รักหลังหย่าของท่านประธาน(จบ): ตอนที่ 10 ไปหย่ากันเสีย ตอนที่ 10
หลังจากที่ยู่จวินโทรศัพท์เรียบร้อยแล้ว จึงไปกดกริ่งประตู
เมื่อประตูเปิดออกไป๋ชิงก็ยืนอยู่ที่ด้านใน
เธอเพิ่งอาบน้ำเสร็จแต่หน้าตายังซีดเซียวอยู่เลย
“ผมซื้อเกี๊ยวน้ำมา” เมื่อยู่จวินเห็นไป๋ชิงเข้าก็ไม่รู้ว่าจะทำหน้ายังไงดี
คนที่ผ่านประสบการณ์ที่บอบช้ำแบบเดียวกันมา เมื่อเจอหน้ากันก็รู้สึกว่าทำอะไรไม่ถูกกันทั้งนั้น
“ขอบคุณค่ะ” ไป๋ชิงถอยหลังให้เขาเข้ามา
ยู่จวินเดินไปที่ด้านหน้าโต๊ะ แล้ววางเกี๊ยวน้ำในมือลง "กำลังร้อนๆเลย ทานซะสิ"
“ยู่ฉีไปเข้าเวรดึกแล้วค่ะ” ไป๋ชิงเม้มริมฝีปาก “คิดไม่ถึงว่าเธอจะเป็นพยาบาลแล้ว เก่งจริงๆเลยค่ะ”
ยู่จวินชะงัก "ไม่มีอะไรน่าชมหรอกครับ พยาบาลที่เก่งกว่าเธอยังมีอีกเยอะ"
ไป๋ชิงส่ายหัว “เธอเก่งจริงๆนะ โดยเฉพาะหลังจากที่ผ่านเรื่องนั้นมาได้”
“สบายดีหรือเปล่า?” เสียงของยู่จวินแหบแห้ง
“ก็ดีค่ะ” ไป๋ชิงนั่งลง
ยู่จวินหยิบกล่องบุหรี่ออกจากกระเป๋า
ไป๋ชิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “ยู่จวิน คุณอย่าสูบบุหรี่ในบ้านได้ไหมคะ?”
“ขอโทษครับ” ยู่จวินอึดอัดใจ
เขารู้สึกตื่นเต้นมาก
ไป๋ชิงค่อยๆทานเกี๊ยวน้ำช้าๆ “ขอบคุณที่คุณช่วยฉันไว้ค่ะ”
“ต่อไปห้ามออกจากบ้านดึกขนาดนี้แล้วนะ” น้ำเสียงทุ้มต่ำของยู่จวินเป็นห่วงเธอ “แม้ว่าจะมีธุระด่วนก็ต้องหาใครไปด้วย อย่าอยู่ตามลำพัง”
“อืม” ไป๋ชิงพยักหน้า
“ผมโทรหา...ผู้ชายที่ชื่อจ้าวเถิงแล้ว แต่ว่าผมไม่ได้บอกเขาว่าคุณอยู่ที่นี่ ผมจะต้องถามคุณก่อน” ยู่จวินมองเธออย่างคาดเดาไม่ออก “ต้องการให้ผมเรียกให้เขามาหรือเปล่า?"
“ไม่ต้องค่ะ เช้าแล้ว ฉันกลับไปเองได้” ไป๋ชิงส่ายหัว
“ครับ” ยู่จวินพยักหน้า
เขามองไป๋ชิงอย่างละเอียด
ที่จริงเขามีคำพูดมากมายที่อยากจะพูด
แต่ว่ากลับยั้งไว้ไม่พูด
ตอนนี้ตัวเองอยู่ในฐานะอะไรที่จะไปยุ่งวุ่นวายกับเรื่องของเธอ?
สถานภาพการสมรสของเธอได้เขียนเอาไว้ว่า “สมรส” ผู้ชายที่ชื่อจ้าวเถิงคนนั้นไม่ใช่สามีของเธอ
การแต่งงานของเธอทำให้เธอทุกข์ทรมานขนาดนั้นเลยหรือ?
ถึงทำให้เธอเลือกที่จะ “จมดิ่ง”?
ก๊อกๆ!
จู่ๆก็มีเสียงเคาะประตูจากด้านนอก
ยู่จวินและไป๋ชิงมองหน้ากัน
“ยู่ฉีเหรอ?” ไป๋ชิงประหลาดใจ
“ตอนเที่ยงเธอถึงจะเลิกงาน” ยู่จวินพูดจบก็ไปเปิดประตู
พอประตูเปิดออก ด้านนอกมีชายสวมเสื้อคลุมกันลมสีดำหน้าตาหล่อเหลาพร้อมด้วยท่าทีที่เย็นยะเยือกเคร่งขรึมคนหนึ่งยืนอยู่
ยู่จวินรู้สึกคุ้นกับใบหน้าที่หล่อเหลาเสียจนทั้งคนทั้งเทพยังชิงชังนี้อยู่บ้าง
โม่เซียว
ประธานของบริษัท โม่กรุ๊ป จำกัด ผู้นำของตระกูลโม่
แล้วก็เป็นหลานชายของคุณหญิงโม่
และยิ่งเป็นสามีของไป๋ชิงด้วย
“ยู่จวิน ใครคะ?” ไป๋ชิงเดินมา
เธอเห็นโม่เซียวก็ชะงักเล็กน้อย
ตามมาได้รวดเร็วจริงๆเลย
อันที่จริงเธอรู้ว่าเพียงแค่ติดต่อกับจ้าวเถิง
โม่เซียวตามมาเจอก็เป็นเรื่องที่ไม่ช้าก็เร็ว
ดวงตาที่เย็นชาของโม่เซียวมองไปที่ไป๋ชิง
เธอสวมเสื้อฮู้ดลายการ์ตูนสีชมพูกับกางเกงวอร์มสีเทา เส้นไหมสีดำมัดเป็นหัวชิ้นลูกกลมๆที่ทั้งดูน่ารักและสดใส
ทั้งๆที่อายุยี่สิบสามปีแล้ว แต่ว่ายังเหมือนนักศึกษาอายุสิบแปดปีที่อ่อนวัยสดใส
โม่เซียวโกรธเป็นฟืนเป็นไฟทันที
ไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะอาศัยอยู่ในบ้านของชายแปลกหน้าคนหนึ่ง!
เธอยังไม่รู้ว่าโลกภายนอกมันอันตรายเหรอ?
“กลับไปกับผม” เสียงของโม่เซียวเยือกเย็นและทุ้มต่ำ
“คุณหาที่นี่เจอได้ยังไง?” เสียงของไป๋ชิงไร้ซึ่งความอบอุ่น “คุณส่งจ้าวเถิงมารับฉันก็พอแล้ว ทำไมถึงจะต้องมาด้วยตัวเองด้วย?”
เธอไม่มีฐานะและตำแหน่งในใจของเขาขนาดนั้นเลยเหรอ
เธอนั้นไม่ได้คาดหวังแล้วว่าเขาจะเป็นห่วงเป็นใยเธอ
โม่เซียวไม่ชอบที่เธอใช้สายตาแบบนั้นมองตัวเอง และก็ไม่ชอบที่เธอพูดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแบบนั้น
เขาเดินไปทางไป๋ชิง
ทั้งร่างของเขาหมองหม่นนัก
ไป๋ชิงตกใจจนก้าวถอยหลัง ร่างกายก็เลยกระแทกเข้ากับโต๊ะในทันที
“ระวัง!” ยู่จวินเป็นห่วงมาก
โม่เซียวคว้าข้อมือของไป๋ชิงแล้วดึงเธอเข้าไปในอ้อมอกของเขา แล้วเขาก็กระซิบว่า “ไป๋ชิง ตำรวจตัวเล็กๆคนหนึ่งผมจัดการได้สบายมาก คุณแน่ใจหรือว่าต้องการมีเรื่องกับผมที่นี่?”
ไป๋ชิงตัวแข็งทื่อ
โม่เซียวกำลังข่มขู่เธออีกแล้ว
เขารู้อยู่เต็มอกว่าเธอเป็นคนใจอ่อนคนหนึ่ง
เขาใช้ประโยชน์ในจุดนี้ ใช้คนที่สามารถใช้ประโยชน์ได้มาข่มขู่เธอ
“ฉันจะกลับไปกับคุณค่ะ” ไป๋ชิงก้มศีรษะลง
ยู่จวินช่วยเธอไว้ เธอก็รู้สึกขอบคุณเขามาก
แต่เธอไม่สามารถสร้างปัญหาเพิ่มให้ยู่จวินได้
ยู่ฉีมีเพียงยู่จวินแล้ว
เธอไม่อยากทำให้สองพี่น้องนี้เดือดร้อน
ยู่จวินมองไปที่ไป๋ชิงด้วยความเป็นห่วง “ไป๋ชิง ถ้าหากว่าคุณไม่อยากกลับไปล่ะก็…”
“ฉันกลับค่ะ” ไป๋ชิงไม่มองยู่จวิน
ยู่จวินมีความคิดที่เฉลียวฉลาดมาตั้งแต่เด็ก ผู้คนรอบตัวมีอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปเขาจะสามารถรับรู้ได้
“ขอบคุณคุณยู่ที่ช่วยเธอไว้ อีกสักครู่จะมีของขวัญชิ้นใหญ่มามอบให้คุณ” โมเซียวพูดอย่างเย็นชา
“ไม่จำเป็นครับ” ยู่จวินปฏิเสธ “ผมช่วยเธอ ไม่ได้หวังผลตอบแทน”
“เหอะ เด็กกำพร้าที่ถูกรับอุปการะอย่างคุณยู่ อยู่ในครอบครัวที่ให้กำเนิดก็ไม่เป็นที่รัก หากว่าคุณมีเงินพวกเขาก็จะมองอีกแบบหนึ่ง ดังนั้นคุณก็ควรจะรับเอาไว้นะ” โม่เซียวหยิ่งเอามากๆ
“โม่เซียว คุณพอได้แล้วค่ะ” ไป๋ชิงโมโหซะแล้ว
เขามีสิทธิ์อะไรประชดประชันยู่จวินแบบนี้?
โม่เซียวมองลงไปที่สาวน้อยตัวเล็กที่เตี้ยกว่าตัวเองหนึ่งช่วงหัว เป็นครั้งแรกที่เธอโกรธตัวเองเพราะชายแปลกหน้าคนหนึ่ง
ยิ่งเธอเป็นแบบนี้ เขาก็ยิ่งโกรธ
ผู้ชายคนนี้กับเธอมีความเกี่ยวข้องอะไรกัน เธอถึงต้องปกป้องเขาขนาดนี้?
ไป๋ชิงรู้สึกว่าโม่เซียวไม่มีเหตุผล รวมถึงที่เขาทิ้งเธอเอาไว้บนถนนจนเธอเกือบจะตกอยู่ในอันตราย
เธอเม้มปากและเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
สีหน้าโม่เซียวหมองลง เธอยังจะไม่พอใจอีกด้วย!
โม่เซียวไล่ตามไป
พวกเขามาถึงตรงหน้ารถ
“ไป๋ชิง คุณชักสีหน้ากับผมเพื่อผู้ชายคนหนึ่ง?” ใบหน้าที่หล่อเหลาของโม่เซียวดูชั่วร้ายเหลือคณา
“ฉันไม่ได้ชักสีหน้าใส่คุณเพื่อผู้ชายคนหนึ่ง โม่เซียวคุณรู้ไหมว่าถ้าไม่ใช่ยู่จวิน จะเกิดอะไรขึ้นกับฉัน?” ดวงตาของไป๋ชิงแดงขึ้นในทันใด
พอเธอร้องไห้ก็ยิ่งไม่มีกำลังฆ่าล้างทำลาย แต่กลับช่างดูน่าสงสารเวทนา
“ฉันเกือบจะถูกข่มขืน! คุณเข้าใจไหมว่านั่นหมายความว่าอะไร!” ไป๋ชิงสั่นสะท้านไปทั้งตัว “เพียงแค่คุณยังมีความเป็นคนอยู่บ้าง ก็จะไม่ทิ้งผู้หญิงคนหนึ่งเอาไว้บนถนนกลางดึกเพื่อไปเจอเมียน้อย ขณะที่คุณพะเน้าพะนอโอบกอดอยู่กับเมียน้อย คุณรู้ไหมไม่ว่าฉันจะต้องเผชิญกับอะไร?”
โม่เซียวตื่นตระหนก “ผมไม่ได้ตั้งใจ”
“ไม่ได้ตั้งใจ?” ไป๋ชิงน้ำตาไหลริน “ฉันเตือนคุณแล้ว เป็นคุณที่ไม่ได้สนใจความเป็นความตายของฉันเลย ถึงแม้ว่าฉันจะตายไป คุณก็คงจะไม่แม้แต่จะกระพริบตา”
“ผม...” โม่เซียวเถียงไม่ออกจริงๆ
เขาคิดไม่ถึงจริงๆว่า เพียงแค่ห้านาทีเธอก็ตกอยู่ในอันตรายแล้ว
ไป๋ชิงสูดจมูก “โม่เซียว คุณไม่ได้สนใจฉันเลยสักนิด คุณไม่แม้กระทั่งจะมาเข้าใจฉันเลยด้วยซ้ำ”
โม่เซียวนิ่งไปครู่หนึ่ง
“โม่เซียว ฉันไม่ชอบปูขน” ไป๋ชิงดวงตาแดงก่ำ “แต่คุณรู้ไหมว่าทำไมตอนหลังฉันถึงได้ชอบ? เพราะว่าคุณเป็นคนแกะไงคะ”
โม่เซียวยื่นมือออกไป ต้องการที่จะกอดเธอ
พอเธอร้องไห้ เขาก็รู้สึกเป็นทุกข์
ไป๋ชิงผลักมือของเขาออก “อย่าแตะต้องตัวฉัน! มือของคุณแตะต้องหยุนชีชีแล้ว เพราะฉะนั้นอย่ามาแตะต้องตัวฉัน!”
โม่เซียวตัวแข็งทื่อ นัยน์ตาสีดำของเขาเป็นประกาย
“โม่เซียว ไม่ใช่ว่าฉันไม่ต้องการหย่ากับคุณ แต่เป็นเพราะคุณย่าสุขภาพไม่ดี ฉันกลัวว่าจะกระทบกระเทือนจิตใจของท่าน” ไป๋ชิงปาดน้ำตา “พวกเราหย่ากันก่อนก็ได้ค่ะ รอให้ภายหน้าสบโอกาสเหมาะแล้วค่อยบอกคุณย่า” พรุ่งนี้พวกเราไปสำนักงานกันเลย ไปหย่ากันเสียเลย”