นางหนาวตายในวัดร้าง เหล่าพี่ชายเสียใจจนคลั่ง: ตอนที่ 7 ต้นสายปลายเหตุ และความเศร้าจากการสูญเสียญาติ ตอนที่ 7
เมื่อสองปีก่อน ท่านลุงเล็กกลับเข้าเมืองหลวงเพื่อรายงานราชการ ขณะเตรียมเดินทางกลับก็เห็นบิดากพานางหลินเข้ามาในจวนพอดี
ท่านลุงเล็กกลัวว่านางจะถูกข่มเหงรังเก จึงยกร้านเสื้อของตระกูลเซี่ยในเมืองหลวงให้นาง พนักงานในร้านล้วนเป็นผู้ที่ท่านลุงเล็กจัดหาไว้ให้นางโดยเฉพาะ
ท่านลุงเล็กเคยกล่าวไว้ว่า “พวกพี่ชายล้วนเป็นบุรุษ ย่อมได้รับการคุ้มครองจากบิดา แต่เจ้าเป็นสตรี มารดามิได้อยู่ข้างกายแล้ว หากวันใดเจ้าถูกทำร้าย จงเขียนจดหมายถึงข้าเถิด ข้าจะปกป้องเจ้าเอง”
นางไม่เชื่อว่าญาติที่แสนดีกับนางจะเสียชีวิตแล้ว พวกเขาต้องมีชีวิตอย่างปลอดภัยแน่
ไห่ถังประคองมือของเจียงหลานเยว่ไว้ พอเห็นว่าเจียงหลานเยว่ตัวร้อนจัดก็ตกใจ “คุณหนูใหญ่เจ้าคะ ทำไมมือของท่านถึงร้อนเช่นนี้ ท่านเป็นไข้แล้วนะเจ้าคะ!”
“ไม่เป็นไรหรอก ไปพบเซี่ยอันกับเถ้าแก่หยุนก่อนเถอะ”
ทั้งสองเดินมาถึงหน้าประตูเรือน แต่กลับไม่พบผู้ใดเลย
“คนหายไปไหนกัน?”
“บ่าวให้พวกเขารออยู่ตรงนี้ เหตุใดถึงไม่เห็น!”
ไห่ถังอนาทรร้อนใจยิ่ง นางรีบเข้าไปจับแขนหญิงเฒ่าที่เฝ้าประตู พลางถามว่า “คนที่ยืนอยู่ตรงนี้เมื่อครู่ หายไปไหนแล้ว?”
หญิงเฒ่ามีท่าทีลำบากใจ กล่าวติดอ่างว่า “แม่นางไห่ถัง เมื่อครู่สาวใช้จากเรือนคุณหนูรองผ่านมา เห็นพวกนั้นแต่งตัวสกปรกเหมือนขอทาน กลัวว่ารกหูรกตาผู้สูงศักดิ์ เลยไล่พวกเขาออกไป ข้าก็ไม่รู้ว่าไล่ไปทางไหน”
เจียงหลานเยว่หลุบตาลง น้องสาวผู้นี้เห็นทีจะจุ้นจ้านเกินควรแล้ว ถึงขั้นมายุ่งเรื่องในเรือนของนางเชียวหรือ
“ล้วนเป็นความผิดของบ่าว บ่าวควรให้เถ้าแก่หยุนเข้ามารอในเรือนตั้งแต่แรกเจ้าค่ะ”
เจียงหลานเยว่ส่ายหน้าเบา ๆ “มิใช่ความผิดของเจ้า หากให้เถ้าแก่หยุนเข้ามาในเรือน เกรงว่าจะเกิดเรื่องวุ่นวายอีก เรือนฟางหวาอยู่ใกล้ประตูเล็ก เราไปดูที่นั่นกันเถิด”
กล่าวจบ นางก็จูงมือไห่ถัง เดินตรงไปยังประตูเล็ก
เรื่องสำคัญถึงเพียงนี้ เซี่ยอันยังมิได้พบพวกนาง ย่อมไม่ยอมจากไปง่าย ๆ
ครั้นนายบ่าวสองคนมาถึงประตูเล็กด้านหลัง ก็เห็นเถ้าแก่หยุนยืนอยู่พร้อมหยุนหยางนอกประตู
แม้นเถ้าแก่หยุนจะเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินทั้งหมดของท่านลุงรอง แต่อายุเพียงยี่สิบห้ายี่สิบหกปีเท่านั้น หน้าตายังหนุ่มอยู่เลย ท่วงท่าเข้มขรึม สุภาพ และตัวสูง
เขาเป็นเด็กที่ท่านลุงเล็กเก็บมาจากหมู่ขอทาน เลี้ยงไว้ข้างกายจนกลายเป็นข้ารับใช้ประจำตัว
ภายหลังก็เรียนรู้การค้าขายจากเถ้าแก่คนก่อน คาดไม่ถึงว่าเขาจะมีพรสวรรค์ด้านนี้สูง กิจการที่เขาดูแลไม่เคยขาดทุนเลยสักครา
หลังเถ้าแก่คนก่อนเสียชีวิตจากการล้มป่วย หยุนหยางจึงรับหน้าที่ต่อ กิจการรุ่งเรืองยิ่งกว่าเดิม
นางไม่รู้รายละเอียดนัก เพียงเคยได้ยินท่านลุงเล็กเปรยว่า เขาร่ำรวยเทียบเท่ากับคลังหลวงทีเดียว
ยามนี้หิมะเริ่มโปรยปรายทั่วฟ้า บนบ่าของเถ้าแก่หยุนเกาะด้วยเกล็ดขาวบางเบา ข้างกายเขามีชายหนุ่มสภาพเปรอะเปื้อนยืนอยู่หนึ่งคน
นั่นคือเซี่ยอัน องครักษ์ที่ติดตามอยู่ข้างท่านลุงเล็กของนาง
เจียงหลานเยว่ขมวดคิ้วแน่น “พวกท่านเข้ามาในเรือนก่อนเถิด”
แล้วหันไปสั่งไห่ถัง ให้รีบส่งคนไปตามหมอมาทันที
ครั้นเข้ามาในห้องได้ไม่นาน เซี่ยอันที่ใบหน้าซีดขาวฝืนไม่ไหวอีกต่อไป ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นโดยพลัน
“คุณหนู ท่านกงกั๋วและคุณชายใหญ่ล้วนชีพแล้ว แต่งศพและใส่นโลงศพแล้ว เตรียมจะอัญเชิญกลับในอีกไม่นานนี้ ส่วนคุณชายรองตกหน้าผา ยังไม่รู้ว่าจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่?”
ร่างของเจียงหลานเยว่ไหววูบ แม้สีหน้ายังคงสงบ หากในอกกลับปั่นป่วนราวคลื่นพายุ
เซี่ยอันถลึงตาแทบจะปริแตก ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำด้วยโทสะ เอ่ยอย่างเคียดแค้นว่า “เป็นฝีมือของผู้ตรวจทัพหวังคนใหม่!”
“ตอนคุณชายรองนำทัพไปขนเสบียง เผ่าต๋าจื่อบุกโจมตี ท่านกงกั๋วกับคุณชายใหญ่ที่ตั้งรับอยู่ที่ประตูเมือง ตั้งใจรอให้ข้าศึกอ่อนแรงแล้วค่อยเปิดประตูรับศึก แต่ผู้ตรวจทัพหวังใช้อำนาจสั่งการ นายท่านทั้งสองจึงจำใจต้องออกรบ”
“ศึกแรกฝ่ายเราชนะ ท่านกั๋วกงกับคุณชายใหญ่นำทัพกลับ แต่ผู้ตรวจทัพหวังกลับไม่เปิดประตูเมือง อ้างว่าควรฉวยโอกาสตีต่อ ทั้งยังด่าท่านกั๋วกงว่าขี้ขลาด กลัวศึก จงใจยืดเวลารบ จะได้เพื่อฮุบเบี้ยเลี้ยงจากราชสำนัก เขาชั่วนัก สมควรฆ่า!”
“ท่านกั๋วกงกับคุณชายใหญ่ไม่มีทางเลือก ต้องย้อนกลับไปไล่ตีกองทัพศัตรู แต่พอถึงเหวสืออวิ๋นก็ถูกข้าศึกที่รอดักซุ่มอยู่แล้ว ล้อมโจมตี ตอนที่ข้ากับคุณชายรองไปถึง ทั้งสองท่าน...ก็สิ้นชีพแล้ว”
สายลมหนาวพัดเข้ามา แต่ความหนาวเหน็บภายนอกยังเทียบไม่ได้กับความเย็นเยียบในอกของเจียงหลานเยว่
นางมองเซี่ยอันที่หมอบกราบอยู่บนพื้น ดวงตาค่อย ๆ แดงก่ำ น้ำตาไหลรินลงแก้ม
เจียงหลานเยว่เอ่ยเสียงแหบพร่า “แล้วจากนั้นเล่า...เกิดอันใดขึ้นอีกหรือ?”
ท่านตาและท่านลุงใหญ่ล้วนสิ้นชีพไปแล้ว ข้าศึกได้วางกลอุบายซุ่มโจมตีไว้แต่เนิ่น ๆ แม้ท่านลุงรองจะโกรธแค้นเพียงใด ก็คงไม่หุนหันนำทัพบุกโดยพลการ กระทั่งบัดนี้ยังไม่อาจรู้ชะตากรรม
บุรุษร่างใหญ่ถึงกับสะอื้นไห้ด้วยความอับจนหนทาง
เซี่ยอันค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยเพลิงแค้น “แม่ทัพศัตรูชื่อพ่าเซิน เขาตัดศีรษะของท่านกงกั๋วกับคุณชายใหญ่ เอาไปเสียบไว้บนหอก ทำเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ!”
“พวกเรากับคุณชายรองไล่ตามไป ได้กลับมาเพียงศีรษะของท่านกงกั๋ว เพราะกองหนุนข้าศึกมาถึง พวกเราต้องถอยกลับ ถูกไล่จนจนมุมที่เหวสืออวิ๋น ข้ากับคุณชายรองจึงแยกกันหนี คุณชายรองถูกบีบจนตกหน้าผา เมืองชายแดนก็แตกสิ้น”
“ข้าน้อยค้นหาท่านแม่ทัพที่ใต้หน้าผาทั้งวันทั้งคืน แต่ไม่เจอ อีกทั้งยังได้ยินว่าผู้ตรวจทัพหวังโยนความผิดทั้งหมดให้ท่านกงกั๋ว ข้าน้อยจึงรีบเร่งกลับเมืองหลวง เพื่อส่งข่าวให้ทันการณ์”
เจียงหลานเยว่นิ่งไปเนิ่นนาน ก่อนจะเช็ดน้ำตา หลับตาแผ่ว แล้วลืมขึ้นอีกครั้ง
ยามนี้เจียงหลานเยว่เงียบผิดธรรมดา “ท่านยายอายุมากแล้ว ถึงจะปิดเรื่องของท่านตากับท่านลุงใหญ่ไม่ได้ แต่ปิดได้หนึ่งวันก็หนึ่งวัน”
ท่านตากับท่านลุงใหญ่ต้องตายอย่างอเนจอนาถ แล้วยามนี้ยังไม่รู้ว่าท่านลุงเล็กจะเป็นตายร้ายดีเช่นไร หากท่านยายทราบเรื่อง เกรงว่าคงรับไม่ได้...
เช่นนั้นตระกูลเซี่ยก็จะสูญสิ้นจริง ๆ แล้ว
เถ้าแก่หยุนจึงกล่าวต่อ “เพราะเหตุนี้ข้าจึงรั้งเซี่ยอันไว้ แล้วเร่งมาแจ้งใต้เท้าราชครูกับคุณชายรอง แต่ไม่คิดเลยว่า...”