ตื้อหัวใจยัยจอมหยิ่ง

ตื้อหัวใจยัยจอมหยิ่ง: ตอนที่ 6 นายอุทิศทั้งชีวิตให้ฉันได้ไหมล่ะ ตอนที่ 6

#6ตอนที่ 6 นายอุทิศทั้งชีวิตให้ฉันได้ไหมล่ะ

เครื่องประดับบนศีรษะของเละเทะไปหมด เวลานี้ เธอที่เคยโดดเด่นและถูกห้อมล้อมด้วยผู้คนกำลังหน้าซีดขาว ผมเผ้ายุ่งเหยิง สภาพดูไม่จืด

“ซานซาน!” มู่ซินเย่ว์พุ่งขึ้นไปบนเวที

ภายใต้ความร้อนใจ เธอยังไม่ลืมมู่ซย่า เธอเล็งระยะให้ดีก่อนที่จะใช้ไหล่กระแทกมู่ซย่าออก

มู่ซย่าที่สวมรองเท้าส้นสูงขนาดสิบเซนติเมตร บังเอิญยืนอยู่บริเวณขอบเวที...

แรงกระแทกทำให้เธอเซ และตกลงไปด้านล่างเวที

แต่เธอรีบป้องกันตัวอย่างรวดเร็วโดยการเอามือป้องศีรษะตัวเองเอาไว้

อย่างนี้ถึงจะแม้ตกลงไป ก็ไม่ทำให้ศีรษะถูกกระแทก

แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เหนือความคาดหมายของมู่ซย่าก็คือ เธอไม่ได้ตกลงไปที่พื้นอย่างที่คิด แต่กลับมือใหญ่เข้ามาประคองหลังบอบบางของเธอเอาไว้ มืออีกข้างโอบรอบเอว แล้วอุ้มเธอลงจากเวที

เมื่อเท้าทั้งสองของมู่ซย่ายืนบนพื้นอย่างมั่นคงแล้ว เธอหันไปมองเจ้าของมือคู่นั้น

เธอเห็นใบหน้าหล่อเหลากำลังขมวดคิ้วและมองเธอ “ใสรองเท้าสูงขนาดนี้ อยากจะตกลงมาหรือยังไง”

เธอไม่ได้เป็นคนเลือกสักหน่อย!

มู่ซย่าเตรียมจะอ้าปากตอบโต้ แต่แล้วเธอก็ยั้งเอาไว้ อย่างไรเสียนั่นก็เป็นความหวังดี

หากไม่ใช่เพราะเขา เธอก็คงตกลงไปกระแทกอย่างแรงแน่นอน

มู่ซย่าเก็บงำคำพูดโต้ตอบไว้ และเมื่อเธอจะเอ่ยคำขอบคุณ ซือถูไห่ก็เดินเข้ามา...

“ลูกสาวสุดรักของพ่อ! ลูกไม่เป็นอะไรใช่ไหม เมื่อครู่พ่อจะเข้ามารับลูกไว้ แต่ไม่คิดว่าคุณชายเยี่ยจะเร็วกว่าพ่อไปก้าว... คุณชายเยี่ยช่างดีกับลูกจริงๆ”

น้ำเสียงของซือถูไห่แฝงไปด้วยความหมายมากมาย ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใย

ส่วนซือถูชิงซานที่ถูกคนช่วยกันอุ้มขึ้นไปชั้นบน ซือถูไห่ไม่ได้สนใจแม้แต่จะเหลือบมองเลยสักนิด

ในใจของมู่ซย่าเปี่ยมล้นไปด้วยความพึงพอใจ พ่อของเธอคนนี้...เกือบจะทำให้เธอเชื่อแล้วว่าเขาเป็นพ่อรักใคร่เอ็นดูลูกสาวจริงๆ

มู่ซย่าไม่เข้าใจเลยจริงๆ ตามข้อมูลที่เธอได้มา แม่ของเธอเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบ เพราะเหตุใดเธอจึงมาอยู่กับซือถูไห่คนนี้

เธอกลับมาบ้านในคราวนี้ จะต้องสืบหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ได้ เธอรู้สึกได้ว่ามันต้องมีลับลมคมใน

ต้องมีความลับที่เธอยังไม่รู้

“หนูไม่เป็นไรค่ะพ่อ พ่อขึ้นไปดูน้องสาวเถอะค่ะ ไม่รู้ว่าเป็นอะไร จู่ๆ ก็เป็นลมล้มลงไป หวังว่าจะไม่เป็นอะไรร้ายแรงนะคะ”

สีหน้าของมู่ซย่าอ่อนโยนและเรียบเฉย เธอไม่ได้แสดงออกถึงความรังเกียจต่อซือถูไห่เลย เธอเป็นดังลูกสาวที่ดีและเข้าใจเหตุผล

ซือถูไห่พอใจในตัวมู่ซย่าเป็นอย่างมาก

ต้องเป็นบุญที่มีมาตั้งแต่ชาติปางก่อนแน่นอน เขาจึงได้ลูกสาวที่ดีเลิศเพิ่มขึ้นมา!

ซือถูไห่รีบพูดว่า “ลูกพูดถูก พ่อขึ้นไปดูน้องสาวก่อนนะ ไม่รบกวนลูกกับคูณชายเยี่ยแล้ว คุณชายเยี่ย ตามสบายนะครับ ทำเหมือนเป็นบ้านของตัวเองก็แล้วกันครับ!”

เยี่ยซือเจวี๋ยขมวดคิ้ว

บ้านของตัวเอง?

ตระกูลซือถูนั้นคู่ควรแล้วหรือ

เขาเหลือบมองมู่ซย่า สุดท้ายก็ไม่เอ่ยคำพูดเหน็บแนมอะไรต่อซือถูไห่

เมื่อซือถูไห่เดินจากไป เยี่ยซือเจวี๋ยจึงเอ่ยปากพูด “ฉันไม่ได้มาร่วมงานเลี้ยงอะไรนี่หรอกนะ ถึงตอนนี้ฉันก็ยังอยากจะถามอีกครั้ง เธอไม่มีความปรารถนาอื่นๆ อีกแล้วจริงๆ หรือ”

มู่ซย่ารู้สึกเหนื่อยหน่ายแล้ว

ในความเป็นจริง ก่อนที่เธอจะกลับประเทศ เธอหาข้อมูลเฉพาะที่เกี่ยวกับตระกูลซือถูเท่านั้น ส่วนเรื่องสภาพเศรษฐกิจในประเทศ เธอรู้ไม่มาก

แต่ชื่อเสียงของตระกูลเยี่ยนั้นดังกึกก้องอยู่แล้ว ไม่ต้องหาข้อมูลก็พอจะรู้อยู่

และเมื่อดูจากปฏิกิริยาของซือถูไห่และแขกเหรื่อในงาน ก็พอจะมองออกว่าเยี่ยซือเจวี๋ยนั้นเป็นบุคคลผู้ทรงอิทธิพลในประเทศ

เธอลองคิดทบทวนดู ตอนที่อยู่บนเกาะ เธอก็ไม่ได้ทำอะไรเลยนี่นา เพียงแค่ทำในสิ่งที่คนพอมีทักษะทางการแพทย์ควรจะทำเท่านั้นเอง

ถ้าไม่นับ...เรื่องนั้นที่นอนกอดกัน

เธอเองก็ยินดีที่จะลืมมันไปเสีย และทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

มู่ซย่าพูดอย่างแน่วแน่และจริงจัง “เยี่ยซือเจวี๋ย ฉันรับรู้ถึงน้ำใจของนาย แต่...ฉันไม่ได้ต้องการจริงๆ”

แต่หากมีสิ่งที่เธอต้องการ เธอสามารถหาได้ด้วยตัวเอง

ในพจนานุกรมของเธอ ไม่มีคำว่า ‘พึ่งพาผู้อื่น’

เยี่ยซือเจวี๋ยที่มักจะขมวดคิ้วก็ยิ่งขมวดหนักเข้าไปอีก

“คุณผู้หญิง คุณรู้ไหมว่ากำลังปฏิเสธอะไรอยู่”

ความปรารถนาอันไร้ขอบเขตที่เขาจะบันดาลให้ มีคนนับไม่ถ้วนต่างก็ใฝ่ฝันที่จะได้รับมัน แต่ผู้หญิงโง่คนนี้กลับปฏิเสธเขาครั้งแล้วครั้งเล่า

เขาอยากจะเปิดสมองของผู้หญิงคนนี้ออกมาดูว่าข้างในยุ่งเหยิงขนาดไหน!

มู่ซย่ามองดูท่าทีของเยี่ยซือเจวี๋ย ไม่รู้ทำไม เธอรู้สึกว่าการที่เยี่ยซือเจวี๋ยพยายามให้เธอบอกความปรารถนาออกมาให้ได้เป็นเรื่องน่าตลก

เธอยักไหล่แล้วถามว่า “ถ้าอย่างนั้นถามหน่อยว่าฉันได้ปฏิเสธอะไรไปหรือ ปฏิเสธคู่แท้ที่สวรรค์กำหนดงั้นหรือ อีกอย่างนะ ฉันไม่ได้ชื่อคุณผู้หญิง”

“แล้วเธอชื่ออะไร”

“ฉันชื่อ...ซานซาน”

ซานซานเป็นชื่อเล่นของเธอ เป็นชื่อที่พ่อแม่บุญธรรมที่ต่างประเทศตั้งให้”

“โอเคฉันรู้แล้ว เธอยังไม่บอกความปรารถนาของเธอเลย”

มู่ซย่าถือโอกาสพูดติดตลก “นายจะตอบแทนบุญคุณให้ได้ สู้นายอุทิศทั้งชีวิตให้ฉันเลยไม่ดีกว่าหรือ”

“...”

ตอนนี้ถึงคราวของเยี่ยซือเจวี๋ยพูดอะไรไม่ออกบ้าง สีหน้าหล่อเหลาของเขาเริ่มจะซับซ้อน

บรรยากาศเริ่มหยุดชะงัก

มู่ซย่ากระแอมเบาๆ เธอเปลี่ยนบรรยากาศโดยพูดว่า “ฉันพูดเล่นน่ะ เพราะฉะนั้นช่างมันเถอะ ไม่มีอะไรที่ฉันต้องการแล้ว”

“ได้” เยี่ยซือเจวี๋ยเอ่ยออกมาทันที

“อะไรนะ” มู่ซย่ายังคงงุนงงและรีบถามด้วยความประหลาดใจ “ได้อะไร”

เยี่ยซือเจวี๋ยกลับมาแสดงท่าทีเฉยเมย “ความปรารถนาของเธอนี้ ฉันต้องกลับไปปรึกษาหารืออย่างจริงจังกับตระกูลของฉันก่อน เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องของฉันคนเดียว”

“เดี๋ยวก่อนนะ...” มู่ซย่าเบิกตากว้างด้วยความตกใจและพูดไม่ออก “นายคงไม่ได้คิดจริงจังกับสิ่งที่ฉันพูดหรอกนะ ฉันบอกไปแล้วว่าฉันพูดเล่น!”

“บางครั้ง ในคำพูดล้อเล่นก็มีความรู้สึกแท้จริงซ่อนอยู่”

“แต่ว่าฉันกำลังพูดเล่นจริงๆ ฉันไม่ได้สนใจนายสักหน่อย”

อารมณ์สับสนที่ไม่ได้เห็นได้บ่อยๆ ปรากฏขึ้นในแววตาของเยี่ยซือเจวี๋ย “ทำไมล่ะ สาวๆ ในจิงตูทุกคนอยากจะแต่งงานกับฉันนะ”

“ไม่ได้รวมฉันอยู่ในนั้นแน่นอน”

“เอาเป็นว่า...ฉันจะให้คำตอบเธอทีหลัง ตอนนี้กลับก่อนล่ะ”

เยี่ยซือเจวี๋ยหันหลังเตรียมก้าวเท้าจากไป เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เชื่อว่าคำพูดติดตลกของเธอนั้น เป็นแค่เรื่องล้อเล่น”

เมื่อเยี่ยซือเจวี๋ยเดินไป บอดี้การ์ดที่ยืนเฝ้าอยู่ก็เดินตามเขาไปทันที

“เฮ้! นายหยุดก่อน มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน!”

มู่ซย่าเห็นเยี่ยซือเจวี๋ยเดินจากไป เธอรีบตามไป แต่ถูกบอดี้การ์ดขวางไว้

“ขอโทษครับคุณผู้หญิง กรุณาหยุดอยู่ตรงนี้!”

“ไม่ใช่ ฉันมีเรื่องจะพูดกับเขาให้รู้เรื่อง”

บอดี้การ์ดไม่ได้หลีกทางให้เธอ เห็นได้ชัดว่า หากไม่ได้รับอนุญาตจากเยี่ยซือเจวี๋ยแล้วละก็ ไม่มีใครได้เข้าใกล้เขาเลย

นี่คือเหตุผลว่าทำไมแขกสาวๆ ที่หลงใหลในตัวเยี่ยซือเจวี๋ยและแขกหนุ่มๆ ที่ต้องการตีสนิทกับเขา ถึงไม่มีใครได้เข้าใกล้เขาเลย

มู่ซย่าจึงได้แต่มองเยี่ยซือเจวี๋ยขึ้นเฮลิคอปเตอร์จากไป

เธอรู้สึกหงุดหงิดใจ ชายหนุ่มคนนี้คงจะไม่ได้จริงจังกับเรื่องล้อเล่นของเธอหรอกนะ

แต่ว่าความรู้สึกหงุดหงิดใจนี้ก็หายไปโดยเร็ว

คนทั่วไปไม่มีใครมาจริงจังกับเรื่องแบบนี้หรอก

อุทิศชีวิตหรือ นี่มันยุคไหนแล้ว สมัยนี้ไม่มีใครมาอุทิศชีวิตให้ผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตกันแล้ว

เขาจะต้องล้อเล่นอย่างแน่นอน เพียงแต่วิธีล้อเล่นของเขาก็มาจากอุปนิสัยของเขา คือเคร่งขรึมและจริงจัง จนทำให้เธอเกือบจะคิดว่าเป็นเรื่องจริง

มู่ซย่าเบะปาก เธอถูกชายหนุ่มคนนั้นแกล้งเข้าให้แล้ว!

เมื่อนึกถึงตรงนี้ มู่ซย่าก็ไม่ต้องคิดจะอธิบายอะไรให้เยี่ยซือเจวี๋ยเข้าใจอีก เธอหันไปมองดูคฤหาสน์ที่เคยเป็นของตระกูลมู่อย่างถี่ถ้วน

สรุปแล้วเกิดอะไรขึ้นที่นี่ ที่ทำให้ตระกูลใหญ่อย่างตระกูลมู่หายไป แล้วตระกูลซือถูเข้ามาแทนที่

ตื้อหัวใจยัยจอมหยิ่ง: ตอนที่ 6 นายอุทิศทั้งชีวิตให้ฉันได้ไหมล่ะ ตอนที่ 6