ตื้อหัวใจยัยจอมหยิ่ง: ตอนที่ 8 งูพิษหนึ่งตัว ตอนที่ 8
เนื่องจากซือถูชิงซานคว้าตำแหน่งชนะเลิศของการแข่งขันกาแฟ อารมณ์ของเธอจึงฟื้นกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว หลังจากจัดระเบียบรูปลักษณ์ของตัวเองแล้ว ก็ลงไปชั้นล่างพร้อมกับมู่ซินเย่ว์
เธอมองหาเยี่ยซือเจวี๋ยเป็นอย่างแรกทันทีที่ลงมาถึงชั้นล่าง แต่เมื่อมองไปรอบๆ ก็ไม่เจอเยี่ยซือเจวี๋ยเลย
เธอดึงมือเพื่อนสาวของเธอมาถาม “คุณชายเยี่ยล่ะ”
“คุณชายเยี่ยกลับไปนานแล้ว”
“ก่อนกลับเขาได้พูดอะไรหรือเปล่า” ซือถูชิงซานถาม
สาวคนนั้นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เขายืนคุยกับพี่สาวของเธออยู่ตลอดเลย แล้วก็มีบอดี้การ์ดยืนอยู่ข้างๆ ฉันไม่ได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูด แต่ดูแล้วการพูดคุยของพวกเขาไม่ค่อยรื่นรมสักเท่าไหร่”
“ไม่รื่นรมหรือ” ซือถูชิงซานดีใจ “ไม่รื่นรมยังไง”
“ฉันก็ไม่รู้นะ แต่สุดท้ายคุณชายเยี่ยพูดจบก็กลับไปทันที พี่สาวของเธอตามเขาไปเพื่อจะพูดต่อ แต่เธอถูกบอดี้การ์ดขวางเอาไว้”
“ก็หมายความว่า ความสัมพันธ์ของคุณชายเยี่ยกับเธอ ไม่ได้ใกล้ชิดสนิทสนมสักเท่าไหร่”
หญิงสาวพยักหน้า “นั่นแน่นอนอยู่แล้ว ต่อให้พี่สาวของเธอสวยขนาดไหน แต่ก็มาจากชนบท ตระกูลเยี่ยสูงศักดิ์จะตาย เป็นไปไม่ได้ที่จะมาสนิทกับสาวบ้านนอกหรอก ซานซานเธออย่าเพิ่งท้อ ฉันคิดว่าในจิงตูมีเธอคนเดียวที่คู่ควรกับคุณชายเยี่ย!”
ซือถูชิงซานดีใจมาก เธอเลิกคิ้วแล้วพูดว่า "ฉันชอบเธอมาก ฉันจะบอกพ่อให้ส่งคำสั่งซื้อให้ครอบครัวของเธอเพิ่มสักหลายออเดอร์”
“ยอดเยี่ยมเลย ซานซาน ขอบคุณมากนะ...”
ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน ทันใดนั้นซือถูชิงซานก็ได้ยินหญิงสาวสองสามคนซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลพูดอย่างเย้ยหยัน "ซือถูชิงซานยังมีหน้าลงมาอีกหรือ พอเห็นพี่สาวปุ๊บ เธอก็โกรธจนเป็นลมไปเลยนี่นา...”
“ถ้าฉันเป็นเธอนะ ฉันจะหลบอยู่แต่ในบ้านสามปี รอให้ผู้คนลืมเรื่องนี้เสียก่อนค่อยลงมา!”
ซือถูชิงซานจะเดินเข้าไปต่อว่าต่อขานคนเหล่านั้นด้วยความโมโห
แต่เมื่อเดินไปเพียงครึ่ง เธอก็หยุดกระทันหัน
ไม่ได้! เธอจะไปต่อปากต่อคำกับคนพวกนี้ไม่ได้
คนพวกนี้ก็เหมือนกับวัชพืชที่ขึ้นตามสันของกำแพง ลมพัดไปทางไหนก็ปลิวไปทางนั้น ไม่ควรค่าที่เธอจะไปเสียอารมณ์ด้วย
หากเธอไปทะเลาะวิวาทกับพวกหล่อน มันจะทำลายภาพพจน์ของเธอในฐานะเซเลบ
เร็วๆ นี้จะมีการประเมินสาวสวยที่มีชื่อเสียงในจิงตู และกิจวัตรประจำวันเหล่านี้จะถูกรวมอยู่ในการประเมินด้วย
เรื่องสำคัญตอนนี้คือมู่ซย่า นังผู้หญิงบ้านนอกคนนั้น!
แค่เพียงจัดการมู่ซย่าได้ ก็จะไม่มีใครมาบดบังรัศมีเธอ
ถึงตอนนั้นคนเหล่านี้ก็ไม่มีเรื่องอะไรมาพูดพล่ามได้อีก
ความคิดที่คลุมเครือค่อยๆ ผุดขึ้นในใจของซือถูชิงซาน...
ต้องให้มู่ซย่าหายสาปสูญไปโดยเร็วที่สุด จะใช้วิธีค่อยเป็นค่อยไปของแม่ไม่ได้แล้ว
ยิ่งยืดเยื้อก็ยิ่งมีอุปสรรค ใครจะรู้ว่าการปรากฏตัวของมู่ซย่า จะมีลูกไม้อะไรโผล่มาอีก
ตอนกลางคืน
เมื่อแขกเหรื่อกลับกันหมดแล้ว คนรับใช้ได้เก็บกวาดห้องโถงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่างก็กลับเข้าห้องของตนไปพักผ่อน
ห้องของมู่ซย่าถูกเตรียมไว้อย่างเรียบร้อยแล้ว ซือถูไห่ได้จัดห้องชุดที่มีระเบียงให้เธอ ถือเป็นน้ำใจที่สูงค่ามาก แสดงให้เห็นว่าซือถูไห่ให้ความสำคัญกับเธอมาก
แน่นอนว่า มู่ซย่าเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง ซือถูไห่ไม่ได้ให้ความสำคัญเพราะตัวเธอ แต่เป็นเพราะเธอสามารถนำผลประโยชน์มาให้ตระกูลซือถู
ในขณะเดียวกัน มู่ซย่ายังรู้สึกว่าในช่วงครึ่งหลังของงานเลี้ยง มีสาวใช้คนหนึ่งคอยจ้องมองและสอดแนมเธอ
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำเตรียมเข้านอน มู่ซย่าจึงระมัดระวังตัวอย่างเต็มที่
ใครจะรู้ว่าในคฤหาสน์แห่งนี้ จะมีใครคิดจะจัดการกับเธอหรือไม่
ซือถูชิงซานนอนพลิกตัวไปมา ในสมองคิดหาวิธีจัดการกับมู่ซย่า
“ทันใดนั้น เธอก็เกิดความคิดอันยอดเยี่ยม”
“แม่นม มาที่ห้องฉันหน่อย”
เธอโทรหาแม่นม และไม่นานแม่นมก็มาเคาะประตูห้อง
แม่นมถาม “คุณหนูใหญ่ มีอะไรให้รับใช้หรือคะ”
หลังจากได้รับกำไลข้อมือมูลค่าเป็นล้าน ความภักดีของแม่นมที่มีมีต่อสองแม่ลูกก็เพิ่มมากขึ้น
แม้ว่าสาวรับใช้คนอื่นจะเปลี่ยนคำเรียกซือถูชิงซานเป็นคุณหนูรองแล้ว แต่เธอกลับยังคงเรียกซือถูชิงซานว่าคุณหนูใหญ่ นั่นหมายความว่าเธอนับถือซือถูชิงซานเป็นคุณหนูเพียงคนเดียว
ซือถูชิงซานถาม “นังผู้หญิงเลวคนนั้นมีพิรุธอะไรหรือไม่”
แม่นมส่ายหัวแล้วกล่าวว่า “หลังจากงานเลี้ยง คุณท่านเรียกคุณมู่เข้าคุยไปในห้องหนังสือ เธอมีบัตรธนาคารถืออยู่ในมือ ซึ่งน่าจะเป็นเงินค่าขนมที่คุณท่านให้ไว้ หลังจากนั้น เธอกลับเข้าห้องไปนอน นอกจากออกมาขอน้ำดื่ม ก็ไม่มีพฤติกรรมอะไรผิดปกติค่ะ”
ดวงตาของซือถูชิงซานเกิดความริษยาขึ้น
เงินค่าขนมที่เธอได้เป็นแม่ให้ทั้งหมด ซือถูไห่เป็นคนตระหนี่มาก มู่ซย่าเพิ่งจะกลับมาวันเดียว ก็เอาบัตรธนาคารให้เธอซะแล้ว!
ทำให้เธอยิ่งมีความคิดที่จะกำจัดมู่ซย่าให้หายสาปสูญยิ่งขึ้น
แม่นม ฉันต้องการของสิ่งหนึ่ง คุณช่วยหาให้ฉันที จากนั้นก็เอาไปวางไว้ในห้องของเธอ”
“ของอะไรคะ”
“งูพิษ”
เธอคิดมาดีแล้ว ครอบครัวของเธออาศัยอยู่ในคฤหาสน์ และคฤหาสน์ก็ตั้งอยู่บนภูเขา ถ้าหากว่าในกลางดึกมีงูพิษสักตัวเลื้อยเข้าไปในห้อง แล้วกัดมู่ซย่าจนตาย การตายของมู่ซย่าก็จะเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ และก็ไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นคนทำ!
“งูพิษหรือคะ คุณจะให้งูพิษกัดเธอจนตายหรือคะ”
มือของแม่นมสั่นเล็กน้อย ถึงแม้ว่าเธอจะเคยช่วยสองแม่ลูกทำเรื่องไม่ดี แต่เรื่องฆ่าคนเธอไม่เคยทำ
“ทำไมหรือ หรือเธอไม่เต็มใจทำ?”
“ไม่ใช่ไม่เต็มใจทำค่ะ ดิฉันจงรักภักดีต่อคุณสองแม่ลูกอยู่แล้ว แต่คุณนายบอกเอาไว้ว่า สิ่งสำคัญคืออย่าแหวกหญ้าให้งูตื่น…”
“พอแล้ว ฉันไม่อยากได้ยินเรื่องนี้ แม่ของฉันขี้ขลาด ไม่รู้ว่ายิ่งปล่อยไว้นานก็จะยิ่งมีอุปสรรค ลงมือทำก่อนเป็นวิธีที่ถูกต้อง ถ้าหากคุณไม่เต็มใจที่จะทำ ยังไงก็มีคนที่พร้อมจะทำแทน แต่ว่าแม่นมลูกชายของคุณเป็นหนี้การพนัน เธอเอาของในบ้านของฉันไปใช้หนี้ให้ลูกไม่น้อยเลยใช่ไหม”
แม่นมมองซือถูชิงซานด้วยความไม่อยากเชื่อ
อายุก็ยังน้อย แต่รู้จักใช้จุดอ่อนของผู้อื่น มาบังคับให้ทำในสิ่งที่ตนต้องการ!
สิ่งที่เธอขโมยมาจากคฤหาสน์นั้นมีมูลค่าสูงทั้งสิ้น อิงตามมูลค่าเหล่านั้น ก็เพียงพอที่จะทำให้เธอติดคุกนานโข...
ซือถูชิงซานพูดต่อ “และแน่นอนแม่นม คุณเป็นคนดูแลฉันมาจนโต ฉันไม่อยากทำอะไรเด็ดขาดแบบนั้นกับคุณหรอก ขอแค่คุณช่วยฉันเรื่องนี้ เรื่องที่คุณทำก็จะเก็บเป็นความลับตลอดไป นอกจากนี้ในอนาคตหากคุณต้องการเงินก็แค่มาบอกฉัน แม่นม คุณเลือกเอาแล้วกัน ว่าจะทำหรือไม่ทำ”
แม่นมค่อยๆหลับตาลง
เธอมีทางเลือกหรือ
ดึกมากแล้ว
มู่ซย่าหลับไปแล้ว แต่ในใจของเธอตึงเครียด หากว่ามีสิ่งผิดปกติใดๆ เกิดขึ้นในห้อง เธอก็จะตื่นขึ้นทันที
หลับไปได้ไม่นาน เธอก็ได้ยินเสียงเบาๆ จากนอกหน้าต่าง
มู่ซย่าตื่นขึ้นทันที แต่เธอยังคงอยู่ในท่านอนไม่เคลื่อนไหวใดๆ
เธอได้ยินแต่เสียงฝีเท้าจากระเบียง และหยุดไปไม่กี่วินาที จากนั้นเสียงฝีเท้าก็ค่อยๆหายไป และเงียบลง
มีคนเดินมาที่ระเบียงห้องของเธอ
แต่ว่าบุคคลนั้นไม่ได้เข้ามาด้านใน ไม่รู้ว่าทำอะไร
มู่ซย่ายังคงนอนอยู่พักหนึ่ง และเมื่อเธอแน่ใจว่าบุคคลนั้นไม่กลับมาแล้ว เธอเปิดโทรศัพท์มือถือที่ซือถูไห่มอบให้เธอไว้ และส่องสว่างด้วยแสงสลัวจากหน้าจอโทรศัพท์
เธอตรวจสอบอีกครั้งว่าไม่มีคนอยู่ที่ระเบียงแล้ว
แค่ยืนอยู่พักเดียวแล้วก็จากไป สรุปแล้วมาทำอะไรกันแน่ หรือแค่มาดูว่าเธอหลับไปหรือยัง
ไม่ใช่แค่นั้นแน่นอน!