เจ้าตัวเล็กกับลุงทั้งแปด: ตอนที่ 12 ต่อไปซู่เป่าจะสกุลซู ตอนที่ 12
ขณะนี้ คุณท่านซูกับเหล่าพี่น้องตระกูลซูต่างรายล้อมอยู่ข้างกายซู่เป่า
เห็นเจ้าเด็กน้อยหลับพลางเรียกแม่ ทุกคนต่างตาแดงระเรื่ออย่างอดไม่ได้
สิ่งที่พวกเขามองไม่เห็นคือ ข้างกายของซู่เป่ายังมีอีก ‘คน’ นั่นก็คือจี้ฉาง
จี้ฉางลูบหน้าผากของซู่เป่า แล้วแตะที่ด้ายแดงบนข้อมือของเธอ
ไม่นาน ใบหน้าของซู่เป่าก็เผยรอยยิ้มจางๆ ออกมา
“เอาล่ะ ครานี้อาจารย์ไม่ติดค้างต่อแม่ของเจ้าแล้วนะ...”
เครื่องบินลงจอดยังสนามบินนานาชาติจิงตู
เห็นซู่เป่ายังหลับอยู่ คุณท่านซูส่งสายตา ซุอี้เซินอุ้มซู่เป่าลุกขึ้นพลางเขย่งเท้าเดินออกไปข้างนอก
เนื่องจากกลัวว่าจะเสียงดังทำซู่เป่าตื่น เขาก็ยังคงรักษาท่าทางเมื่อครู่เอาไว้ และก้มตัว
ในจังหวะนี้เอง นกแก้วที่สวมกำไลข้อเท้าอยู่ก็โยกตัวไปมา ร้องเสียงดังว่า
“ขโมยเด็ก! ขโมยเด็ก!”
ซู่เป่าลืมตาขึ้นมาโดยพลัน
เหล่าคนตระกูลซู “...”
พวกเขามองกกแก้วที่มีขนสีสันสดใส เขียวจนเรืองแสงอย่างพูดไม่ออก
ในที่สุดก็เข้าใจว่าทำไมมันถึงพูดว่า ‘ตุ๋นนก’ ได้
ดวงตาทั้งสองของเจ้าเด็กน้อยป่นความงุนงง ผมยังยุ่งเหยิงอยู่นิดหน่อย ในอ้อมแขนกอดกระต่ายน้อยไว้ตัวหนึ่ง ดูแล้วน่ารักเล็กน้อย
ซูอี้เซินกับซูจิ่นอวี้สนิทกันที่สุด เห็นซู่เป่าอยู่ในสภาพนี้ ก็นึกถึงซูจิ่นอวี้ตอนเด็กๆ ขึ้นมาในทันใด
เขาใจอ่อนปวกเปียก กอดซู่เป่าพลางลูบศีรษะของเธอ “ยัยหนู เราถึงจิงตูแล้ว ตอนนี้กำลังจะกลับบ้าน”
เสี่ยวซู่เป่าที่ยังไม่ได้สติกลับมาพยักหน้าอย่างมึนงง
รถของตระกูลซูรออยู่ที่สนามบินตั้งนานแล้ว โรลส์รอยซ์รุ่นยาวพิเศษสี่คันจอดเรียงรายเต็มข้างถนน ดึงดูดให้คนสัญจรบนถนนต่างหันมามอง
“พระเจ้า เร็วเข้าๆ รีบมาถ่ายรูปเร็ว!”
“รถพวกนี้มารับใครกัน เอิกเกริกสุดๆ! ”
ฝูงชนกำลังวิจารณ์กันสนั่น จากนั้นก็เห็นชายหนุ่มร่างกายสูงสง่า บุคลิกองอาจห้าวหาญเดินออกมา คนแรกเป็นชายชราคนหนึ่ง
ในอ้อมแขนของชายหนุ่มหนึ่งในนั้นอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่ง เด็กหญิงตัวน้อยสวมชุดเจ้าหญิงสีขาว ในอ้อมแขนอุ้มกระต่ายน้อยหนึ่งตัว
ชายหนุ่มอีกคนที่อยู่ข้างเธอ บนไหล่มีนกแก้วสีเขียวตัวหนึ่งเกาะอยู่
ในขณะนี้เองนกแก้วก็กำลังร้องเพลงอย่างตื่นเต้น “ชองฮาฮา สารเลวเลวจริงๆ แฮร์รี่พอตเตอร์ขี่ไม้กวาดลอยไป! ซอรี่ๆ!”
ทุกคน “...”
นี่...ท่าทางมันดูไม่ค่อยเข้ากันนิดหน่อยนะ!
เห็นเพียงแต่ใบหน้าของแปดหนุ่มเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม รีบพาเด็กน้อยแสนน่ารักขึ้นรถไปด้วยความเร็ว รถหรูยาวค่อยๆ ขับออกไปจากสนามบิน
“ว้าว นี่เจ้าหญิงผู้สูงส่งของตระกูลไหนเนี่ย!”
“อิจฉาจัง เป็นคนเหมือนกัน ทำไมเขาถึงได้เกิดมามีบุญแบบนั้นนะ”
ผู้หญิงคนหนึ่งน่าจะเป็นคนดังในอินเทอร์เน็ต ยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายไปด้วยพลางพูดขึ้นอย่างตื่นเต้นว่า “ทุกคนคะ! จะว่าไปวันนี้เราได้เจออะไรดีๆ ด้วยละ! โรลส์รอยซ์รุ่นยาวพิเศษสี่คัน! พวกคุณรู้ไหมคะว่าคันหนึ่งกี่บาท อย่างน้อยก็เกือบจะแปดล้าน! นี่มันครอบครัวอะไรกัน...”
ในรถหรู
ซู่พาดตัวอยู่บนหน้าต่าง มองไปที่ตึกสูงข้างนอกอย่างสงสัย
ที่เมืองหนาน พ่อเคยพาเธอออกไปแค่ครั้งเดียว
ตอนนั้นเธอเองก็เห็นตึกสูงมากมาย แต่ไม่ได้สูงตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
ซู่เป่าหันหลังไป ขยับเข้าไปใกล้ๆ ซูอี้เซินแล้วถามว่า “ลุงเล็กคะ นี่คือปราสาทเจ้าหญิงของแม่เหรอคะ”
ซูอี้เซินคัดปลายจมูกเล็กน้อย พยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม นี่คือปราสาทเจ้าหญิงของแม่ซู่เป่า”
เมื่อก่อนพวกเขาเองก็เคยคิดจะซื้อเกาะสักแห่ง เพื่อสร้างปราสาทให้น้องสาวสุดที่รักของพวกเขาโดยเฉพาะ
แต่ไม่มีโอกาสแล้ว
แต่ทว่า...
ซูอี้เซินมองซู่เป่า รู้สึกว่าความเจ็บปวดในใจคลี่คลายลงบ้างแล้ว
ไม่นานรถก็มาถึงคฤหาสน์ตระกูลซู
นี่เป็นคฤหาสน์ที่มีวิวทะเลสาบตั้งอยู่ใจกลางเมืองแห่งหนึ่ง ที่นี่ล้อมรอบไปด้วยทิวทัศน์อันสวยงาม เงียบสงบเป็นอย่างมาก
ซู่เป่าจะประสีประสาแค่ไหน ถึงยังไงเธอก็เป็นแค่เด็กอายุสามขวบครึ่งเท่านั้น เธอมองคฤหาสน์ตรงหน้า บนใบหน้าเล็กๆ เผยให้เห็นความตกตะลึง
นี่เป็นที่ที่แม่โตมาเมื่อตอนเป็นเด็กเหรอ
สนามหญ้าผืนใหญ่นั้นปลูกดอกไม้ไว้มากมาย หากเธอวิ่งไปเร็วๆ บนสนามหญ้า จะได้เจอแม่ไหมนะ
คนรับใช้สองแถวยืนเรียงรายอยู่ทั้งสองข้างของคฤหาสน์ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ยินดีต้อนรับคุณหนูกลับบ้าน!”
คุณท่านซูกับซูอีเฉินเดินอยู่ข้างหน้า คุยกระซิบกัน
“ต่อไปซู่เป่าก็คือหลานสาวและคุณหนูผู้สูงส่งแห่งตระกูลซู ใช้แซ่ซู”
ซูอีเฉินพยักหน้า “อืม”
คุณท่านซูหนักใจ “ซูอะไรดีนะ...”
ต้องรีบตั้งชื่อให้เจ้าเด็กน้อยแล้ว
เทียบกับการวางท่าทีของซู่เป่าแล้ว คนตระกูลหลินอนาถสุดๆ อย่างชัดเจน!
ตระกูลหลินล้มละลายอย่างสมบูรณ์แบบ บริษัทเข้าตลาดหุ้นที่ล้มละลายบริษัทอื่น จะดีร้ายก็มักจะมีเงินน้อยนิดให้ซื้อห้องอะไรต่างๆ
แต่เงินของคนตระกูลหลินทั้งหมดถูกธนาคารอายัดเอาไว้ ทั้งหมดถูกแช่แข็ง ต้องนอนใต้สะพานลอยเลยทีเดียว
นอนใต้สะพานลอยก็ช่าง แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงถูกคนซ้อมตลอด ไม่ได้ไล่พวกเขาออกไปแต่กลับซ้อมพวกเขายกหนึ่ง
สุดท้ายอย่างกับขอทานอย่างนั้น เดินอยู่สามวันสามคืนเต็มๆ ถึงจะกลับถึงบ้านเดิมที่ชนบท...
หลินเฟิงต้องเจ็บหนักเพราะวิ่งเต้นขนาดนี้ เขาพิการไปครึ่งหนึ่งแล้ว รู้สึกว่าตัวเองเหลือเพียงแค่ลมหายใจเท่านั้น
หลังกลับมาห้องซอมซ่อที่บ้านเดิมในชนบท ก่อนหน้านี้ดูถูกชนบทเลยขี้เกียจซ่อมแซม ตอนนี้กรรมกำลังตามสนองตัวเองแล้ว
หลินเฟิงนอนทอดกายอย่างน่าเวทนา ยิ่งคิดก็ยิ่งนึกเสียใจ ยิ่งนึกเสียใจก็ยิ่งแค้น แต่วันนี้ทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง!
ตอนนี้ประธานหลินกลายเป็นคนพิการ ความแตกต่างนี้ใหญ่เกินไป ทรมานจนเขาแทบจะบ้าแล้ว
“พี่เฟิง ลุกขึ้นมากินซุปหน่อยเถอะ...” มู่ชิ่นซินยกซุปไข่มาถ้วยหนึ่ง แววตาเป็นประกายเล็กน้อย
ซุปถ้วยนี้ เธอใส่ยาเบื่อหนูไปช้อนหนึ่ง...
หลินเฟิงมองน้ำซุปใสทีหนึ่ง บนนั้นมีเพียงดอกลีลาวดีที่น่าสงสารลอยอยู่นิดหน่อย เขาโมโหจึงขว้างถ้วยออกไป
“นี่มันบ้าอะไรเนี่ย...! คุณจะให้ผมกินไอ้เนี่ยน่ะเหรอ...”
พูดไม่จบก็สะเทือนถึงบาดแผล เจ็บจนหน้าตาบิดเบี้ยว
มู่ชิ่นซินก้มหน้า เช็ดน้ำตาอย่างน่าเวทนา
นายหญิงหลินเรียกเสียงดังอยู่ในห้องรับแขก “มู่ชิ่นซิน เธอยังไม่รีบไปทำกับข้าวให้ไวอีก! อยากให้พวกเราหิวจนตายหรือไง!”
สายตาของมู่ชิ่นซินเคร่งขรึม เขาไม่ใช่คนใช้ของพวกเขาเสียหน่อย แต่พวกเขากลับเอาแต่เห็นเธอเป็นแม่บ้านที่ไม่ต้องจ้าง อย่างนั้น!
แต่เธอก็ไม่รู้จะทำยังไงดี!
ก่อนหน้านี้ตอนที่เร่ร่อนอยาใต้สะพานลอย หลายต่อหลายครั้งเธอคิดจะไปให้ท่าคนมีเงิน แต่ไม่รู้ทำไมทุกครั้งจะต้องถูกแม่สามีของอีกฝ่ายจับเอาไว้ ดึงผมแล้วทุบตี
เป็นคู่นอนและเพื่อนเล่น สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรเลย เรื่องนี้จึงทำให้มู่ชิ่นซิน ‘ที่มีความสามารถ’ ทางด้านนี้เจ็บปวดสุดขีด
ถ้าไม่ใช่เพราะไม่มีที่ให้ไป เธอจะถึงขั้นตามคนตระกูลหลินมาที่โกโรโกโสแบบนี้เหรอ...
ในขณะนี้เอง นายหญิงหลินที่เล่นติ๊กต็อกอยู่เลื่อนไปเจอคลิปยอดนิยม
(ทุกคนคะ! จะว่าไปวันนี้เราได้เจอเจออะไรดีๆ ด้วยละ! โรลส์รอยซ์รุ่นยาวพิเศษสี่คัน! พวกคุณรู้ไหมคะว่าคันหนึ่งกี่บาท อย่างน้อยก็เกือบจะแปดล้าน!...”)
(นี่ก็ไม่รู้ว่ามารับองค์หญิงน้อยตระกูลไหน อิจฉาจนอยากจะร้องไห้)
ในวิดีโอ เป็นภาพของซู่เป่ากำลังถูกอุ้มขึ้นรถ!
นายหญิงหลินแทบจะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หายใจไม่สะดวกเอาเสียเลย
“ไม่เข้าท่าเกินไปแล้ว! ตัวเธอได้เสพสุข แต่กลับลืมปู่ย่าของตัวเอง! ไอ้คนอกตัญญูเลี้ยงไม่เชื่อง ไอ้หลานไม่ได้อบรมสั่งสอน...”
นายหญิงหลินอดไม่ได้ที่จะด่า
มู่ชิ่นซินหลบอยู่ในห้องครัว แอบเปิดโทรศัพท์
ชายหนุ่มรูปงามบุคลิกองอาจห้าวหาญแปดคน ต่างใส่หน้ากากอนามัยก้มหน้าอยู่ รอบๆ ยังมีบอดี้การ์ดคอยเปิดทางให้
คนที่สะดุดตาที่สุดคือซู่เป่าที่ถูกอุ้มอยู่ อธิบายได้ว่าเป็นดาวล้อมเดือนเลยก็ได้
มู่ชิ่นซินมองรถหรูสี่คันนั้น ในใจก็ยิ่งรู้สึกอิจฉาและไม่ยุติธรรม
คิดไม่ถึงเลยว่าที่เธอต่อสู้มาสองปี เสียแรงออกความคิดจนในที่สุดก็ได้ขึ้นนั่งตำแหน่งคุณนายหลิน วันนี้กลับตกอับจนมีจุดจบแบบนี้
และผู้หญิงที่เธอคิดว่าเป็นขอทานคนนั้น ที่แท้จะเป็นคุณหนูผู้สูงส่งแห่งตระกูลซู!
ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ เธอก็น่าจะแสร้งทำเป็นเพื่อนสนิทของซูจิ่นอวี้...
ยิ่งคิดมู่ชิ่นซินก็ยิ่งนึกเสียใจ ยิ่งคิดในใจก็ยิ่งรู้สึกไม่ยุติธรรม ไม่อยากเห็นซู่เป่าได้ดี!
เธอหยิบโทรศัพท์ออกมา ใช้นิ้วจิ้มจนหน้าจอแทบจะแตก
(คุณหนูน้อยผู้สูงส่งตระกูลซูมีจิตใจอำมหิต เพราะอิจฉาเลยผลักแม่เลี้ยงตกบันไดจนแท้ง!)
(แม่เลี้ยงตกเลือดอย่างหนักสองครั้งถึงกลับมามีชีวิตได้ ตัวการกลับนั่งรถหรูระดับไฮคลาสกลับจิงตู)
มู่ชิ่นซินเองก็ไม่กล้าเผยข้อมูลกับสื่อใหญ่ กล้าแค่เพียงส่งเข้าไปในกลุ่มซุบซิบนินทารออ่านข่าวชาวบ้านแต่ละกลุ่มเท่านั้น เตรียมจะส่งต่อจากสิบคนไปเป็นร้อยคน...
เพิ่งส่งข่าวซุบซิบเสร็จ ทันใดนั้นก็ได้ยินคนข้างนอกพูดว่า ‘ตำรวจมาแล้ว’ เธอตกใจจนมือสั่นระรัวไปหมด โทรศัพท์ตกลงบนพื้น!
นายหญิงหลินวิ่งอุตลุตเข้าไปในครัว พูดอย่างร้อนใจว่า “เร็วเข้า ตำรวจมาแล้ว รีบพาอาเฟิงออกไปเร็วเข้า!”
มู่ชิ่นซินถูกผลักไสไปยังห้องของหลินเฟิง หลินเฟิงลุกลี้ลุกลนจะตายอยู่แล้ว เห็นมู่ชิ่นซินชักช้านิดหน่อยจึงตบไปที่หน้าของเธอทีหนึ่ง แล้วตะโกนขึ้นว่า “รีบพยุงผมไปสิ!”
มู่ชิ่นซินอดกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้ พยุงหลินเฟิงหนีไปจากทางหลังครัว เท้าเหยียบขี้โคลนเอยขี้วัวเอยอะไรเอยไม่มีเวลาสนใจ อนาถที่สุด!
ทั้งสองคนทอดตัวนอนอยู่ในทุ่งนา ได้ยินว่าบ้านตระกูลหลินถูกล้อมจึงหนีขึ้นไปบนภูเขา ฟ้ามืดแล้วก็ยังไม่กล้ากลับไป
บนเขาหนาวสุดๆ ทั้งสองคนตัวสั่นระริก...
หลินฟิงทองมู่ชิ่นซินที่อยู่ข้างกาย แล้วพูดอย่างซาบซึ้งว่า “ยังคงเป็นคุณที่ดีเสมอ ไม่ทิ้งขว้างผม...”
มู่ชิ่นซินยิ้มอย่างอ่อนโยน
เอ่อ...ไม่ใช่เพราะเธอรักมั่นตรึงใจอะไรหรอก เธอเพียงแค่คิดเผื่ออนาคตของตัวเองเท่านั้น
เธอเคยแต่งงานแล้ว อนาคตหากคิดแต่งงานเข้าบ้านคนรวย ก็ต้องมีสิ่งที่เทียบกับคนอื่นได้
อย่างเช่น ‘รักมั่นตรึงใจ ต่อให้อดีตสามีล้มละลายก็ไม่ทิ้งขว้าง’ คุณสมบัติที่ดีแบบนี้ก็คุ้มค่าให้เธอพยายามสร้างภาพลักษณ์...
นี่ต่างหากคือสาเหตุที่แท้จริงที่เธอไม่ยอมไปจากหลินเฟิง!
หญิงสาวรักมั่นตรึงใจแต่กลับถูกสามีปฏิบัติอย่างโหดเหี้ยม นี่ต่างหากถึงจะเป็นสิ่งดึงดูดความน่าสงสารและความเห็นอกเห็นใจจากชายอื่น...