ไทยมีครบ! เว็บนอกอวย 6 อาหาร "ดีที่สุดในโลก" เปรียบยาอายุวัฒนะ ต้านแก่-ผิวเนียนเด้ง

เว็บนอกอวย 6 อาหาร “ดีที่สุดในโลก” สำหรับต้านแก่ บำรุงผิวสวยใส อ่อนเยาว์กว่าวัย ที่หาได้ง่ายในทุกวัน!
บนโต๊ะอาหารในชีวิตประจำวันของเรา มี "ยาอายุวัฒนะจากธรรมชาติ" ที่ช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม มีชีวิตชีวา และทำให้คุณดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงได้ นี่คือ 6 อาหารที่ควรรับประทานเป็นประจำ เพราะนอกจากจะอร่อย ราคาไม่แพงแล้ว ยังเห็นผลชัดเจนในการดูแลผิว
เมื่อเข้าสู่วัย 30 ปี ผู้หญิงหลายคนเริ่มสังเกตเห็นสัญญาณของความร่วงโรย เช่น ผิวแห้ง แต่งหน้าแล้วเป็นคราบ รู้สึกเหนื่อยล้าในช่วงบ่าย และสภาวะทางอารมณ์ลดลง แท้จริงแล้ว การชะลอวัยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องสำอางราคาแพงเสมอไป
1. บลูเบอร์รี (Blueberry)
ผลไม้ลูกเล็ก ๆ นี้คือ "นักรบ" แนวหน้าในการต่อต้านความชรา บลูเบอร์รีอุดมไปด้วยแอนโธไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องผิวจากอันตรายของรังสี UV ลดเลือนริ้วรอยรอบดวงตาและมุมปาก และปรับปรุงผิวที่หมองคล้ำ นอกจากนี้ บลูเบอร์รียังมีน้ำตาลต่ำ จึงสามารถรับประทานได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนัก
วิธีการรับประทาน
แนะนำให้ผสมบลูเบอร์รีกับโยเกิร์ตและข้าวโอ๊ต เพื่อทำเป็นเมนู "โยเกิร์ตบลูเบอร์รี" สำหรับมื้อเช้า ซึ่งทั้งอร่อยและช่วยบำรุงผิวให้สวยงาม
2. ปวยเล้ง (Spinach)
ผิวพรรณที่ดูซีดเซียวและริมฝีปากที่ขาดสีชมพูมักเกิดจากการที่ร่างกายขาดเลือด ปวยเล้ง (หรือผักโขม) มีธาตุเหล็กและกรดโฟลิกสูง ซึ่งช่วยเสริมสร้างเลือดและพลังงาน ทำให้ผิวพรรณดูสดใสอมชมพู และลดอาการมือเท้าเย็นได้
วิธีการรับประทาน
แนะนำให้ทำไข่ม้วนปวยเล้ง โดยนำผักไปลวกน้ำเดือดเล็กน้อย หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ผสมกับไข่แล้วนำไปทอดเป็นแผ่นบาง ๆ เมนูนี้อร่อยและได้สารอาหารครบถ้วน ข้อควรระวัง: ควรนำผักไปลวกในน้ำเดือดประมาณ 1 นาที ก่อนนำมาปรุงอาหาร เพื่อลดกรดออกซาลิก (Oxalic Acid) ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น
3. ปลาแซลมอน (Salmon)
โอเมก้า 3 ในปลาแซลมอนช่วยลดการอักเสบ รักษาความชุ่มชื้นของผิว ป้องกันผิวแห้งลอก และช่วยปรับอารมณ์ให้คงที่ ผู้หญิงที่รับประทานปลาแซลมอนเป็นประจำมักจะมีผิวที่นุ่มนวล เป็นสิวได้ยาก และดูมีชีวิตชีวา
วิธีการรับประทาน
แนะนำให้นำปลาแซลมอนไปทอดหรือย่างกับเนย โรยเกลือพริกไทยเล็กน้อย แล้วบีบน้ำมะนาวเพิ่มความอร่อย หากต้องการมื้อที่เบาท้อง สามารถนำไปทำเป็นข้าวต้มปลาแซลมอนกับผักได้ ข้อควรระวัง: ปลาแซลมอนสดจะอร่อยกว่าปลาแช่แข็ง หากมีราคาสูง สามารถทดแทนด้วยปลาแมคเคอเรล หรือปลาแฮร์ริ่ง ซึ่งมีโอเมก้า 3 สูงเช่นกัน
4. เห็ดหูหนูขาว (Snow Fungus)
เห็ดหูหนูขาว (หรือ Silver Ear) อุดมไปด้วยคอลลอยด์จากพืช (Plant Collagen) ซึ่งช่วยรักษาความชุ่มชื้น ทำให้ผิวเต่งตึงและเนียนนุ่ม อาหารชนิดนี้มีความอ่อนโยนต่อร่างกาย สามารถรับประทานได้ทุกวันโดยไม่ทำให้เกิดอาการร้อนใน
วิธีการรับประทาน
แนะนำให้ปรุงเป็นของหวาน เช่น ต้มเห็ดหูหนูขาวกับเม็ดบัว, รากบัว, และน้ำตาลกรวดเล็กน้อย รับประทานแบบเย็นเป็นของหวานคลายร้อน ในฤดูร้อนอาจเพิ่มลูกแพร์และน้ำผึ้ง เพื่อทำเป็นเครื่องดื่มบำรุงผิว ข้อควรระวัง: ควรแช่เห็ดหูหนูขาวในน้ำอุ่นประมาณ 1-2 ชั่วโมง ไม่ควรใช้น้ำร้อนจัด และขณะต้มให้คนส่วนผสมเรื่อย ๆ เพื่อให้คอลลอยด์ออกมาได้ง่าย
5. วอลนัท (Walnut)
การรับประทานวอลนัทเพียงไม่กี่เม็ดต่อวันจะช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว ต่อต้านความแห้งและอาการคันในช่วงที่อากาศแห้ง นอกจากนี้ วอลนัทมีฟอสโฟลิพิด (Phospholipid) ซึ่งช่วยเสริมสร้างความจำ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิงที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน
วิธีการรับประทาน
แนะนำให้บดวอลนัทโรยบนโจ๊กข้าวโอ๊ตในมื้อเช้า หรือนำไปปั่นรวมกับงาดำทำเป็นเนยทาขนมปัง ซึ่งให้รสชาติหอมมันและดีต่อสมอง ข้อควรระวัง: ควรเลือกชนิดที่มีเปลือกจะมีความสดใหม่กว่า และเก็บรักษาได้นาน
6. มะเขือเทศ (Tomato)
มะเขือเทศอุดมไปด้วยไลโคปีน (Lycopene) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ช่วยปกป้องผิวจากรังสีอัลตราไวโอเลต ลดรอยฝ้า จุดด่างดำ และยังดีต่อสุขภาพมดลูก มะเขือเทศเป็นผักราคาถูกและหาซื้อได้ตลอดปี
วิธีการรับประทาน
เมนูไข่ผัดมะเขือเทศเป็นเมนูที่เรียบง่ายและรับประทานกับข้าวได้อร่อย ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนได้สูงสุด เมื่อมะเขือเทศผ่านการปรุงให้สุก ข้อควรระวัง: ไม่ต้องกังวลว่าความร้อนจะทำลายสารอาหาร เพราะไลโคปีนจะถูกดูดซึมได้ง่ายขึ้นเมื่อผ่านการให้ความร้อน
- เตือนแล้วนะ! ผัก 2 ชนิด "ต้องลวก" ก่อนกิน ขี้เกียจแค่ไหนก็ต้องทำ ถ้าไม่อยากป่วย
- เตือน 3 พฤติกรรม “ผิด” ตอนซาวข้าว เป็นพิษต่อทั้งครอบครัว แต่หลายคนทำเพราะสะดวก!

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)


