วิวาห์พลิกชะตา: ชาตินี้ข้าขอแต่งงานกับพระรอง

วิวาห์พลิกชะตา: ชาตินี้ข้าขอแต่งงานกับพระรอง: ตอนที่ 7 ป้อนยาให้ท่านอ๋องด้วยปาก ตอนที่ 7

#7ตอนที่ 7 ป้อนยาให้ท่านอ๋องด้วยปาก

“เมื่อครู่ท่านเรียกชื่อข้าตรงๆ ช่างไร้มารยาทยิ่งนัก!”

คำว่า ‘เสด็จอาสะใภ้’ ทำให้เซี่ยจิ่งชูขมวดคิ้วแน่น

“พูดถึงความยินดี” เสิ่นเย่ากล่าว “การสมรสในครั้งนี้เป็นสิ่งที่ข้าร้องขอ เมื่อได้ตามที่ใจปรารถนา ย่อมต้องรู้สึกยินดีอยู่แล้ว เหตุใดรัชทายาทจึงถามในสิ่งที่รู้คำตอบอยู่แล้วล่ะเพคะ”

เซี่ยจิ่งชูโกรธจนไออย่างรุนแรง

เสิ่นเย่าไม่รู้สึกสงสารเขา นางรีบถอยหลังไปครึ่งก้าวทันที เว้นระยะห่างเพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบ แล้วกล่าวอย่างเย็นชา “รัชทายาทไม่สบาย ควรกลับไปกินยาและพักผ่อน หม่อมฉันขอตัวไปถวายพระพรฝ่าบาทและฮองเฮาก่อน”

ไม่รอให้เซี่ยจิ่งชูพูดอะไร นางก็พาชิงเชวี่ยและหยินจูเดินจากไป

เสิ่นเย่าอยู่ในตำหนักของฮองเฮา เมื่อฮ่องเต้ว่าราชการเสร็จสิ้น ก็เสด็จมา เมื่อเห็นนางก็ทรงรู้สึกยินดีเป็นพิเศษ

แท้จริงแล้ว เพราะเรื่องงานอภิเษกสมรสในครั้งนี้ วันนี้ ฮ่องเต้จึงได้รับคำสรรเสริญชื่นชมจากเหล่าข้าราชบริพาร

แต่เดิมขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและบู๊ของต้าเซิ่งไม่ค่อยลงรอยกัน มักจะทะเลาะเบาะแว้งขัดใจกันแทบทุกวัน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเห็นพ้องต้องกัน

ดังนั้น ฮ่องเต้จึงทรงพระสำราญมาก

ฮองเฮาถือโอกาสรั้งเสิ่นเย่าให้อยู่ร่วมรับประทานอาหารในวังด้วยกัน แล้วเสิ่นเย่าก็มิได้ปฏิเสธ

เมื่อเสิ่นเย่ากลับมาถึงจวนอ๋องจิ้ง ดวงอาทิตย์ก็ขึ้นสูงมากแล้ว

ที่ลานบ้าน ชิวซานกำลังนำบ่าวชายสองคนเดินเข้าไปในห้อง

เสิ่นเย่าเรียกเขา “จะทำสิ่งใดกันหรือ”

ชิวซานตอบตรงไปตรงมา “พระชายา ได้เวลาป้อนยาให้ท่านอ๋องแล้วขอรับ”

สายตาของเสิ่นเย่ามองถาดไม้ในมือของชิวซาน บนถาดมีหม้อยาจื่อชา[1]วางอยู่ กลิ่นที่ลอยออกมาไม่ต่างกับไม่ต่างจากกลิ่นสมุนไพรที่นางได้กลิ่นเมื่อนอนอยู่ข้างเซี่ยยวนเมื่อคืนนี้

“พระชายารออยู่ด้านนอกสักครู่ ประเดี๋ยวข้าน้อยป้อนยาท่านอ๋องเสร็จ แล้วก็จะออกมา” ชิวซานกล่าว “เกรงว่าคงต้องใช้เวลานานหน่อย เพราะสภาพของท่านอ๋องในตอนนี้ การป้อนยาจึงไม่ค่อยง่ายนักขอรับ”

เสิ่นเย่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงเบิกบาน “ข้าจะเข้าไปด้วย”

ชิวซานตะลึงอย่างเห็นได้ชัด คิดว่าตัวเองได้ยินผิดไป ใบหน้าเผยให้เห็นถึงความประหลาดใจ “ไปด้วย”

เสิ่นเย่าผงกศีรษะ “ใช่แล้ว ข้าเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรมของท่านอ๋อง การดูแลท่านอ๋องเป็นหน้าที่ของข้า วันนี้ข้าจะลองเรียนรู้ไปด้วย ต่อไป เรื่องเหล่านี้ ข้าก็สามารถทำเองได้”

ชิวซานรู้สึกตื้นตันใจ

ไม่มีเหตุผลที่เขาจะปฏิเสธ เพียงแต่ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปด้านใน เขายังเตือนว่า “พระชายา ท่านอ๋องยังคงหลับใหลไม่ได้สติ ไม่สามารถดื่มยาเองได้ พวกเราจำเป็นต้องบังคับกรอกยาเข้าไป บางครั้งกรอกเข้าไปแล้ว ท่านอ๋องก็สำรอกออกมา... ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยขอรับ”

เสิ่นเย่ารับฟังอย่างอดทน แต่สีหน้านิ่งสงบ ราวกับไม่ได้ใส่ใจกับข้อควรระวังเหล่านั้นสักเท่าใด

ชิวซานถอนหายใจเงียบๆ

หวังว่า... ถึงเวลา พระชายาจะไม่รู้สึกรังเกียจ

เมื่อเข้าไปในห้อง บ่าวชายสองคนก็รุดเข้าไปประคองเซี่ยยวนให้ลุกขึ้นเล็กน้อย

ชิวซานรินยาจากหม้อยาลงในชามเล็ก แล้วถือเดินมานั่งลงข้างเตียง ก่อนจะตักเพียงครึ่งช้อน ป้อนใส่ปากเซี่ยยวน

ริมฝีปากบางของเซี่ยยวนปิดแน่น บ่าวรับใช้จึงประคองคางของเขาไว้เพื่อบังคับให้เขาอ้าปาก

ชิวซานถึงสามารถฝืนกรอกยากเข้าไปได้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะกรอกยาเข้าไปในปากได้ แต่ไม่นานยาก็ค่อยๆ ไหลออกมาจากมุมปาก ยาสีน้ำตาลไหม้ทิ้งคราบเปียกชื้นเป็นหย่อมใหญ่ไว้บนชุดนอน

ทว่าชิวซานยังคงป้อนยาต่อ ยาครึ่งหนึ่งไหลลงคอ แต่อีกครึ่งก็หกไหลออกมา

เสิ่นเย่ามองดูอยู่ครู่หนึ่ง ก็รู้สึกทนดูต่อไปไม่ไหว หมุนตัวกลับหลังหัน

ชิวซานแอบเหลือบมองนางอย่างระมัดระวัง พระชายาคงจะรังเกียจที่ท่านอ๋องอยู่ในสภาพสกปรกและยุ่งเหยิงแบบนี้แล้วกระมัง?

เสิ่นเย่าไม่รู้ถึงความคิดเล็กๆ น้อยๆ ของเขา นางหันหลังไป แล้วม้วนแขนเสื้อทั้งสองข้างขึ้น ก่อนจะหันกลับมาเอ่ยว่า “ชิวซาน เจ้าป้อนยาแบบนี้ ยาเกือบครึ่งถ้วยเสียเปล่าไปแล้ว ให้ข้าทำแทนดีกว่า”

ชิวซานตกตะลึง

ดังนั้น...

พระชายามิได้รังเกียจ แต่จะ…ป้อนยาให้ท่านอ๋องด้วยตัวเองหรือ?

เสิ่นเย่ายื่นมือไปหาชิวซาน สีหน้าจริงจังแน่วแน่ “เจ้าลุกขึ้น ส่งยาถ้วยนั้นมาให้ข้า”

ชิวซานลุกขึ้น ชำเลืองมองเสินเย่าที่นั่งลงข้างเตียง “พระชายา พวกข้าน้อยจะออกไปเดี๋ยวนี้”

เสิ่นเย่ากลับสงสัย “ทำไมต้องออกไป”

ชิวซานทำหน้าขึงขัง “ท่านจะป้อนยาให้ท่านอ๋องไม่ใช่หรือ หากพวกข้าน้อยอยู่ด้วย เกรงว่าท่านจะไม่สะดวกใจ แล้วมันก็ไม่ถูกธรรมเนียมด้วย”

เสิ่นเย่ายิ่งงุนงง “การป้อนยาเป็นเรื่องถูกต้องตามทำนองคลองธรรม มีอะไรที่ดูไม่ได้”

ชิวซานเกาหัวด้วยความรู้สึกประดักประเดิด “พระชายาจะป้อนยาให้ท่านอ๋องด้วยปากมิใช่หรอกหรือ”

เสิ่นเย่าผงะ ป้อนยาด้วยปาก?

ให้นางอมยาไว้ แล้วแนบริมฝีปากกับเซี่ยยวน ถ่ายยาอุ่นๆ เข้าไปอย่างนั้นหรือ?

ภาพนั้นทำเอาหัวใจของเสิ่นเย่าเต้นรัว แก้มร้านวาบ นางถามกลับว่า “ผู้ใดบอกเจ้าว่าคนที่หมดสติจะต้องป้อนยาด้วยปาก”

ชิวซานตอบตามจริง “ในนิยายเขียนไว้อย่างนั้นนี่นา”

เสิ่นเย่าถึงกับพูดไม่ออก “เจ้าก็รู้ว่านั่นมันเรื่องแต่ง!”

ชิวซานยืนอยู่ข้างเตียง ดวงตากลมที่เหลือเพียงข้างเดียวกะพริบปริบๆ สาดประกายใสซื่อไร้เดียงสา

เสิ่นเย่ารู้สึกจุกพูดไม่ออก จะไปถือสาอะไรกับเขาได้?

นางหายใจเข้าลึกๆ ค่อยๆ ปรับน้ำเสียงให้เย็นลง “นิยายก็คือนิยาย การป้อนยาก็คือการป้อนยา มันไม่จำเป็นต้องป้อนด้วยปาก… แบบนี้นะ เจ้าไปหาไผ่มาอันหนึ่ง ยาวสักหนึ่งนิ้วขี้ กว้างประมาณครึ่งนิ้ว เหลาให้เรียบ อย่าให้มีเสี้ยน แล้วล้างให้สะอาด”

“ขอรับ...” แม้จะไม่เข้าใจว่าเอาไปทำอะไร แต่ชิวซานก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย

ไม่นาน ชิวซานก็กลับมาพร้อมกับไม้ไผ่

เสิ่นเย่าให้บ่าวชายสองคนนำหมอนมาหนุนเพิ่มใต้ศีรษะของเซี่ยยวน จากนั้นก็เสียบปลายไม้ไผ่เข้าไปในปาก แล้วตักยาเทลงบนไม้ไผ่นั้น

ยาไหลลงไปตามไม้ไผ่ เข้าสู่ลำคอของเซี่ยยวนอย่างต่อเนื่อง

ชิวซานมองดูด้วยความประหลาดใจ “การป้อนยาทำได้ง่ายขนาดนี้เชียวหรือ!”

เสิ่นเย่าแค่นเสียง “ต่อไปก็อ่านนิยายให้น้อยลงหน่อย!”

ชิวซานหัวเราะแหะๆ ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ด้วยความใครรู้ “พระชายา ท่านรู้ได้อย่างไรว่าสามารถป้อนยาแบบนี้ได้”

เสิ่นเย่าจดจ่อกับป้อนยา ตอบกลับว่า “ท่านตาของข้าเป็นหมอ ข้าซึมซับมาบ้าง ก็เลยรู้ จริงๆ แล้วไม้ไผ่เป็นเพียงวิธีที่ใช้ในยามฉุกเฉินเท่านั้น ยังมีเครื่องมือป้อนยาสำหรับผู้ป่วยหมดสติที่ใช้การได้ดีนัก สะดวกมาก”

ชิวซานทำหน้าราวกับได้ความรู้ “ที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เอง!”

ยาอีกถ้วยเริ่มมองเห็นก้น ชิวซานก็รีบรับไปตักเติมให้เต็ม เสิ่นเย่ามองตามหลังเขาไป ทันใดนั้นก็รู้สึกประหลาดใจขึ้นมา

เซี่ยยวนหลับใหลไร้สติก็จริง แต่เขาอยู่ในการดูแลรักษาจากหมอหลวงในวัง

ตามหลักแล้ว สิ่งที่ท่านตาของนางรู้ มอหลวงก็ต้องรู้ด้วยเช่นกัน

แล้วเหตุไฉนพวกเขาจึงมิเคยบอกจวนอ๋องจิ้งถึงเรื่องเครื่องมือป้อนยาเลย

สายตาของเสิ่นเย่าจับจ้องลงบนใบหน้าหล่อเหลาที่เกินกว่าพรรณนาของเซี่ยยวน ความฉงนสงสัยก่อตัวขึ้นในใจ

การพิชิตชัยในสงครามทุกครั้งทุกครา ทำให้ใครบางคนขุ่นเคืองด้วยหรือ

“พระชายา”

ชิวซานยกยาครึ่งถ้วยสุดท้ายมาให้

เสิ่นเย่าเก็บความคิด รับยามา

ในขณะที่กำลังตั้งในป้อนยา ชิวซานก็โยนคำถามมาโดยที่นางไม่ทันตั้งตัว “พระชายา ประเดี๋ยวจะต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าและเช็ดตัวให้ท่านอ๋อง ท่านจะอยู่ดูด้วยหรือไม่”

[1] ดินจื่อชา ‘紫砂’ เป็นดินเหนียวชนิดพิเศษจากเมืองอี๋ซิงในประเทศจีน นิยมนำมาทำเป็นภาชนะชงชา เพราะมีคุณสมบัติดูดซับกลิ่นและรสชาได้ดีเยี่ยม ทำให้ชารสชาติกลมกล่อมขึ้นเรื่อยๆ เมื่อใช้งานบ่อยๆ

วิวาห์พลิกชะตา: ชาตินี้ข้าขอแต่งงานกับพระรอง: ตอนที่ 7 ป้อนยาให้ท่านอ๋องด้วยปาก ตอนที่ 7