องค์ชายจอมเสเพล

องค์ชายจอมเสเพล: ตอนที่ 12 ชนะโดยไม่ต้องออกแรง ตอนที่ 12

#12ตอนที่ 12 ชนะโดยไม่ต้องออกแรง

“เป็นไปไม่ได้!”

บรรดาขุนนางในท้องพระโรงต่างหากันไม่เชื่อ

“องค์ชายสิบสี่จะสามารถเรียงได้ห้าแถวได้อย่างไร? ที่ข้าเคยศึกษามาทั้งชีวิตเรียงได้แค่สี่แถวเท่านั้น!”

บัณฑิตที่เชี่ยวชาญด้านการคำนวณเอ่ยขึ้น พลันลูบเคราตนเองด้วยความประหลาดใจ

บรรดาขุนนางต่างๆ พากันตั้งหน้าตั้งตารอดูว่าห้าแถวที่ว่านั้นเรียงไว้อย่างไร

ฮ่องเต้ฉินใช้นิ้วนับตัวหมากรุกที่ฉินเหยียนเรียงไว้

“หนึ่ง สอง สาม สี่ห้า! ห้าแถวจริงๆ ด้วย!”

ฮ่องเต้ฉินพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ สีหน้าของเขาดูโล่งใจและหัวเราะอย่างเต็มที่

ท่าทีของฮ่องเต้ฉินดึงดูดความสนใจจากบรรดาขุนนางมากขึ้น และเสียงพูดคุยก็ดังเซ็งแซ่

“เป็นไปได้หรือไม่ว่าองค์ชายสิบสี่สามารถเรียงได้ห้าแถวจริงๆ?”

“ข้าอยากเห็นนักว่าเขาเรียงออกมาเป็นแบบใด!”

“ฝ่าบาท ทรงโปรดให้กระหม่อมได้เห็นคำตอบด้วยได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

ฮ่องเต้ฉินขอให้ขันทีถือกระดานหมากรุกออกไปและเวียนให้บรรดาขุนนางได้ชม

ทันใดนั้นขุนนางทุกคนต่างล้อมกระดานหมากรุกนั้นเอาไว้

“คำตอบขององค์ชายสิบสี่เป็นเช่นนี้นี่เอง วาดเส้นที่หนึ่ง...”

ฉินเหยียนรู้สึกภูมิใจอย่างยิ่ง

ถูกต้อง คำตอบของเขาคือการวาดดาวห้าแฉกอย่างไรล่ะ!

คำถามอื่นเขาอาจจะตอบไม่ได้ แต่คำถามนี้ในฐานะที่เติบโตมาภายใต้ธงสีแดง เขาจะตอบคำถามนี้ไม่ได้ได้อย่างไรกัน

การจัดเรียงแถวดาวห้าแฉกมีทั้งหมดสิบจุด และจุดตัดแถวละสี่จุด รวมทั้งหมดเป็นห้าแถว นี่คือคำตอบที่ดีที่สุด!

“ช่างน่าเหลือเชื่อ!”

“เหตุใดข้าถึงคิดไม่ถึง ข้าใช้เวลากว่าครึ่งชีวิตร่ำเรียนและศึกษาด้านการคำนวณ วันนี้ช่างเป็นวันที่เปิดโลกข้าเสียจริง”

“สิ่งที่ข้าร่ำเรียนมานั้นช่างน่าเสียเวลา!”

“อึก”

กระอักเลือดออกมาเต็มปาก

เมื่อเห็นเช่นนี้ ฮ่องเต้ฉินจึงรีบส่งหมอหลวงเข้ามาและพูดด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“ลากตัวออกไป”

เสียงพูดคุยดังเซ็งแซ่ไปทั่วท้องพระโรง และสีหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความประหลาดใจ แต่หลายคนกลับรู้สึกสงสัย

“เป็นไปได้อย่างไร องค์ชายสิบสี่ทำได้อย่างไรกัน?”

“ข้าก็ไม่รู้ แต่ข้ามั่นใจว่ามันต้องมีเรื่องภายในซ่อนอยู่เป็นแน่”

ฉินเหยียนมองไปที่ขุนนางทั้งฝ่ายบู๊และฝ่ายบุ๋นด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ เขาชอบเห็นสีหน้าที่ไม่คาดคิดของคนเหล่านั้น พูดออกมาโดยไม่รู้ตัว

“แปลว่าอะไร เปลี่ยนคำถาม แล้วข้าจะบอกเจ้าว่าการคำนวณที่แท้จริงเป็นอย่างไร”

“ตำหนักจินหลวน เจ้าปล่อยเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเช่นนี้เข้ามาได้อย่างไร!”

มีคนคุกเข่าลงขอความช่วยเหลือ

“องค์ชายสิบสี่ไม่เห็นกฎหมายในสายตา กระหม่อมขอให้เขาถูกตัดสิทธิ์ในการสอบเข้าพ่ะย่ะค่ะ”

บรรดาขุนนางต่างแสดงท่าที และร้องขอให้ออกคำสั่งเช่นกัน

องค์ชายสิบสี่ยกแขนขึ้นและพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า

“ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมอะไรกัน ข้าจะควักลูกตาพวกเจ้าให้ ขยะอย่างพวกเจ้ายังกล้าพูดจาหน้าไม่อายเช่นนี้อีกหรือ?”

“เจ้า! เจ้ากล้าพูดจาหยาบคายในท้องพระโรง ฝ่าบาท ได้โปรดตัดสินด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”

“พอแล้ว! ทุกคนเงียบ!”

ฮ่องเต้ฉินทนบรรดาพวกขุนนางอาวุโสเหล่านี้ไม่ไหวอีกต่อไป ถอนหายใจออกมาอย่างหนัก และเปลี่ยนเรื่อง

“เหยียนเอ๋อร์ ที่เจ้าพูดหมายความว่าอย่างไร?”

ฉินเหยียนประสานมือไว้ที่หน้าอกและกราบทูลว่า

“กราบทูลเสด็จพ่อ คำถามที่ว่ามีทั้งหมดสิบคน แถวละสี่คน คำถามนี้ง่ายเกินไป ตอนที่ลูกอายุห้าขวบ ลูกก็รู้คำตอบแล้ว”

เมื่อเขาพูดจบ ขุนนางกลุ่มหนึ่งพลันขมวดคิ้วด้วยความโกรธ

แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยเห็นใครอวดดีขนาดนี้มาก่อน

“เฮอะ ห้าขวบก็รู้คำตอบแล้วงั้นหรือ หากไม่มีคำแนะนำจากอาจารย์ เจ้าคงคิดคำตอบได้ตอนอายุห้าสิบกระมัง มิฉะนั้นข้ายอมลงโทษตนเองไม่รับเงินเดือนหนึ่งปี!”

ฉินเหยียนกลอกตาไปที่ขุนนางมากประสบการณ์เหล่านี้ และพูดต่อในสิ่งที่เขาต้องการพูด

“หากเปลี่ยนเป็นยี่สิบคน สี่คนต่อหนึ่งแถว คำถามแบบนี้ค่อยยากขึ้นมาหน่อย ข้าขอถามพี่น้องและบรรดาขุนนางทั้งหลายว่า พวกท่านกล้าลองแก้คำถามนี้หรือไม่?”

ฟึ่บ!

ทุกคนต่างพากันอ้าปากค้าง

โดยเฉพาะบัณฑิตจากสำนักศึกษาหลวง พวกเขารู้ดีว่าการเพิ่มตัวเลขเข้าไปถึงยี่สิบคนนั้นยากเพียงใด หลังจากเป็นอาจารย์ด้านการคำนวณมาหลายชั่วอายุคน ศึกษาจนหามรุ่งหามค่ำ ทุกวันนี้ยังไม่เจอคำตอบที่ถูกต้องและสอดคล้องกันเลย

จ้าวจือหย่ามองไปที่ฉินเหยียนด้วยความตกใจ นางตกใจที่องค์ชายสามารถแก้โจทย์ปัญหาการคำนวณได้ แต่หากยากขึ้น แล้วเขายังแก้โจทย์ได้ ก็เท่ากับว่าเขาเป็นอัจฉริยะไปแล้ว

ไม่สิ ควรพูดว่าอาจารย์ที่อยู่เบื้องหลังเขานั้นเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ที่มากความสามารถ

ในขณะที่ทุกคนพูดถึงเรื่องนี้ อาจารย์หลี่แอบย่องไปรอบๆ เดินไปหาองค์ชายแปดอย่างเงียบๆ และกระซิบอย่างระมัดระวังว่า

“องค์ชาย องค์ชายสิบสี่พูดออกมาได้อย่างมั่นใจเช่นนี้ เป็นไปได้ว่าเขารู้คำตอบที่ถูกต้องแล้ว สิบคนวาดดาวห้าแฉก เช่นนั้นยี่สิบคนก็วาดดาวห้าแฉกสองดวงไปสิขอรับ!”

องค์ชายแปดฉินอู่ก็ตระหนักขึ้นได้ในทันที

“ใช่แล้ว!”

องค์ชายแปดเป็นคนแรกที่ยกมือประสานไว้ที่หน้าอกและพูดว่า

“เสด็จพ่อ ขอยอมรับคำท้าจากน้องสิบสี่ และข้าสามารถให้คำตอบที่ถูกต้องในตอนนี้ได้ทันที”

ทันทีที่เขาพูดจบ เขาก็วิ่งที่ไปกระดานหมากรุกและใช้ตัวหมากรุกสร้างรูปดาวห้าแฉกสองดวงขึ้น นี่คือคำตอบของเขา

องค์ชายคนอื่นต่างได้สติ คิดที่จะวางหมากเป็นรูปดาวห้าแฉกสองดวงเช่นกัน แต่ก็สายไปแล้ว

บัณฑิตคนหนึ่งขมวดคิ้วและคิดวิเคราะห์ คว้าตัวองค์ชายสี่แล้วกระซิบว่า

“กระหม่อมสามารถเรียงได้สิบสองแถว”

ต้องบอกว่า ณ ที่แห่งนี้มีคนฉลาดและรอบรู้อยู่เต็มไปหมด

หลายคนคิดหาคำตอบมากกว่าดาวห้าแฉก แต่องค์ชายแปดกลับไม่รู้

เขาแก้โจทย์ปัญหาอย่างมีชัย และรายงานคำตอบเหมือนทาสที่ขอรางวัล

“เสด็จพ่อ ลูกได้คำตอบที่ถูกต้องแล้ว ยี่สิบคน แถวละสี่คน เรียงได้ทั้งหมดสิบแถว”

หลังจากพูดจบ เขาพลันยืดอกแล้วเงยหน้าขึ้นอย่างภูมิใจ ราวกับไก่ตัวผู้ที่รับชัยชนะก็ไม่ปาน

ฮองเฮาฉินซวงหลานยิ้มอย่างภาคภูมิใจเช่นกันเมื่อเห็นว่าลูกชายตนเองฉลาดถึงเพียงนี้

“ฝ่าบาท อู่เอ๋อร์ไม่เพียงแต่ฉลาดเท่านั้น แต่ยังมีไหวพริบอีกด้วย เขาเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดในการสืบทอดราชบัลลังก์”

องค์ชายแปดฉินอู่ มองไปที่ฉินเหยียนอย่างเย่อหยิ่งและพูดจายั่วยุว่า

“เป็นอย่างไรเล่า ข้านำเจ้าไปก้าวหนึ่ง สามารถแก้โจทย์ปัญหาได้ ตอนนี้เจ้ายอมรับหรือยัง!”

“เฮอะ!”

ไม่ต้องพูดถึงฉินเหยียน แค่บรรดาขุนนางก็เพียงพอที่จะตบหน้าองค์ชายแปดได้

องค์ชายสี่ที่อยู่ภายใต้การสนับสนุนของขุนนาง เดินขึ้นไปด้านหน้าและตอบว่า

“เสด็จพ่อ คำตอบของลูกคือสิบสองแถว”

“อะไรนะ? เป็นไปได้อย่างไร? พี่สี่ ท่านพี่เรียงได้มากกว่าข้าสองแถว ท่านพี่ทำอย่างไร?”

สีหน้าขององค์ชายแปดแดงก่ำ

แต่วินาทีต่อมา

องค์ชายใหญ่ถูกขุนนางผลักออกมาและพูดว่า

“เสด็จพ่อ คำตอบของลูกคือสิบสี่แถว”

“นี่ พี่ใหญ่ พี่โกหกแล้ว ข้าไม่เชื่อ!”

องค์ชายแปดฉินอู่รู้สึกราวกับโดนฟ้าผ่า ตอบโต้ด้วยการไม่ยอมรับ

“เอาออกมาให้ดูสิว่าเรียงอย่างไร พูดลอยๆ จะมีประโยชน์อันใด”

องค์ชายใหญ่และองค์ชายสี่มาที่กระดานหมากรุกพร้อมกัน และเริ่มจัดเรียงหมาก เพื่อให้ได้คำตอบที่ถูกต้อง

บรรดาขุนนางต่างพากันชมเชยและแสดงความยินดีกับองค์ชายใหญ่ บางคนเยาะเย้ยองค์ชายสิบสี่ว่าเขาหาเรื่องใส่ตัว

ฉินเหยียนไม่สนใจเรื่องนี้มากนัก ถือเสียว่าคนสมับโบราณมีความรู้น้อยเถิด พวกเขาสามารถนับเลขได้ไม่เกินยี่สิบเท่านั้น จึงมีความกล้าที่จะอวด

ชนะโดยไม่ต้องออกแรง!

แต่ก็ยังมีคนไม่เคยเห็นโลก ไม่มีเรื่องกลับหาเรื่อง ยังกล้าพูดจาหาเรื่องฉินเหยียนอยู่

“องค์ชายสิบสี่ข้าสงสัยว่าคำตอบของเจ้าจะเกินสิบสี่แถวหรือไม่?

ฉินเหยียนโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ เดินไปที่กระดานหมากรุกอย่างสบายๆ

“สิบแถว สิบสองแถว สิบสี่แถว อะไรกันเล่า ในสายตาข้าล้วนเป็นเด็กน้อยทั้งนั้น!”

“พวกเจ้าดูให้ดี ข้าจะเรียงให้พวกเจ้าดูว่าได้ยี่สิบสามแถว!”