"อึแมว" บอกอะไรเราได้บ้าง? สัญญาณสุขภาพที่เหล่าทาสไม่ควรมองข้าม

"อึแมว" บอกอะไรเราได้บ้าง? สัญญาณสุขภาพที่เหล่าทาสไม่ควรมองข้าม

"อึแมว" บอกอะไรเราได้บ้าง? สัญญาณสุขภาพที่เหล่าทาสไม่ควรมองข้าม
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สังเกต "อึแมว" บอกอะไรได้บ้าง? รวมสัญญาณเตือนสุขภาพที่เจ้าของควรรู้

อุจจาระของแมวเป็นตัวบ่งชี้ถึงสุขภาพทางเดินอาหารและสุขภาพโดยรวมของน้องแมวได้อย่างดีเยี่ยม การหมั่นสังเกตสี รูปแบบ และลักษณะของ อึแมว เป็นประจำจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทาสแมวไม่ควรมองข้าม เพื่อให้สามารถรู้ถึงความผิดปกติและพาไปพบสัตวแพทย์ได้ทันท่วงที

"อึแมว" บอกอะไรเราได้บ้าง? แล้วสังเกตได้ยัง?

1. สัญญาณจากสีของอึแมว

  • สีดำ/คล้ายยางมะตอย: เป็นสัญญาณอันตราย อาจบ่งบอกถึงเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนต้น
  • สีแดง/มีเลือดสดปน: อาจมีเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนปลาย (เช่น ลำไส้ใหญ่หรือทวารหนัก) หรือมีอาการอักเสบ
  • สีเขียว: อาจเกิดจากการย่อยอาหารเร็วเกินไป, การกินหญ้า, หรือกินอาหารเสริม/สีผสมอาหารบางชนิด
  • สีเหลือง/ส้ม: อาจเกี่ยวข้องกับปัญหาเกี่ยวกับตับ, ถุงน้ำดี, หรือความผิดปกติในการดูดซึมอาหาร
  • สีขาว/เทาซีด: เป็นสัญญาณอันตราย อาจบ่งบอกถึงปัญหาตับอ่อน หรือภาวะน้ำดีอุดตัน
  • มีจุดขาวเล็กๆปน: มักเป็นสัญญาณของ พยาธิ โดยเฉพาะพยาธิตัวตืด

2. รูปร่าง

  • แข็ง แห้ง เป็นเม็ดเล็กๆ: บ่งบอกถึง ท้องผูก หรือภาวะ ขาดน้ำ ควรให้แมวดื่มน้ำมากขึ้น
  • นิ่ม แต่ยังคงรูปได้บ้าง (คล้ายยาสีฟัน): อาจเกิดจากท้องไส้ปั่นป่วนเล็กน้อย, ความเครียด, หรือการเปลี่ยนอาหาร
  • เหลว หรือ เป็นกองไม่มีรูปทรง: บ่งบอกถึง ท้องเสีย อาจเกิดจากการติดเชื้อ, ภูมิแพ้อาหาร, หรืออาหารไม่ย่อย
  • เหลวเป็นน้ำ: ท้องเสียรุนแรง เสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ ต้องรีบแก้ไข

3. กลิ่นของอึแมว และความถี่ในการขับถ่าย

  • กลิ่นปกติ: ถึงแม้อึแมวจะมีกลิ่น แต่ถ้าสุขภาพดีกลิ่นจะไม่รุนแรงจนเกินไป
  • กลิ่นเหม็นรุนแรงผิดปกติ: อาจบ่งบอกถึงปัญหาการย่อยอาหาร, การติดเชื้อแบคทีเรีย, หรืออาหารที่ไม่เหมาะสม

 4. ความถี่และพฤติกรรมการขับถ่าย

  • อึน้อยลง/ไม่ถ่ายเลย 2 วัน: อาจเป็น อาการท้องผูก หรือมีภาวะอุดตัน
  • ถ่ายบ่อยเกินไป หรือ เบ่งนานผิดปกติ: อาจบ่งบอกถึงอาการท้องเสีย, ท้องผูก, หรือความเจ็บปวดขณะขับถ่าย

สรุปสิ่งที่ควรทำเมื่อพบความผิดปกติของอึแมว

หากทาสแมวสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในอุจจาระของแมวที่คงอยู่ต่อเนื่องเกินกว่า 1–2 วัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น อาเจียน ซึม เบื่ออาหาร ควรรีบปรึกษาสัตวแพทย์ เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องเพื่อสุขภาพที่ดีของน้องแมวc

แหล่งอ้างอิง

  1. Zoetis Petcare
  2. Purina UK
  3. Royale Canin

อ่านเพิ่มเติม:

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล