ราชินีหนึ่งเดียวของหนุ่มเธเรียนสุดฮอตทั้งเก้า: ตอนที่ 3 ผู้หญิงมีแต่จะเป็นตัวถ่วง ตอนที่ 3
อควาโดม พระราชวังธาลาเซียน
บัลลังก์แผ่ประกายราวกับคลังสมบัติของมังกร เรียงรายด้วยอัญมณีสารพัดสีที่ส่องประกายเจิดจ้า ชายหนุ่มผมดำทอดกายอย่างเกียจคร้านอยู่บนกองสมบัติ ราวกับทั้งจักรวาลอยู่ในกำมือ เขาเหยียดสายตาเฉื่อยชามองลูกน้องที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่าง
“เมื่อกี้ว่าไงนะ? ยินดีด้วยเหรอ? ยินดีเรื่องอะไร?” เสียงของเขาเย็นชาไร้อารมณ์ แต่แผ่วเบานั้นกลับหนักอึ้งจนทั้งห้องแทบหยุดหายใจ
ลูกน้องตัวสั่นสะท้านภายใต้รัศมีอำนาจ “ฝะ…ฝ่าบาท ศูนย์รับคู่หมายหญิงแห่งจักรวรรดิ เพิ่งส่งข่าวมาพะยะค่ะ ว่าพระองค์ได้รับการจับคู่แล้ว”
ยอดเยี่ยม! เขาคิดในใจ ฝ่าบาทเพิ่งทะลวงระดับได้ แต่พลังจิตเริ่มไม่มั่นคง ถ้ามีหญิงคอยปลอบประโลมตอนนี้ ก็คงรักษาสมดุลได้เร็ว ไม่อย่างนั้น… อาจหลุดการควบคุมไปเลยก็ได้
“ผู้หญิงงั้นเหรอ?” ปลายนิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มกำแน่น แกร๊ก! อัญมณีกุหลาบสีแดง ในมือแตกละเอียดกลายเป็นผงฝุ่นในพริบตา
“ข้าไม่ต้องการ” ริมฝีปากของเขาเหยียดยิ้มเย็น เสียงทุ้มเอ่ยอย่างดูแคลน
“พวกผู้หญิงมีแต่จะเป็นตัวถ่วง ข้าคงถูกลากให้ตกต่ำก่อนจะได้เริ่มรวมดวงดาวเสียอีก”
เซบาสเตียน วารุน มหาปราชญ์แห่งราชวังยืนตัวแข็งอยู่ปลายห้องโถง เขาบีบมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด หัวใจเต้นแรงจนน่ากลัว เขาพยายามปรับเสียงให้มั่นคง “ฝ่าบาท กระหม่อมรู้ว่าพระองค์ไม่ประสงค์ผูกพันธะกับใคร แต่พลังจิตของฝ่าบาทไม่มั่นคง การมีหญิงคอยยึดเหนี่ยวจิตไว้ อาจช่วยได้พะยะค่ะ”
ดวงตาคมเย็นเหลือบมองมาทางเขาในชั่วพริบตาเดียว
เหงื่อเย็นไหลลงตามลำคอของเซบาสเตียนโดยไม่รู้ตัว สัญชาตญาณทั้งหมดร้องบอกให้เขาหยุดพูด แต่หากเงียบก็ยิ่งเสี่ยงกว่า
ทุกคนในราชวังนี้ต่างรู้ดี ราชันของพวกเขาเกลียดผู้หญิง และชิงชังระบบบีสต์เมตสุดหัวใจ แต่พลังจิตที่รุนแรงก็มีราคาที่ต้องจ่าย ยิ่งระดับสูงเท่าไร จิตใจก็ยิ่งเปราะบาง หากไร้หญิงคอยปรับสมดุล ต่อให้เป็นชายที่แข็งแกร่งที่สุด ก็อาจกลายเป็นสัตว์อสูรไร้สติได้
เซบาสเตียนสูดลมหายใจลึก “ฝ่าบาทไม่จำเป็นต้องเก็บเธอไว้ก็ได้ มีช่วงทดลองสามเดือน ให้เธอช่วยรักษาสมดุลของพระองค์ก่อน จากนั้นค่อยยกเลิกก็ยังทัน”
ชายหนุ่มเอียงศีรษะ ดวงตาแฝงแววครุ่นคิด “เจ้าคิดว่าเธอจะยอมง่ายๆ เหรอ?”
ผู้หญิงเป็นสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอและโลภมาก เขาคิดในใจ พอรู้ว่าได้จับคู่กับข้า เธอจะยอมปล่อยมือไปง่ายๆ เหรอ?
รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าเซบาสเตียน “หญิงคนนี้จะยอมแน่พะยะค่ะ เธอชื่อ เอ็มมา ทิบาร์น ปัจจุบันอยู่เขต F-268 ระดับ 4 อายุยี่สิบสาม ไม่มีตระกูล ไม่มีทรัพย์สิน เธอใช้เงินจนหมดเพื่อฝึกพลังให้เลื่อนระดับ ถ้าเสนอค่าตอบแทนมากพอ เธอจะยอมถอนตัวแน่นอน”
ทรัพย์สินไม่มีความหมายใดๆ สำหรับเผ่ามังกรดราโคนิดอยู่แล้ว เงินทองหรือสตาร์คอยน์ก็แค่ของไร้น้ำหนักในสายตาพวกเขา
เมื่อเจ้านายไม่ปฏิเสธ เซบาสเตียนจึงพูดต่อ “ฝ่าบาท พลังจิตของพระองค์เริ่มแปรปรวนมาหลายสัปดาห์ หากพระองค์ทรงอนุญาต กระหม่อมจะจัดเตรียมการเดินทางเดี๋ยวนี้ เราควรมุ่งหน้าไปยัง F-268 โดยเร็ว”
พวกเขาไม่อาจลักพาตัวหญิงคนนั้นมาได้ เพราะหญิงอีเธเรียน ถือเป็นผู้ที่เทพอสูรเลือกไว้ เป็นบุคคลต้องห้าม การแตะต้องโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นบาปอันใหญ่หลวง อาจต้องชดใช้ด้วยพลังหรือแม้แต่ชีวิต ต่อให้เป็นคู่หมายตามระบบ ก็ไม่มีสิทธิ์บังคับพาเธอเข้าวังได้ หากจะทำอะไร ต้องเริ่มจากการเจรจาด้วยไมตรีก่อน อย่างน้อยก็ช่วงแรก
แต่ถ้าเจรจาไม่สำเร็จ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
...
ศูนย์กลางดวงดาว เน็กซัสไพรม์เทค อาคารเดอะสตาร์ริฟต์
บนชั้นสูงสุดของปราสาทหรูที่สร้างจากความมั่งคั่ง ชายหนุ่มผมขาวคนหนึ่งยืดตัวออกพร้อมสูดลมหายใจลึก ดวงตาเจ้าเล่ห์เปล่งประกายขณะมองภูเขาแก่นพลังที่กองซ้อนกันระยิบระยับทั่วห้อง พื้นเบื้องล่างปูด้วยแผ่นกระเบื้องที่ทำจากสตาร์คอยน์แท้ทั้งชั้น
สตาร์ริฟต์ คือผลงานชิ้นเอกด้านวิศวกรรมอวกาศของจักรวรรดิ มันคือป้อมปราการเทียมขนาดเท่าอุกกาบาตขนาดเล็ก กว้างขวาง เคลื่อนย้ายได้ และหลอมจากแร่หายากที่สุดในกาแล็กซี ต่อให้ยานรบชั้นสูงสุดก็ไม่อาจทำให้มันเป็นรอยได้
“อา…” เดเมียนถอนหายใจอย่างพอใจ “นี่แหละ กลิ่นเงิน”
ติ๊ง เสียงแจ้งเตือนจากไลต์คอร์ขัดจังหวะช่วงเวลาแห่งความสุข เขาก้มดูหน้าจอ
“จับคู่? กับผู้หญิง?” เสียงหัวเราะของเขาดังลั่นห้อง ให้ตายสิเจ้าพระเจ้า เทพอสูรเล่นตลกกับฉันแน่ คิดว่าฉันจะยอมให้ผู้หญิงมากินเงินฉันเหรอ? ฝันไปเถอะ ต่อให้ต้องตายก็ไม่ยอม
เขาก้าวออกจากห้องและเรียกผู้ช่วย “ไรอัน ไปหาข้อมูลของเอ็มมา ทิบาร์นมาซิ”
ถึงระบบบีสต์เมตจะจำกัดข้อมูล แต่ข้อจำกัดแบบนั้นก็ไม่มีความหมายต่อมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของจักรวรรดิ
...
ห้านาทีต่อมา ไรอันกลับมาพร้อมรายงาน “คุณวอสส์ครับ พบแล้วครับ ผู้หญิงระดับ 4 อาศัยอยู่ในเขต F-268”
เดเมียนสะบัดผมสีเพลิง ยิ้มเยาะ “F-268 เหรอ? เขตบ้านนอกเหรอ? อ้อ เทพอสูรจับฉันคู่กับหญิงยาจกสินะ”
เขาขบกรามแน่น ฉันจะไม่ให้ผู้หญิงโนเนมนั่นแตะเงินฉันแม้แต่สตาร์คอยน์เดียว
ไรอันพูดอย่างระมัดระวัง “คุณวอสส์ จะไปหาเธอไหมครับ? ระบบระบุว่าหากคุณไปสายหรือยกเลิกการจับคู่ จะถูกปรับห้าล้านสตาร์คอยน์และถูกแบนจากการจับคู่ต่อไปเป็นเวลาร้อยปี”
เขาคิดในใจ ห้าล้านเหรอ? ขนหน้าแข้งคุณวอสส์ไม่ร่วงหรอก แต่การถูกแบนไม่ให้จับคู่ร้อยปีสิคือการลงโทษของจริง
แต่ก็รู้ดีว่าเจ้านายอย่างเดเมียนคงโวยวายอยู่ดี ชายคนนี้รักเงินยิ่งกว่าลูกหัวปีเสียอีก ถ้าเงินไหลออกจากบัญชีไปห้าล้าน เขาคงทรมานยิ่งกว่าโดนคว้านท้อง
“ไปสิ ทำไมจะไม่ไปล่ะ” ดวงตาเจ้าเล่ห์ของเขาเป็นประกาย “ไม่งั้นเธอจะคิดว่ามีสิทธิ์แตะต้องเงินฉันงั้นน่ะสิ ฝันไปเถอะ”
ไรอันลังเล “แต่คุณวอสส์ครับ ถ้าคุณผูกพันธะกับเธอ ทรัพย์สินทั้งหมดของคุณจะโอนไปบัญชีของเธอทันทีนะครับ”
เดเมียนหัวเราะเสียงดัง “ผูกพันธะกับเธอเหรอ? ไม่มีทาง!”
แผนทั้งหมดผุดขึ้นในหัวเขาทันที ฉันจะเล่นไปตามน้ำ ให้เธอคิดว่ามีโอกาส จากนั้นจะทำให้เธอเบื่อจนเป็นฝ่ายทิ้งฉันเอง เมื่อเธอถอนพันธะด้วยความสมัครใจ ต่อให้เทพอสูรก็ทำอะไรฉันไม่ได้
เขายิ้มมุมปาก “แต่ไม่ต้องรีบหรอกนะ เริ่มจากคุยผ่านไลต์คอร์ก่อนละกัน ให้เธอหลงคิดว่าฉันสนใจนิดๆ ก็พอ”
...
ขณะเดียวกัน ที่เขต F-268 เอ็มมาจอดกราไวคาร์แล้วเก็บเข้าสตอเรจแบนด์ ยังไม่ทันได้เข้าบ้าน ลอรา โจนส์ เพื่อนบ้านสาวก้าวออกมาจากข้างบ้าน ควงแขนคู่ของเธออย่างออดอ้อนก่อนจะเดินตรงมาหาเอ็มมาด้วยรอยยิ้ม
“เอ็มมา!” เสียงของลอราเต็มไปด้วยความอบอุ่น “ฉันเพิ่งตื่น แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดครบยี่สิบสามปีของเธอ! แปลว่าวันสำคัญของเธอมาถึงแล้วสินะ!”
เธอค่อยๆ หลุดจากอ้อมแขนของฝ่ายชาย แล้วเดินเข้ามาหาเอ็มมาอย่างอ่อนโยน มือเรียวขาวแตะจับแขนของเอ็มมาเบาๆ ดวงตาสีเงินเปล่งประกายอบอุ่น พร้อมรอยยิ้มละมุนที่ทำให้ใบหน้าดูอ่อนโยน ราวกับพี่สาวที่มองน้องคนโปรดด้วยความเอ็นดู
เอ็มมายิ้มกว้าง “ลอรา ฉันเพิ่งกลับมาจากที่นั่นเลยล่ะ”
เธอบีบมือของลอรากลับด้วยความตื่นเต้น ลอราดูงดงามราวภาพวาด ชุดกระโปรงสีลาเวนเดอร์พลิ้วไหว เส้นผมถูกรวบอย่างเรียบร้อย ความอ่อนหวานของเธอเปล่งประกายจนเอ็มมามองแล้วรู้สึกอบอุ่นในใจเสมอ สำหรับเอ็มมาแล้ว ลอราไม่ต่างจากพี่สาวที่เธอใฝ่ฝันอยากมีมาตลอดชีวิต
“ระบบจับคู่ฉันกับผู้ชายเก้าคนเลยนะ”
แค่พูดถึงเรื่องนั้น รอยยิ้มของเธอก็ยิ่งกว้างขึ้น เก้าคน! ฉันได้เก้าคนจริงๆ ด้วย!
ลอราหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ หัวใจพองโตไปกับความสุขของเอ็มมา
ทั้งสองรู้จักกันเมื่อสามปีก่อน หลังจากลอราและคู่หมายของเธอย้ายเข้ามาอยู่ข้างบ้าน วันนั้นยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำของลอราไม่เสื่อมคลาย ตอนนั้นเธอกับคู่หมายออกไปล่าสัตว์อสูรระดับ 6 ในป่าแอสทราลิส แต่กลับกลายเป็นหายนะ
คู่หมายของเธอบาดเจ็บสาหัสขณะปกป้องเธอ เสบียงหมดเกลี้ยง และความกลัวก็ค่อยๆ กัดกินหัวใจ จนกระทั่งเอ็มมาปรากฏตัว พร้อมยื่นยารักษาบาดแผลให้ นั่นคือสิ่งที่ช่วยชีวิตเขาไว้ได้
จากวันนั้น ความรู้สึกขอบคุณของลอราไม่เคยเลือนหาย ความผูกพันธ์ระหว่างสองสาวค่อยๆ แน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆ จนเอ็มมาไม่ใช่แค่เพื่อนบ้านอีกต่อไป แต่เป็นเหมือนน้องสาวแท้ๆ ที่เธอไม่เคยมีมาก่อน ลอรารู้ดีถึงความยากลำบากที่เอ็มมาเคยผ่าน และชื่นชมความเข้มแข็งที่หญิงสาวแสดงออกเสมอ สิ่งเดียวที่เธอหวังคืออยากเห็นเอ็มมาได้พบความสุขที่แท้จริง
ตอนนี้เมื่อได้เห็นเอ็มมากำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ของชีวิต หัวใจของลอราก็ท่วมท้นด้วยความปลื้มปิติ “ฉันดีใจกับเธอจริงๆ นะ” เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ระบบเพิ่มรายชื่อพวกเขาเข้ามาในไลต์คอร์แล้วใช่ไหม? มีใครส่งข้อความมาหาบ้างรึยัง?”
เอ็มมาเปิดดูไลต์คอร์ รายชื่อเก้าคนนั้นยังคงนิ่งเงียบอยู่ในหน้ารายชื่อเพื่อน เธอส่ายหัว “ยังเลย”
คิ้วของลอราเริ่มขมวดแน่น แปลกแฮะ ปกติระบบจะส่งการแจ้งเตือนไปถึงชายที่ถูกจับคู่ทันที แล้วพวกเขาก็จะเป็นฝ่ายทักมาก่อน อย่างน้อยหนึ่งหรือสองคนอาจยุ่งอยู่บ้าง แต่เงียบกันหมดทั้งเก้าคนเนี่ย เสียมารยาทชัดๆ
เธอบีบมือเอ็มมาเบาๆ ด้วยท่าทีปลอบโยน “อย่าคิดมากเลย อาจเป็นเพราะระบบแจ้งเตือนล่าช้า ให้เวลาพวกเขาหน่อย ถ้ายังไม่มีใครติดต่อมาภายในคืนนี้ เธอเป็นฝ่ายส่งข้อความไปก่อนเลย จำไว้นะ ตอนนี้เธอเป็นฝ่ายคุมเกม เธอตั้งจังหวะได้เอง อย่าปล่อยให้พวกเขาทำตัวเฉื่อย”
ในใจของลอราเริ่มเดือด ไม่ทักมาก่อนเนี่ยนะ? พวกนั้นไม่แค่ไร้มารยาท แต่ไม่ให้เกียรติอย่างแรงต่างหาก!
เอ็มมากะพริบตา อ้อ มันเป็นแบบนี้เองเหรอ แล้วพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม “เข้าใจแล้ว ขอบใจนะลอรา”