รักหลังหย่าของท่านประธาน(จบ)

รักหลังหย่าของท่านประธาน(จบ): ตอนที่ 4 เทคนิคสืบทอดของวงศ์ตระกูล ตอนที่ 4

#4ตอนที่ 4 เทคนิคสืบทอดของวงศ์ตระกูล

โม่เซียวพยักหน้าหงึกๆ

ไอ้เหี้ย!แม่งเอ้ย เหี้ยจังว่ะ!ไป๋ชิงสบถคำหยาบในใจ

ปกติเธอเป็นคนอ่อนโยนดั่งเทพธิดา ตอนนี้สวรรค์เล่นตลกให้เธอเปลี่ยนบทบาทใช่ไหม?

“ฉันไม่บริจาคหรอก” ไป๋ชิงขบฟันพูด “ฉันไม่บริจาคไขกระดูกให้กับผู้หญิงที่ทำลายครอบครัวฉัน แย่งสามีฉันหรอก”

อันที่จริงสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สาเหตุของการปฏิเสธ เหนือสิ่งอื่นใดคือตอนนี้เธอตั้งครรภ์ มีลูกแล้ว บริจาคไม่ได้

ทว่าเธอบอกโม่เซียวไม่ได้

ขืนให้โม่เซียวรู้ มีหวังต้องถูกบังคับให้ทำแท้งแน่ เธอไม่เอาแบบนั้นเด็ดขาด!

“ถ้าคุณยอมบริจาค ผมจะทำตามทุกเงื่อนไขของคุณ” โม่เซียวพูดอย่างใจกว้าง

“แล้วรับปากได้ไหมว่าจะไม่หย่า?” ไป๋ชิงก้มหน้าถาม เพราะเธอไม่อยากให้โม่เซียวเห็นแววตาเศร้าโศกของตัวเอง

โม่เซียวนิ่งเงียบ ดูเหมือนเขาจะรักและหวงแหนหยุนชีชีมาก

ต่อให้เขารับปาก เขาก็ทำเพื่อช่วยชีวิตหยุนชีชี ยอมสละความสุขที่จะได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนที่เขารัก เป็นรักที่ประเสริฐและยิ่งใหญ่จริงแท้

“ไป๋ชิง คนเราไม่ควรโลภมากรู้ไหม?” โม่เซียวกล่าวเสียงเรียบ “ถึงผมจะรับปากคุณเพื่อชีชี แต่คุณก็รู้ว่าผมไม่ได้รักคุณ”

ใบหน้าไป๋ชิงซีดเผือดทันควัน

คำว่า ‘ผมไม่รักคุณ’ ประหนึ่งมีดอันคมกริบที่เฉือนกลางใจเธอ คล้ายกับเลือดสดไหลพรั่งพรู เจ็บปวดเหลือแสน

“แต่ถ้าฉันต้องการเฝ้าสุสานของความรักอันนี้ให้ได้ล่ะ?” ไป๋ชิงเงยหน้าขึ้นเนิบๆ พลางเห็นดวงตาสุกใสอันเด่นชัดของเธอ

“งั้นคุณก็จะไม่ได้อะไรเลย” โม่เซียวมองเธอด้วยแววตายโสโอหัง “ตั้งเงื่อนไขด้านผลประโยชน์อื่นๆ”

“โม่เซียว เป็นครั้งแรกที่คุณทำให้ฉันไม่เจริญอาหาร” ไป๋ชิงวางช้อนลง “คุณบอกว่าฉันโลภมาก แล้วคุณต่างอะไรกับฉัน คุณอยากให้ฉันหย่ากับคุณ แล้วคุณจะได้อยู่กับหยุนชีชี ได้ ฉันรับปาก แต่ตอนนี้คุณยังคิดจะให้ฉันช่วยเธออีกเหรอ คุณโหดร้ายกับฉันเกินไปหรือเปล่า?”

เขารู้หรือเปล่าว่าเธอรักเขามากแค่ไหน ทำไมเขาต้องทรมานเธออย่างโหดเหี้ยมเพียงนี้

“โม่เซียว ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบทั้งสองด้านหรอก” ทันใดนั้นไป๋ชิงกลายเป็นคนดีด้วยดีกลับ ร้ายด้วยก็ร้ายตอบขึ้นมา “อย่างเช่นคุณกับฉัน”

เธอรักผู้ชายคนนี้สิบปี สุดท้ายความรักก็กลายเป็นคมมีดที่ทำร้ายตัวเธอเอง

“คุณโลภ ไม่รู้จักพอเลยจริงๆ” โม่เซียวลุกพรวด จากนั้นก็เดินออกไป

ไป๋ชิงเหยียดยิ้มเย้ยหยันตัวเอง จากนั้นก็พึมพำกับตัวเองต่อว่า “ใช่สิ ฉันมันคนโลภ อยากได้ทุกอย่าง อยากได้ทั้งตัวคุณและหัวใจคุณ”

เธอพูดจบก็หยุดกิน เพราะเธอไม่มีอารมณ์กินต่อแล้ว

เมื่อออกจากร้านโจ๊ก ไป๋ชิงก็มุ่งหน้าไปยังบ้านตระกูลโม่

ช่วงก่อนคุณย่าโม่เป็นลมล้มพับ อาการพึ่งจะดีขึ้นสองสามวันนี้เอง

ไป๋ชิงมองคนชราผู้เมตตา เธอเอ่ยปากพูดเรื่องหย่ากับโม่เซียวไม่ได้เลยจริงๆ

“คุณย่าค่ะ” ไป๋ชิงนั่งขอบเตียง

หลังจากที่คุณย่าโม่เห็นไป๋ชิง รอยยิ้มบนใบหน้าก็เข้มข้นขึ้นหลายส่วน “หลานรักชิงมาแล้ว”

คนตระกูลโม่ที่โปรดปรานไป๋ชิงที่สุดก็คือคุณย่าโม่ ซึ่งไม่ใช่เป็นเพราะพ่อแม่ของไป๋ชิงได้ช่วยชีวิตท่านไว้เท่านั้น แต่ท่านโปรดปรานเพราะตัวไป๋ชิงเองด้วย

ตอนที่คุณย่าโม่เป็นลมครั้งก่อน ก็มีไป๋ชิงที่อยู่ในเหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนั้น เธอยังคงสติไว้แล้วหาวิธีช่วยเหลือคุณย่าโม่ได้ทันท่วงที

คุณหมอบอกว่า หากไม่ได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นของไป๋ชิง เกรงว่าคุณย่าโม่คงอำลาจากโลกใบนี้ไปแล้ว ทว่ามีเพียงคุณย่าโม่ ไป๋ชิงและคุณหมอรู้เรื่องนี้ คนอื่นไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง

คุณย่าโม่จับมือเล็กอันอ่อนนุ่มของไป๋ชิง พลางถอนหายใจ “ไม่รู้เลยว่าหนูจะมีความรู้เยอะขนาดนี้”

ไป๋ชิงรู้สึกเก้อเขิน “คุณย่าค่ะ มันเป็นเทคนิคที่บรรพบุรุษสอนต่อๆ กันมาค่ะ ถึงแม้พ่อแม่หนูจะเป็นแพทย์แผนปัจจุบัน แต่คุณตาของหนูเป็นแพทย์แผนจีนค่ะ หนูเรียนรู้จากท่านนิดๆ หน่อยๆ ค่ะ ไม่คิดว่าจะเกิดผล”

“ไม่ต้องเครียด ย่าไม่ได้สงสัยในตัวหนู” คุณย่าโม่กล่าวด้วยความเอ็นดูรักใคร่ “ย่ารู้สึกว่าให้หนูแต่งงานกับโม่เซียว เหมือนถ่วงอนาคตหนูยังไงไม่รู้ ไม่งั้น หนูเก่งอย่างนี้ คงบินได้สูงและไกลมากแน่”

ดวงตาไป๋ชิงแดงก่ำนิดๆ เธอรู้ว่าในบ้านตระกูลโม่หลังนี้ คุณย่าโม่เข้าใจเธอดีที่สุด

“ถ้าหนูไม่รักโม่เซียว หนูคงไม่ต้องเสียสละหลายๆอย่างแบบนี้” คุณย่าโม่ทอดถอนใจ “เสียดาย โม่เซียวเขาไม่เข้าใจและไม่รู้เรื่อง”

“คุณย่าอย่าบอกเขานะคะ หนูไม่อยากให้เขาลำบากใจค่ะ” ไป๋ชิงเว้าวอน

“ได้ ย่าไม่บอกหรอก” คุณย่าโม่เข้าใจอะไรง่ายที่สุด “หลานรักชิง หนูกับโม่เซียวแต่งงานสามปีแล้ว ทำไมยังไม่มีข่าวดีอีกล่ะ?”

ไป๋ชิงหน้าแดงระเรื่อ “คุณย่า หนู...”

“หนูอย่าฟังเขา เขาบอกไม่เอาลูกก็ไม่เอาหรือ?” คุณย่าโม่พูดเสียงจริงจังขึงขัง “มีลูกเร็วๆ จะได้เป็นโซ่ทองคล้องใจเขา ต่อให้หยุนชีชีกลับมา เธอก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้หนูแล้ว”

ไป๋ชิงกระอักกระอ่วน ที่จริงแล้ว ตอนนี้หยุนชีชีกลับมาแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้เธอมีลูกก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหยุนชีชี เพราะโม่เซียวเย็นชากว่าที่พวกเธอคิด และยิ่งไปกว่านั้นคือ เขาเป็นคนไร้หัวใจ

ไป๋ชิงจับชีพจรให้คุณย่าโม่ ใบหน้างามพิสุทธิ์พลันเผยรอยยิ้ม “สุขภาพของคุณย่าดีขึ้นเรื่อยๆ เลยนะคะ”

“แบบนี้ก็ดีเลยสิ ย่ายังอยากมีชีวิตต่ออีกหลายปี จะได้เห็นหน้าเหลนยังไงละ” คุณย่าโม่ยิ้มด้วยความเมตตาและวาดหวังรอคอย

ไป๋ชิงแย้มยิ้ม “ค่ะ”

ไป๋ชิงอยู่คุยกับคุณย่าโม่สักพักก็ขอตัวออกมา เธอเดินออกจากห้องนอนของคุณย่าโม่ก็มาเจอเสิ่นหว่าน แม่ผู้ให้กำเนิดโม่เซียว

“คุณแม่” ไป๋ชิงนอบน้อมต่อเสิ่นหว่านเสมอมา

เสิ่นหว่านต่างจากแม่สามีทั่วไป ท่านไม่ใช่แม่สามีที่ชอบจ้ำจี้จ้ำไช ทว่าก็ไม่ใช่แม่สามีที่มอบความอบอุ่นให้แก่ลูกสะใภ้มากนัก มักจะทำตัวห่างเหินและเฉยๆ ใส่เธอ ทว่าไม่เคยพูดจาบั่นทอนจิตใจหรือดูถูกเหยียดหยามไป๋ชิงมาก่อน

ไป๋ชิงคิดว่าแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ดังนั้นเธอจึงเคารพเสิ่นหว่านเป็นอย่างสูง

“อืม” เสิ่นหว่านเป็นสตรีห้าวหาญและเก่งกาจ อายุอานามก็สี่สิบกว่าแล้ว แต่ยังคงใส่ชุดทำงานกับรองเท้าส้นสูง ทุ่มเทให้กับอาชีพทนายของตัวเองสุดกำลัง

“หนูมาหาคุณย่าค่ะ” ไป๋ชิงน่ารักและเป็นเด็กดีเสมือนกระต่ายน้อยตัวหนึ่ง

อันที่จริงเสิ่นหว่านนั้นชื่นชอบไป๋ชิงมาก เพียงแต่เป็นคนมีนิสัยไม่ชอบแสดงออกเท่านั้น

โม่เซียวจึงได้นิสัยแบบนี้มาจากคุณแม่นั่นเอง

ทว่าสิ่งที่ต่างกันคือ เสิ่นหว่านชอบและเอ็นดูไป๋ชิง

ผิวพรรณหญิงสาวขาวนุ่มดุจดั่งหิมะ

“แม่ได้ปูขนกลับมา กินข้าวเย็นด้วยกันสิ” เสิ่นหว่านเอ่ยเสียงเรียบ ปูขนที่ว่าลูกค้าซื้อมาฝากท่าน ตอนแรกก็ไม่เอารับไว้หรอกที่ ทว่านึกขึ้นได้ว่าลูกสะใภ้ชอบกิน จึงรับไว้ ท่านยังคิดจะโทรตามโม่เซียวให้พาไป๋ชิงกลับมากินข้าวเย็นด้วยกันอยู่เลย

ไม่คิดว่าไป๋ชิงอยู่นี่แล้ว

ไป๋ชิงชอบกินปูขนเป็นชีวิตจิตใจ เธอสามารถกินคนเดียวได้ถึงห้าตัว

โม่เซียวจะแกะปูให้เธอตลอด คิดๆ ดูแล้ว ระหว่างเขากับเธอก็เคยมีโมเม้นหวานแหววกับเขาเหมือนกัน เพียงแต่ในความหวานแหววไม่มีความรักผสมอยู่ด้วย

ทันทีที่นึกถึงกลิ่นของปูขน ไป๋ชิงก็รู้สึกคลื่นไส้กะทันหัน เธอรีบวิ่งรูดเข้าห้องน้ำ จากนั้นก็อ้วกใส่อ่างล้างมือ

เสิ่นหว่านเข้ามายืนมองเธอหน้าประตู

ไป๋ชิงตักน้ำมาบ้วนปาก จากนั้นก็ใช้ผ้าขนหนูเช็ดปากและมือ

เธอกัดริมฝีปาก “คุณแม่ค่ะ ช่วงนี้กระเพาะหนูไม่ค่อยดีค่ะ”

ดวงตาเสิ่นหว่านเคร่งขรึม “ไปหาหมอหรือยัง?”

“หามาแล้วค่ะ หมอบอกว่าให้พักผ่อนเยอะๆ” ไป๋ชิงเม้มปาก

เสิ่นหว่านลังเลชั่วครู่ ก่อนจะกล่าว่า “หนูรู้ไหมว่าหยุนชีชีกลับมาแล้ว?”

รักหลังหย่าของท่านประธาน(จบ): ตอนที่ 4 เทคนิคสืบทอดของวงศ์ตระกูล ตอนที่ 4