รักครั้งสองต้องดีกว่าเดิม: ตอนที่ 3 เทพบุตรฮั่วเทียนฉิง ตอนที่ 3
ซ่งเหมี่ยวตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เธอมองห้องที่ว่างเปล่าอย่างมึนงงอยู่ชั่วขณะหนึ่ง
เมื่อวานนี้เป็นวันเกิดอายุครบยี่สิบสี่ปีของเธอ ฉู่เซ่าเหยียนคงจะลืมไปหมดแล้ว หรือบางที เขาอาจจะไม่เคยจำมันได้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ เขาถือกุหลาบช่อใหญ่และใช้เวลาช่วงค่ำคืนไปกับผู้หญิงคนอื่น แล้วทิ้งเธอไว้ให้อยู่กับความเดียวดาย
เมื่อเธอแต่งตัวเสร็จก็ลงไปข้างล่าง หยางจิ้งรีบเข้ามาทักทาย
“เหมียวเหมี่ยว อาหารเช้าพร้อมแล้ว มากินข้าวกันเถอะจ้ะ”
ดูเหมือนหยางจิ้งจะเป็นความหวังเดียวของเธอในบ้านหลังนี้ ซ่งเหมี่ยวจึงไม่ต้องการจะแสดงอารมณ์ที่เศร้าหมองให้หยางจิ้งเห็น เธอพยักหน้าและเดินเข้าไปนั่งในห้องอาหาร
“เหมียวเหมี่ยว แม่รู้ว่าเมื่อคืนเซ่าเหยียนทำให้เธอต้องเสียใจอีกแล้ว อย่าเศร้าไปเลยนะ แม่อยู่เคียงข้างเธอเสมอ เซ่าเหยียนจะต้องเข้าใจได้ว่าใครคือผู้หญิงที่เขาควรใช้ชีวิตอยู่ด้วยอย่างแน่นอน”
หยางจิ้งปลอบโยนเธอ
ซ่งเหมี่ยวไม่ได้ตอบอะไร เบ้าตาของเธอร้อนผ่าว
หยางจิ้งถอนหายใจแล้วยัดตะเกียบใส่มือเธอ “กินซะ เซ่าเหยียนบอกว่าเขามีงานแต่เช้าต้องออกไปก่อน เดี๋ยวแม่จะให้คนขับรถไปส่งเธอนะ”
ทันทีที่เธอพูดจบ ป้าสวีก็เดินเข้ามาพร้อมกับหนังสือพิมพ์
“คุณนาย หนังสือพิมพ์ของคุณค่ะ”
สีหน้าของหยางจิ้งเปลี่ยนไปในทันทีที่ป้าสวีวางหนังสือพิมพ์ลงบนโต๊ะอาหาร
แต่ก็สายเกินไปแล้วที่จะเก็บกลับคืน
สายตาของซ่งเหมี่ยวจับจ้องไปที่หน้าแรกของหนังสือพิมพ์
บนหน้าข่าวเป็นภาพของชายหนุ่มที่เมื่อคืนยังคงอยู่ที่บ้าน กำลังจูบกับดาราสาวอย่างแนบสนิท สถานที่ที่ถูกแอบถ่ายก็คือโรงแรมแห่งหนึ่ง นั่นแปลว่า...
เมื่อคืนนี้ ฉู่เซ่าเหยียนไม่ได้กลับบ้าน
“เหมียวเหมี่ยว...”
“แม่คะ ฉันอิ่มแล้ว ฉันไปบริษัทก่อนนะคะ”
ซ่งเหมี่ยวยืนขึ้นอย่างไร้อารมณ์พลางหยิบกระเป๋า แล้วเดินไปที่โถงทางเข้า
ปฏิกิริยาตอบสนองของหยางจิ้งช้ามาก เธอทำได้เพียงยืนอยู่ที่ประตู มองซ่งเหมี่ยวขับรถออกไป
ป้าสวีเดินเข้ามาด้วยความกังวลใจ “คุณนาย เป็นความผิดของดิฉันเองค่ะ”
“ฉันไม่ตำหนิเธอหรอก” หยางจิ้งถอนหายใจ เมื่อเธอหันศีรษะกลับมา สีหน้าก็เคร่งขรึมจริงจังขึ้นมาก “เดี๋ยวโทรหาเซ่าเหยียน แล้วบอกให้เขากลับมาหาฉันคืนนี้ เว้นเสียแต่เขาจะไม่ต้องการแม่คนนี้แล้ว!”
ป้าสวีพยักหน้าอย่างรวดเร็ว “ค่ะ”
......
ด้วยเหตุผลนานัปการทำให้งานแต่งงานของซ่งเหมี่ยวและฉู่เซ่าเหยียนนั้นเรียบง่ายมาก น้อยคนนักที่จะรู้ว่าลูกสาวตระกูลซ่งแต่งงานกับทายาทตระกูลฉู่
แม้แต่คนในบริษัทฉู่ซื่อ ก็รู้แค่ว่าเธอเป็นหัวหน้าทีม A ในแผนกออกแบบเท่านั้น ไม่มีใครรู้สถานะที่แท้จริงของเธอ
“ซ่งเหมี่ยว ขอโทษด้วยนะ เที่ยงนี้ฉันมีนัดคุยงานกับประธานฉู่ ช่วงนี้คงไปกินข้าวกับพวกเธอไม่ได้แล้วล่ะ”
แม้ปากกำลังเอ่ยคำขอโทษ แต่ใบหน้าของฟังซินนั้นกลับเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและอวดดี เธอมุดอยู่ในห้องน้ำเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงก่อนเลิกงาน แล้วเมื่อเธอออกมา ริมฝีปากแดงๆ ของเธอแทบจะทิ่มตาของซ่งเหมี่ยว
หลังจากพูดจบ เธอก็หยิบกระเป๋าและสะบัดก้นเดินตรงไปที่ลิฟต์สำหรับผู้บริหารชั้นสูงของฉู่ซื่อ
“อวดอะไรนักหนา ทำเหมือนกับกลัวว่าคนอื่นจะไม่รู้ว่าตำแหน่งหัวหน้าทีม B นี่ได้มายังไง!” ผู้หญิงคนหนึ่งข้างๆ พ่นออกมาเบาๆ
ซ่งเหมี่ยวหน้าซีด เธอไม่พูดไม่จาหยิบกระเป๋าและตรงไปที่ลิฟต์
หลังจากกลับมาจากมื้อเที่ยงแล้วก็ยังไม่ถึงเวลาเข้างาน ทุกคนยังคงจับกลุ่มตั้งวงสนทนาเล็กๆ กระจายๆ กันไป
“พี่ซ่ง มาดูนี่สิ ทายาทตระกูลฮั่วเดินทางกลับประเทศอย่างสง่างาม และจะเข้ารับช่วงฮั่วซื่ออย่างเป็นทางการ”
ฉินเสียวเสี่ยวที่เพิ่งมาฝึกงานที่แผนกออกแบบวางนิตยสารซุบซิบเล่มหนึ่งลงตรงหน้าซ่งเหมี่ยว หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่งานเลี้ยงเมื่อวานนี้ มีเพียงเด็กสาวคนนี้ที่ยังดีกับเธอเหมือนเคย
“จุ๊ๆๆ ฮั่วเทียนฉิงนี่เป็นตำนานแห่งโลกธุรกิจเชียวนะคะ อายุสิบแปดก็ได้ไปต่างประเทศ อายุยี่สิบสองก็ได้ปริญญาเอกถึงสองใบในด้านบริหารและเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พออายุยี่สิบหกก็ก่อตั้งชิงอวี่กรุ๊ปกิจการของตัวเองที่อเมริกา เวลานี้ไม่มีใครมาทาบรัศมีเขาได้แล้วค่ะ แล้วตอนนี้เขายังจะกลับมารับการสืบทอดกิจการของตระกูลฮั่วอีก...โอ้มายก็อด แล้วที่สำคัญที่สุดก็คือ เขาทั้งหล่อและแสนดี ไม่เคยมีเรื่องอื้อฉาวเลยนะคะ ตอนนี้อายุก็เกือบสามสิบห้าแล้ว แต่ยังโสดอยู่!”
ฉินเสียวเสี่ยวประสานมือเข้าหากันพลางคร่ำครวญถึงเทพบุตรสุดหล่อไม่หยุด
ดวงตาที่เป็นประกายของเธอทำให้ซ่งเหมี่ยวอารมณ์ดีขึ้นมาก
“เธอจะไปจีบเขาหรือไง”
คำถามนี้ทำให้ฉินเสียวเสี่ยวสะดุดกึก แล้วยกมือขึ้นลูบหูตัวเอง “จะเป็นไปได้ยังไงคะพี่ เทพบุตรชื่นชมได้จากระยะไกลเท่านั้น คบกันไม่ได้หรอก”
“งั้นมันไม่ตื่นเต้นไปเปล่าๆ หรือ”
ซ่งเหมี่ยวชำเลืองมองที่ปกนิตยสาร