หมอหญิงเทวดา ชายาอ๋องตัวร้าย: ตอนที่ 7 พูดให้ชัดเจน ตอนที่ 7
นายหญิงหลัวถูกลูกชายและลูกสะใภ้พาตัวออกประตูไปอย่างทุลักทุเล
เมื่อซย่าเอ๋อร์กับชิวอวิ๋นเห็นเป็นแบบนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าไปหนึ่งที หลังจากนั้นก็หันกลับไปมองเหยาชิงหลีด้วยสีหน้าอึ้งทึ่งและชื่นชม
ซย่าเอ๋อร์พูดด้วยความตะลึง “รู้สึกว่า...หลังจากที่คุณหนูตื่นขึ้นมาเหมือนจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย”
ชิวอวิ๋นพยักหน้าเห็นด้วย ถ้าเป็นเมื่อก่อนเจอเรื่องแบบนี้เข้า ไม่ต้องพูดเลยว่าคุณหนูจะออกมาโต้เถียงกับคนอื่นไหม ไม่แน่ว่าอาจจะยอมอ่อนข้อและให้เงินไปทันทีเลยด้วยซ้ำ เพื่อจะทำให้เรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็ก และยังต้องพูดอีกว่าการเสียเปรียบเป็นเหมือนพรประเภทหนึ่งอะไรแบบนี้ด้วย
ไหนเลยจะเหมือนตอนนี้ ไม่เพียงแต่ก้าวออกมาถกเถียงจนได้รับชัยชนะราบคาบแล้ว แต่ยังบีบนายหญิงหลัวที่แสนร้ายกาจจนหนีเตลิดไปแทบไม่ทัน
“พอได้ผ่านเรื่องราวต่าง ๆ นานามา ย่อมต้องเปลี่ยนแปลงไปเป็นธรรมดา” เหยาชิงหลีพูดอย่างเรียบเฉย “มิฉะนั้นจะรับมือกับชีวิตในภายภาคหน้าได้อย่างไร?”
ชิวอวิ๋นกับซย่าเอ๋อร์อดปวดใจขึ้นมาไม่ได้ คุณหนูคนที่จิตใจดีมีเมตตาเมื่อสมัยก่อน บัดนี้กลับถูกบังคับให้นิสัยต้องเปลี่ยนไป การเติบโตเช่นนี้ คิดอย่างไรก็ล้วนแต่ทำให้รู้สึกเศร้าใจ
หลังจากชิวอวิ๋นถอนหายใจแล้ว ก็หันกลับไปมองซย่าเอ๋อร์ “เจ้ามันน่าตีให้ตายยิ่งนัก ตอนที่เช่าบ้านหลังนี้ ทำไมถึงได้รับปากให้เงินไปตั้งหนึ่งตำลึงเล่า?”
วันนี้ตอนเช้าตรู่ ชิวอวิ๋นจะต้องกลับไปคุกเข่าที่หน้าประตูตระกูลเหยา เรื่องทั้งหมดจึงเป็นซย่าเอ๋อร์ที่เป็นคนจัดหาบ้าน
“ข้า...” ซย่าเอ๋อร์รู้สึกน้อยใจอย่างมาก “ก็ตอนนั้นคุณหนูยังนอนสลบอยู่ที่โรงหมอ และเสียงด่าทอข้างนอกก็แย่มากจนฟังไม่ได้ ข้ากลัวว่าโรงหมอจะขับไล่ออกมา ดังนั้นจึงรีบออกมาหาบ้านเช่า...บังเอิญมาพบว่าเรือนแห่งนี้เขียนว่าปล่อยให้เช่า ข้ากลัวว่าคุณหนูจะถูกโยนออกมา...ดังนั้นจึงรีบเช่าเอาไว้ทันที ส่วนค่าเช่าจะต้องจ่ายราคาเท่าไร...ข้าไม่ค่อยเข้าใจจริง ๆ”
“เอาละ อย่าโทษซย่าเอ๋อร์เลย” เหยาชิงหลีเอ่ย “นางถูกขายเข้ามาอยู่ในตระกูลเหยาตั้งแต่เล็ก ไม่เคยมีประสบการณ์การใช้ชีวิตข้างนอกมาก่อน และไม่เคยเช่าบ้านอยู่ ย่อมไม่รู้ราคาตลาดอยู่แล้ว”
“คุณหนูดีที่สุด” ซย่าเอ๋อร์ทำปากจู๋พยักหน้า
ทันใดนั้นร่างของเหยาชิงหลีก็รู้สึกโซเซขึ้นมา มีความรู้สึกเหมือนกับเวียนหัว
ซย่าเอ๋อร์ตกใจจนรีบเข้าไปประคองนาง “คุณหนู ท่านเป็นอะไรไปเจ้าค่ะ? เจ็บแผลบนศีรษะใช่หรือไม่เจ้าคะ?”
“เร็วเข้า รีบกลับห้องไปนอนพักผ่อนเถอะเจ้าค่ะ” ชิวอวิ๋นพูดด้วยความร้อนรน
“ได้” เหยาชิงหลีพยักหน้า
พอตื่นขึ้นมาก็ประสบพบเจอกับเหตุการณ์ต่าง ๆ นานา จึงไม่ได้สนใจความรู้สึกของร่างกายตัวเอง ตอนนี้พอรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมา ร่างกายก็รู้สึกอ่อนแรงปวกเปียก และบาดแผลบนหน้าผากก็เจ็บปวดขึ้นมาเล็กน้อย
เหยาชิงหลีถูกซย่าเอ๋อร์ประคองเข้าไปในห้องนอน
ข้างในห้องได้รับการทำความสะอาดเป็นอย่างดี แต่น่าเสียดายที่บนเตียงไม่มีเครื่องนอนและสิ่งของอื่น ๆ เลย
ซย่าเอ๋อร์ทำได้เพียงถอดเสื้อนอกบนตัวออกมาปูไว้บนเตียง เพื่อให้เหยาชิงหลีได้เอนตัวนอน
“ท่านแม่...” น้ำเสียงของเด็กน้อยดังขึ้น
เหยาชิงหลีหันกลับมามองก็เห็นเจ้าตัวน้อยตัวกลม ๆ กำลังถือกะละมังที่มีน้ำเดินเข้ามาอย่างทุลักทุเล
ซย่าเอ๋อร์ตกใจจึงรีบวิ่งเข้าไปรับน้ำมา “ทำไมถึงตักน้ำมาล่ะ? เอ๋? ยังร้อนอยู่ด้วย”
“เสียวเป่าตักน้ำมาให้ท่านแม่ล้างหน้า” เสียวเป่าเข้ามาคว้ากะละมังนั้นกลับไป แล้วพยายามถือมาหาเหยาชิงหลี ดวงตากลมโตคู่นั้นมองมาที่นางเป็นประกาย “ท่านแม่เหนื่อยแล้ว ล้างหน้าเถอะขอรับ”
หัวใจของเหยาชิงหลีอ่อนยวบ เธอพบว่าเสียวเป่าเป็นเด็กที่ดีมาก เป็นเด็กที่ดีมากจริง ๆ
เมื่อคืนเขาต้องถูกโยนออกมาจากตระกูลพร้อมกับพวกนางเป็นแน่ แต่ตอนนั้นนางได้รับบาดเจ็บสาหัสจนหมดสติไป และพวกซย่าเอ๋อร์ก็เอาแต่รีบหาโรงหมอไม่ได้สนใจเขา เขาก็คงคิดว่าเป็นเพราะตัวเองที่ทำให้เธอได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นเลยไม่กล้าก้าวเข้าไปรบกวนพวกนางได้แต่เดินตามหลังพวกนางมาอย่างเงียบ ๆ
ต่อมาซย่าเอ๋อร์เช่าเรือนหลังเล็ก ๆ แห่งนี้เอาไว้ เขาก็เข้ามาทำความสะอาดอย่างเงียบ ๆ เพื่อเอาใจนางให้นางดีใจ
เมื่อครู่นี้ตอนที่พวกนางกำลังถกเถียงกับนายหญิงหลัวข้างนอก เขาก็ไม่ก้าวเข้ามารบกวน แต่เข้าไปในห้องครัวอย่างเงียบ ๆ เพื่อต้มน้ำ เพื่อจะได้ให้เธอที่เหนื่อยล้าได้ล้างหน้าสักหน่อย
“เสียวเป่าเป็นเด็กดีจริง ๆ” เหยาชิงหลีลูบศีรษะเล็ก ๆ ของเขา
“อืม ๆ” ดวงตากลมโตของเสียวเป่ามองไปที่นางด้วยแววตาเป็นประกาย “เสียวเป่ายังเตรียมของกินให้ท่านแม่ไว้ด้วย”
พูดจบก็วิ่งออกไปจากห้องอย่างรวดเร็วราวกับควันไฟ สักพักก็ถือห่อกระดาษซับมันห่อหนึ่งเข้ามา เมื่อเปิดออกดูมีซาลาเปาทั้งหมดสามลูก และด้านบนสุดเป็นซาลาเปาไส้เนื้อ ส่วนอีกสองลูกเป็นหมั่นโถว
เสียวเป่าส่งซาลาเปาเนื้อด้านบนให้เหยาชิงหลี “ท่านแม่ กินซาลาเปาเนื้อขอรับ”
“เจ้าไปเอามาจากไหนหรือ?” เหยาชิงหลีถามด้วยความตกใจขึ้นมาแล้ว
“เมื่อปีที่แล้วข้าไปเก็บฟืนให้ท่านลุงหนิว ท่านลุงจึงมอบเงินให้เสียวเป่าสามเหวิน” เสียวเป่ามองเหยาชิงหลีด้วยสีหน้ากระตือรือร้น “เสียวเป่าซ่อนเอาไว้ฮะ เพื่อเก็บเอาไว้ซื้อซาลาเปาให้ท่านแม่กิน”
เขาไม่เคยเห็นหน้าท่านแม่มาตั้งแต่เด็ก ท่านยายหลิวก็เอาแต่ด่าเขา ว่าเขาเป็นลูกนอกคอกไม่มีใครต้องการ เขาไม่อยากเป็นลูกนอกคอก เขาอยากเป็นเด็กดีที่มีทั้งท่านพ่อและท่านแม่ จึงมักจะคิดเสมอว่า ต้องมีสักวันที่ท่านพ่อและท่านแม่มารับเขากลับบ้าน!
ดังนั้นเขาจึงซ่อนเงินที่ตัวเองหามาได้อย่างระมัดระวัง เพื่อในภายภาคหน้าจะได้ซื้ออาหารอร่อย ๆ ให้ท่านพ่อท่านแม่ได้กิน
“ท่านแม่ กินเลย” เสียวเป่าส่งสายตาคาดหวังมองไปยังเหยาชิงหลี
เหยาชิงหลีรู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้นมา เมื่อสบกับสายตาที่กระตือรือร้นของเขา เธอไม่อาจปฏิเสธได้ จึงหยิบซาลาเปาเนื้อชิ้นนั้นมาพร้อมกับยิ้มให้ ก่อนจะแบ่งออกครึ่งหนึ่ง เอาชิ้นที่มีเนื้อมากครึ่งนั้นให้เขา “เสียวเป่าก็กินด้วยสิ”
เสียวเป่ารับซาลาเปาครึ่งลูกนั้นมาอย่างปลื้มใจ “เสียวเป่าไม่หิว เดี๋ยวเก็บเอาไว้ให้ท่านพ่อกินละกัน”
คำว่า “ท่านพ่อ” คำนี้ทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาทันที ชิวอวิ๋นตกใจจนหน้าซีด ส่วนซย่าเอ๋อร์ก็รีบเอามือไปปิดปากเสียวเป่าเอาไว้
เด็กยังเล็กเกินไป และเมื่อคืนก็เกิดเรื่องวุ่นวายตั้งมากมาย คำพูดที่ว่าไม่ได้แต่งงานถูกต้องตามประเพณี คบผู้ชายไม่เลือกหน้าพวกนี้เขายังฟังไม่เข้าใจ เขาคิดว่าเขาได้พบท่านแม่แล้ว ท่านพ่อก็คงจะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมกระมัง!
“คุณหนู เสียวเป่าหมายถึงเก็บไว้...บนจาน...” ซย่าเอ๋อร์รีบพูดแก้สถานการณ์ให้คลุมเครือเพื่อให้มันผ่านพ้นไป
“เอาล่ะ ข้าไม่สนใจสักนิด” เหยาชิงหลีถอนหายใจออกมาหนึ่งที และโน้มตัวลงมามองเสียวเป่าอย่างจริงจัง “เสียวเป่า แม่มีความจริงจะบอกเจ้า”
“อื้อ...” เสียวเป่าพยักหน้า
“พ่อของเสียวเป่าเป็นพวกผู้ชายเสเพล” เหยาชิงหลีเอ่ยพูดต่อ “เขารังแกแม่ ทำร้ายแม่จนต้องถูกขับไล่ออกจากตระกูลมา แถมบนหัวแม่ยังถูกกระแทกจนเป็นรูใหญ่ ดังนั้นต่อไปเสียวเป่าจะไม่มีพ่อ ถ้าหากเสียวเป่ายังคิดอยากจะหาพ่อ ถ้าเช่นนั้นหลังจากนี้แม่ก็คงจะไม่อยู่กับเสียวเป่าอีกแล้ว”
เธอมองเขาด้วยสีหน้าจริงจัง
คนอย่างเหยาชิงหลีไม่ต้องการผู้ชายหรอก! โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยโบราณเช่นนี้ หากจะแต่งงานกับผู้ชายที่สะอาดบริสุทธิ์คงเป็นไปได้ยาก และตอนนี้ยังมีลูกโผล่ออกมาอีกหนึ่งคน แม้แต่ลูกยังไม่เป็นกังวลเลย ยังต้องการผู้ชายมาทำไมอีก?
ที่จริงแล้วเธอสามารถโกหกเขาได้ว่าพ่อของเขาตายไปตั้งนานแล้ว แต่เสียวเป่าฉลาดกว่าเด็กทั่วไป ผ่านไปไม่ถึงสองปี เขาจะรู้ได้จากข่าวลือว่าพ่อของเขายังไม่ตาย และรู้ว่าผู้หญิงมั่วผู้ชายคืออะไร ตราบใดที่เรื่องราวของเธอยังคงถูกครหาอยู่ ถึงตอนนั้นเขาจะต้องถามซักไซ้เธออย่างแน่นอน
ดังนั้นควรพูดให้ชัดเจนในครั้งเดียวไปเลยจะดีกว่า ตอนนี้อาจจะมึนงงเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ่าง แต่ในอนาคตเขาจะเข้าใจความหมายของมันได้อย่างแท้จริง
เสียวเป่าตกใจจนสวมกอดเหยาชิงหลีเอาไว้ “ท่านพ่อเป็นคนเลว...ไม่ต้องการท่านพ่อแล้ว! เสียวเป่าไม่โลภมาก เสียวเป่ามีท่านแม่ก็พอแล้ว”
“อืม เด็กดี” เหยาชิงหลีลูบศีรษะของเขาแล้วอุ้มเขาขึ้นไปบนเตียง “เสียวเป่ากินเสร็จแล้วก็นอนกับแม่เถอะ” จากนั้นก็มองไปที่ชิวอวิ๋นกับซย่าเอ๋อร์อีกครั้ง “พวกเจ้าก็กินเถอะ”
“เจ้าค่ะ”