวิ๋นตกใจทันที และเอื้อมมือไปจับที่แผ่นหลัง ก็ยังเจ็บอยู่ แต่เจ็บเพียงเล็กน้อย ดีขึ้นเยอะกว่าเมื่อเช้าที่เจ็บปวดอย่างรุนแรง ส่วนอาการบวมก็ลดลงไปแล้ว
ดีขึ้นมาจริง ๆ ด้วย
“สีหน้าของเจ้าดูขึ้นแล้ว นี่ไปเชิญหมอมาหรือ กินยาแล้วใช่ไหม?” ซย่าเอ๋อร์เอ่ยถาม
ชิวอวิ๋นอดไม่ได้ที่จะนึกถึง “ยา” สีสันสดใสที่เหยาชิงหลีให้นางกินและยังมีสเปรย์หอมกรุ่นนั่น
หรือว่าสามารถรักษาได้จริง ๆ งั้นหรือ?
“ข้า...กินยาที่คุณหนูให้มา และทาน้ำฮวาลู่เล็กน้อย”
“นั่นไม่ใช่น้ำฮวาลู่แต่เป็นยาแบบพ่น” มีเสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้น และก็เห็นเหยาชิงหลีจับมือเสียวเป่าเดินก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา
“นั่น...เป็นยาจริง ๆ หรือเจ้าคะ?” ชิวอวิ๋นมองไปที่เหยาชิงหลีอย่างไม่เชื่อสายตา
“ใช่สิ!” เหยาชิงหลีพยักหน้า “ทำไม เจ้าคิดว่าข้าเป็นโรคบ้าจริง ๆ งั้นหรือ?”
ใบหน้าเล็ก ๆ ของชิวอวิ๋นแดงฉาดขึ้นมา คุณหนูอ่านความคิดของนางได้มาโดยตลอดหรือนี่! แต่ว่านั่นก็พิสูจน์ได้ว่าคุณหนูไม่ได้บ้าจริง ๆ ใช่หรือไม่?
“คุณหนู พวกท่านกำลังพูดอะไรอยู่เจ้าคะ?” ซย่าเอ๋อร์ฟังแล้วรู้สึกสับสนไปหมด
ชิวอวิ๋นจึงเล่าเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบให้นางฟัง แล้วยังพูดอีกว่า “ยาเหล่านั้น ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน คนอื่นต่างบอกว่าสิ่งที่มีสีสันและงดงามเกินไปส่วนใหญ่จะเป็นของที่มีพิษ อีกทั้งคุณหนูยังตรวจจับชีพจรให้ข้าด้วย...”
เหยาชิงหลีนั่งลงข้าง ๆ โต๊ะกลม “ที่จริงแล้วเมื่อคืนที่หัวข้ากระแทกตอนนั้น ทำให้ข้าตายไปแล้วจริง ๆ”
“อ๊าก...” ซย่าเอ๋อร์ร้องอุทานด้วยความตกใจ “คุณหนูท่านอย่าพูดอะไรไร้....”
“ฟังข้าพูดให้จบก่อน” เหยาชิงหลีรินชาให้ตัวเองพลางกับพูดขึ้นว่า “ตอนนั้นข้ารู้สึกสะลึมสะลือ และได้ลงไปยังยมโลก แต่อยู่ ๆ ท่านแม่ของข้าก็ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน และลากตัวข้ากลับมา และยังบอกอีกว่าตอนนี้นางได้กลายเป็นเซียนแล้ว อีกทั้งยังได้เรียนเทคนิคการแพทย์กับอาจารย์เซียนหวาถัวอีกด้วย! นางทนไม่ได้จริง ๆ ที่เห็นข้าต้องตายไปทั้งแบบนี้ ดังนั้นจึงแอบช่วยข้าให้ฟื้นขึ้นมา และยังถ่ายทอดทักษะทางการแพทย์ให้กับข้าอีกด้วย ยาสีสันสดใสเหล่านั้นก็คือยาที่ท่านแม่มอบให้ข้านำกลับมา ”
“อะไรนะ? เป็น...เป็นนายหญิง...” ชิวอวิ๋นร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ
“ข้าก็ว่าอยู่...” ซย่าเอ๋อร์ขอบตาแดงก่ำเล็กน้อย “เมื่อคืนตอนที่แบกคุณหนูไปที่โรงหมอ ท่านหมอคนนั้นบอกว่าคุณหนูหมดลมหายใจไปแล้ว...แต่แล้วอยู่ ๆ หัวใจก็เต้นขึ้นมาและหายใจขึ้นมาอีกครั้ง ที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เอง นโมอมิตพุทธ ขอขอบพระคุณนายหญิง และขอขอบพระคุณอาจารย์เซียนหวาถัวด้วย!”
“นโมอมิตพุทธ...” ชิวอวิ๋นกับซย่าเอ๋อร์คุกเข่าลงบนพื้นและก็ท่องบทสวดมนต์
เหยาชิงหลีหมดคำจะพูดไปชั่วขณะหนึ่ง
ผ่านไปสักพัก เหยาชิงหลีก็ดึงตัวทั้งสองคนลุกขึ้นมา “เรื่องนี้พวกเจ้าอย่าได้พูดออกไปเด็ดขาด มิฉะนั้นท่านแม่ของข้าที่อยู่ด้านล่างจะถูกลงโทษได้ ต่อไปถ้ามีใครถามว่าทำไมข้าถึงรู้วิชาแพทย์ พวกเจ้าก็บอกไปว่าข้าชอบศึกษาตำราหมอมาตั้งแต่เด็กก็พอแล้ว”
“แน่นอนเจ้าค่ะ” ชิวอวิ๋นรีบพูดต่อทันที “เรื่องแบบนี้จะพูดให้คนนอกฟังได้อย่างไร หากทำเช่นนั้นนายหญิงจะต้องถูกลงโทษถูกทรมานเป็นแน่ ในเมื่อมีสิ่งนี้แล้ว ต่อไปก็ไม่ต้องไปเสียเงินหาหมอแล้ว!”
“อืม ๆ” ซย่าเอ๋อร์พยักหน้าอย่างมีความสุข “ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก!”
เหยาชิงหลียกมุมปากยิ้ม ๆ พวกเจ้าสองคนคิดได้เท่านี้เองหรือ?
แต่พอเหยาชิงหลีลองคิด ๆ ดู ก็พอเข้าใจพวกนางอยู่ ในยุคเช่นนี้มีผู้หญิงจำนวนน้อยมากที่เป็นหมอ แม้จะรู้วิชาแพทย์ แต่ก็คงไม่แสดงตัวตนออกมาง่าย ๆ และเธอก็มีชื่อเสียงแบบนี้ด้วย คงยิ่งไม่มีใครมาหาเธอเพื่อรักษาหรอก
“นี่ก็สายมากแล้ว ซย่าเอ๋อร์เจ้าไปทำกับข้าวเถอะ!”
“เจ้าค่ะ”
ซย่าเอ๋อร์หมุนตัวออกไปอีกครั้ง เหยาชิงหลีก็เดินไปที่เตียงเพื่อดูเสียวเป่า
เสียวเป่ากินซาลาเปาไปเพียงครึ่งลูกตั้งแต่ตอนช่วงบ่าย และก็นอนจนถึงตอนนี้
เหยาชิงหลีหยิบมือเล็ก ๆ ของเขาออกมาและจับชีพจรอย่างละเอียด
จากนั้นก็รู้สึกกังวลอยู่พักหนึ่ง
ร่างกายของเด็กคนนี้อ่อนแอมาก ขาดสารอาหารสะสมมาเป็นเวลานาน ประกอบกับมักจะทนตากหนาวตลอดทั้งปี ทำให้ร่างกายของเขาย่ำแย่มาก
เหยาชิงหลีถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ตัวเองจะต้องช่วยบำรุงปรับสมดุลร่างกายของเขาให้ดีขึ้น และเลี้ยงเขาให้อ้วนท้วมสมบูรณ์
“เจ็บขา...” เสียวเป่าที่กำลังอยู่ในความฝันพูดงึมงำเบา ๆ
เหยาชิงหลีนึกขึ้นได้ว่าเขาเดินตามพวกนางมาทั้งวันทั้งคืน นางเกิดรู้สึกปวดใจขึ้นมาจึงเอื้อมมือไปนวดขาให้เขาเสียหน่อย