ผปค.ช็อกมาก ลูกชาย 11 ขวบ มือเกร็ง-หายใจลำบาก หลังจากทำ “การบ้าน” ที่ครูมอบให้!

ผปค.ช็อกมาก ลูกชาย 11 ขวบ มือเกร็ง-หายใจลำบาก หลังจากทำ “การบ้าน” ที่ครูมอบให้!

ผปค.ช็อกมาก ลูกชาย 11 ขวบ มือเกร็ง-หายใจลำบาก หลังจากทำ “การบ้าน” ที่ครูมอบให้!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เด็กชาย 11 ขวบช็อก! เข้ารักษาตัวหลังทำการบ้านช่วงปิดเทอม 14 ชั่วโมงติดต่อกัน

เหตุการณ์ของเด็กชายชื่อ "เหลียงเหลียง" อายุ 11 ปี ที่เมืองฉางซา มณฑลหูหนาน ประเทศจีน กำลังเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ หลังจากที่เขาต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยอาการชักและอาการแปลกๆ หลังจากนั่งทำการบ้านช่วงปิดเทอมอย่างหนักถึง 14 ชั่วโมงโดยไม่พักผ่อน

ตามข้อมูลจากครอบครัวระบุว่า เหลียงเหลียงเริ่มนั่งทำการบ้านตั้งแต่ 8 โมงเช้าและหยุดเมื่อ 4 ทุ่ม โดยแทบไม่ได้พักเลย ทำให้เกิดอาการหายใจเร็ว ใจสั่น วิงเวียนศีรษะ ปวดหัว มือและเท้าชา รวมถึงกล้ามเนื้อเกร็งผิดปกติ

ทันทีที่เกิดอาการผิดปกติ พ่อแม่รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ฉางซา ที่แผนกฉุกเฉินเด็ก แพทย์วินิจฉัยว่าเขาเกิดอาการ Hyperventilation หรือภาวะหายใจเกิน ซึ่งมักเกิดจากความเครียดและความตื่นเต้นอย่างมาก

อันตรายจากภาวะ "หายใจเกิน" เด็กป่วยเพิ่มขึ้น 10 เท่า

อาการนี้นอกจากทำให้หายใจลำบาก ใจสั่น และเวียนศีรษะ ยังทำให้มือ เท้า ปาก และแม้แต่ร่างกายชาอย่างรุนแรง ในบางรายอาจเกิดกล้ามเนื้อเกร็งตัวเต็มที่ หรือที่เรียกว่า “มือไก่” ซึ่งเป็นอันตรายที่ต้องรีบได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

ในกรณีของเหลียงเหลียง แพทย์ที่ทำการรักษาได้ให้ใช้หน้ากากออกซิเจน และสอนวิธีการหายใจให้ช้าลง หลังจากนั้นเพียงไม่นานอาการก็ดีขึ้น

อย่างไรก็ดี โรงพยาบาลศูนย์ฉางซาระบุว่า ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีเด็กและวัยรุ่นเข้ารักษาอาการคล้ายคลึงกับเหลียงเหลียงกว่า 30 ราย เพิ่มขึ้นมากถึง 10 เท่าจากเดือนก่อนหน้า โดยสาเหตุหลักคือความเครียดจากการเรียนและความกดดันทางอารมณ์

นายเฉียง เสี่ยวฝู หัวหน้าแผนกเด็ก โรงพยาบาลศูนย์ฉางซา เตือนว่า ภาวะหายใจเร็วเกินไปอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้หากไม่ได้รับการช่วยเหลือทันเวลา

  • พ่อแม่ควรช่วยให้เด็กสงบใจและปรับวิธีหายใจให้ช้าลง
  • หลีกเลี่ยงการกดดันเด็กในช่วงใกล้สอบหรือทำงานที่มีความเครียดสูง
  • สังเกตอาการผิดปกติและรีบนำเด็กไปพบแพทย์ทันทีหากมีอาการชักหรือกล้ามเนื้อเกร็ง

นอกจากความกดดันทางการเรียนแล้ว ภาวะนี้ยังสามารถเกิดจากความวิตกกังวล ความกลัว การทะเลาะกับเพื่อน หรือแม้แต่การใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน

บทเรียนสำคัญ เสียงสะท้อนจากผู้ปกครองและสังคม

เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางบนโลกโซเชียลจีน มีผู้แชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับความกดดันจากการเรียนและการทำการบ้านจนดึกดื่น บางคนให้คำแนะนำว่าควรวางแผนเวลาเรียนและพักผ่อนให้เหมาะสมเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพ

กรณีของเหลียงเหลียง ไม่เพียงเป็นเครื่องเตือนใจถึงความรุนแรงของความเครียดทางการเรียนในเด็กเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนให้พ่อแม่ในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ดูแลสุขภาพกายและใจของเด็กอย่างรอบด้าน เพราะการเรียนรู้และพัฒนาต้องเริ่มจากพื้นฐานที่แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล