หยุดก่อน! คน 4 กลุ่มนี้ แพทย์จีนเตือน งดกิน "ขิง" เสี่ยงเลือดออก-ความดันพุ่ง ช่วยรู้ตัวหน่อย!!

หยุดก่อน! คน 4 กลุ่มนี้ แพทย์จีนเตือน งดกิน "ขิง" เสี่ยงเลือดออก-ความดันพุ่ง ช่วยรู้ตัวหน่อย!!

หยุดก่อน! คน 4 กลุ่มนี้ แพทย์จีนเตือน งดกิน "ขิง" เสี่ยงเลือดออก-ความดันพุ่ง ช่วยรู้ตัวหน่อย!!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ขิงมีประโยชน์แต่ไม่ใช่ทุกคนที่กินได้! เช็กด่วน 4 กลุ่มเสี่ยงที่ควรเลี่ยงกินขิง อาจทำร้ายร่างกายมากกว่าดี

"ขิง" ไม่ใช่แค่เครื่องเทศคู่ครัวที่ช่วยชูรสชาติอาหารให้จัดจ้าน แต่ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นสมุนไพรชั้นเลิศที่มีสรรพคุณทางยามากมาย แต่รู้หรือไม่? ขิงไม่ได้เป็นยาบำรุงสำหรับทุกคน เพราะสำหรับบางคนแล้ว การทานขิงอาจส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างคาดไม่ถึง

ประโยชน์สุดปังของ "ขิง" ต่อสุขภาพ

ตามศาสตร์แพทย์แผนจีน ขิงมีรสเผ็ดร้อนและฤทธิ์อุ่น มีสรรพคุณช่วยขับไล่ความเย็นและให้ความอบอุ่นแก่กระเพาะอาหารและม้าม โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง ร่างกายเรามักจะได้รับความเย็นได้ง่าย ส่งผลให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องอืด หรือเจ็บคอ ไอเรื้อรัง การทานขิงจะช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

เราสามารถนำขิงมาปรุงอาหาร ชงเป็นชาดื่ม หรือแม้แต่นำมาต้มน้ำแช่เท้าเพื่อเพิ่มความอบอุ่นและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะการ "แช่เท้าด้วยน้ำขิง" ถือเป็นเคล็ดลับการดูแลสุขภาพชั้นยอด เพราะน้ำมันหอมระเหยในขิงจะช่วยกระตุ้นจุดฝังเข็มใต้ฝ่าเท้า ส่งเสริมการไหลเวียนเลือด และช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ขิงจะมีประโยชน์มหาศาล แต่ก็มีข้อควรระวังสำหรับบุคคลบางกลุ่ม ดังนี้

เตือน 4 กลุ่มเสี่ยงที่ "ไม่ควรทานขิง"

1. ผู้ที่มีไข้สูง

เนื่องจากขิงมีฤทธิ์ร้อน หากผู้ที่มีไข้สูงทานขิงเข้าไป จะยิ่งไปกระตุ้นให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นจนยากที่จะควบคุม ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

2. ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะเลือดออก

ผู้ที่มีอาการเลือดออกผิดปกติ เช่น เลือดออกตามไรฟัน เลือดกำเดาไหล ไอเป็นเลือด หรือริดสีดวงทวารขั้นรุนแรง ควรงดดื่มน้ำขิงหรือทานอาหารที่มีขิงเป็นส่วนประกอบหลัก เพราะขิงมีคุณสมบัติกระตุ้นหลอดเลือด อาจส่งผลต่อกระบวนการห้ามเลือด ทำให้เลือดหยุดไหลยากขึ้นหรือทำให้อาการเลือดออกรุนแรงกว่าเดิม

3. ผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหารอักเสบรุนแรง

รสเผ็ดร้อนของขิงจะไปกระตุ้นเยื่อบุและผนังกระเพาะอาหารที่กำลังอักเสบหรือเป็นแผล ทำให้เกิดอาการระคายเคือง แสบร้อน และอาจทำให้แผลในกระเพาะอาหารหายช้าลง

4. ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงที่ยังควบคุมไม่ได้

ด้วยฤทธิ์ร้อนและสรรพคุณในการกระตุ้นการไหลเวียนเลือด การบริโภคขิงในปริมาณมากอาจทำให้ความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน ดังนั้น ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงที่ยังไม่สามารถควบคุมอาการได้ ควรจำกัดปริมาณการทานขิงให้น้อยที่สุด

ใครบ้างที่ไม่ควร "แช่เท้าด้วยน้ำขิง"?

แม้การแช่เท้าด้วยน้ำขิงจะช่วยผ่อนคลายในหน้าหนาว แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับบุคคลต่อไปนี้:

  1. ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
  2. ผู้ที่มีโรคหัวใจและหลอดเลือด
  3. ผู้ที่เป็นเส้นเลือดขอด
  4. ผู้ที่มีแผลเปิดบริเวณเท้า
  5. ผู้ที่มีโรคผิวหนัง เช่น เชื้อรา หรือ กลากเกลื้อน
  6. สตรีมีครรภ์

การดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องใช้อย่างมีความรู้และพอดี เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดและปลอดภัยต่อร่างกายของเรา

 

อัลบั้มภาพ 6 ภาพ

อัลบั้มภาพ 6 ภาพ ของ หยุดก่อน! คน 4 กลุ่มนี้ แพทย์จีนเตือน งดกิน "ขิง" เสี่ยงเลือดออก-ความดันพุ่ง ช่วยรู้ตัวหน่อย!!

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล