เคล็ดลับอายุยืน บัฟเฟตต์-ทรัมป์ แม้ชอบน้ำอัดลม วิจัยพบ "ปัจจัยลับ" สำคัญกว่าอาหาร

เคล็ดลับอายุยืน บัฟเฟตต์-ทรัมป์ แม้ชอบน้ำอัดลม วิจัยพบ "ปัจจัยลับ" สำคัญกว่าอาหาร

เคล็ดลับอายุยืน บัฟเฟตต์-ทรัมป์ แม้ชอบน้ำอัดลม วิจัยพบ "ปัจจัยลับ" สำคัญกว่าอาหาร
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เผยเคล็ดลับอายุยืนของ "วอร์เรน บัฟเฟตต์-ทรัมป์" แม้ชอบดื่มน้ำอัดลม แต่มีสิ่งหนึ่งที่สำคัญกว่าอาหาร

วอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีนักลงทุน วัย 95 ปี และโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ วัย 79 ปี ต่างเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ที่ชื่นชอบการดื่มน้ำอัดลมเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะบัฟเฟตต์ที่เคยเผยว่าเขาดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำควบคู่ไปกับอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่างแฮมเบอร์เกอร์และมันฝรั่งทอด ซึ่งขัดกับหลักการดูแลสุขภาพโดยทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาล่าสุดชี้ให้เห็นว่า ความลับของการมีอายุยืนยาวของบุคคลระดับโลกเหล่านี้อาจไม่ได้อยู่ที่สิ่งที่พวกเขารับประทาน แต่อยู่ที่ "เป้าหมายในชีวิต"

นพ.วังสือเหิง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู ชาวไต้หวัน ได้แบ่งปันข้อมูลผ่านเพจเฟซบุ๊ก "ห้องเรียนออกกำลังกาย 1 นาที" เกี่ยวกับงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Psychology and Aging เมื่อปี 2567 ซึ่งทำการติดตามกลุ่มตัวอย่างผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ เกือบ 6,000 คน เป็นเวลายาวนานถึง 23 ปี เพื่อวิเคราะห์ว่าระหว่าง "ความสุขในปัจจุบัน" กับ "เป้าหมายในชีวิต" สิ่งใดเป็นตัวชี้วัดความยั่งยืนของชีวิตที่แท้จริง

iStockphoto

เป้าหมายในชีวิต ปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงการเสียชีวิต

ผลการวิจัยระบุว่า หลังจากควบคุมตัวอย่างด้านอายุ เพศ โรคประจำตัว รวมถึงพฤติกรรมการดื่มสุราและสูบบุหรี่แล้ว พบว่าผู้ที่มีระดับ "การรับรู้ถึงเป้าหมายในชีวิต" สูง มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตในช่วง 23 ปีลดลงเฉลี่ยถึงร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน นพ.วังสือเหิงอธิบายเพิ่มเติมว่า คนที่มีทิศทางในชีวิตที่แน่นอนมักจะมีอายุยืนยาวกว่าคนที่เพียงแค่พอใจกับสภาพความเป็นอยู่ไปวันๆ

เหตุผลที่การมีเป้าหมายในชีวิตส่งผลต่อสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญ สามารถวิเคราะห์ได้เป็น 2 ประเด็นหลัก ดังนี้

  • การดูแลสุขภาพโดยอัตโนมัติ: คนที่มีเป้าหมายชัดเจนมักจะมีความเต็มใจในการดูแลรักษาร่างกายของตนเองมากกว่า เพราะพวกเขารู้สึกว่า "ยังมีสิ่งที่ต้องทำ" แรงจูงใจนี้ไม่ได้มาจากคำสั่งของคนรอบข้าง แต่มาจากภายในที่ต้องการรักษาความแข็งแรงไว้เพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ
  • โครงสร้างทางสังคมที่มั่นคง: การมีเป้าหมายมักมาพร้อมกับการมีเครือข่ายทางสังคมและโครงสร้างการใช้ชีวิตที่มั่นคง ซึ่งทั้งสองปัจจัยนี้เป็นเกราะป้องกันสุขภาพที่สำคัญ

ตัวอย่างจาก วอร์เรน บัฟเฟตต์ กับความสุขในการทำงาน

นพ.วังสือเหิง ยกตัวอย่างกรณีของบัฟเฟตต์ที่ตื่นนอนและรีบไปทำงานทุกวัน ไม่ใช่เพราะต้องการสะสมความมั่งคั่งเพิ่มเติม แต่เป็นเพราะเขารู้สึกว่างานที่ทำอยู่นั้นเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุดในโลก ความกระตือรือร้นในการใช้ชีวิตเช่นนี้เองที่เป็นปัจจัยช่วยพยุงสุขภาพแม้จะมีนิสัยการกินที่ไม่ถูกสุขลักษณะนัก

อย่างไรก็ตาม แพทย์ได้ให้ข้อสังเกตทิ้งท้ายว่า งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาเชิงสังเกตซึ่งไม่สามารถระบุความเป็นเหตุเป็นผลได้อย่างเบ็ดเสร็จ และไม่ควรนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการละเลยการควบคุมอาหาร โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาระบบเผาผลาญ เช่น โรคเบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง เนื่องจากเป้าหมายในชีวิตเพียงอย่างเดียวไม่สามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้หากขาดการดูแลทางกายภาพที่เหมาะสม

แหล่งอ้างอิง

  1. ETtoday
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล