รอดตายมาเตือน! หญิงได้ยิน "เสียงนี้" จากในอก ช็อกซ้ำแพทย์วินิจฉัย เหลือชีวิตแค่ 24 ชม.

รอดตายมาเตือน! หญิงได้ยิน "เสียงนี้" จากในอก ช็อกซ้ำแพทย์วินิจฉัย เหลือชีวิตแค่ 24 ชม.

รอดตายมาเตือน! หญิงได้ยิน "เสียงนี้" จากในอก ช็อกซ้ำแพทย์วินิจฉัย เหลือชีวิตแค่ 24 ชม.
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

 หญิงวัย 45 ฟิตหุ่นประจำ แต่เกือบเสียชีวิตกลางฟิตเนส หลังได้ยินเสียง "เหมือนฟองอากาศ" ในร่างกาย แพทย์ยังบอกเหลือชีวิตแค่ 24 ชม. แต่รอดตายปาฏิหาริย์!

เหตุการณ์ระทึกนี้เกิดขึ้นกับ Marie-Anne August หญิงชาวอังกฤษวัย 45 ปี ผู้มีไลฟ์สไตล์แอคทีฟและออกกำลังกายเป็นประจำตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทว่าระหว่างการออกกำลังกายในคลาส CrossFit วันหนึ่ง เธอกลับรู้สึกเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรง พร้อมได้ยินเสียงฟู่ๆ "เหมือนฟองอากาศผุดขึ้นในร่างกาย" ก่อนที่แพทย์จะวินิจฉัยว่าเธอ “เหลือเวลาเพียง 24 ชั่วโมงในการมีชีวิตอยู่” หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

เธอเล่าถึงเหตุการณ์ในวันนั้นว่า ระหว่างที่กำลังฝึกด้วยเครื่องพายเรือด้วยความเข้มข้นสูง จู่ๆ รู้สึกเหมือนหน้าอกถูกฉีกออกเป็นสองส่วน พร้อมกับเสียงแปลกๆ ภายในร่างกาย เธอรีบไปโรงพยาบาลทันที เข้ารับการตรวจเลือดและคลื่นไฟฟ้าหัวใจ(ECG) ซึ่งผลออกมาว่าปกติดี จึงถูกส่งกลับบ้านโดยไม่มีการวินิจฉัยอาการรุนแรงใดๆ

แต่เธอกลับยังคงรู้สึกไม่สบาย และในอีกสองวันต่อมา อาการเริ่มแย่ลงอย่างชัดเจน จนครอบครัวต้องพาเธอกลับไปโรงพยาบาลอีกครั้ง เธอบรรยายความรู้สึกในตอนนั้นว่า "ฉันหายใจแทบไม่ออก และความเจ็บปวดนั้นรุนแรงจนแทบทนไม่ไหว"

ครั้งนี้ แพทย์ทำการ CT-Scan และพบว่าเธอกำลังประสบภาวะ “แยกตัวของหลอดเลือดแดงใหญ่” (Aortic Dissection) ซึ่งเป็นภาวะอันตรายที่เกิดจากผนังของหลอดเลือดแดงใหญ่เกิดรอยแยก ทำให้เลือดรั่วไหลเข้าไปในชั้นผนังหลอดเลือด หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน อัตราการเสียชีวิตจะเพิ่มขึ้น 1-3% ทุกๆ ชั่วโมง

เธอถูกส่งตัวฉุกเฉินไปยังโรงพยาบาลเฉพาะทางทันที และเข้ารับการผ่าตัดที่กินเวลาหลายชั่วโมง โดยแพทย์ระบุว่า เธอเหลือเวลาชีวิตอยู่เพียงประมาณ 24 ชั่วโมงเท่านั้น หากไม่ได้รับการรักษา โชคดีที่สภาพร่างกายแข็งแรงจากการออกกำลังกายมาอย่างยาวนาน มีส่วนช่วยให้เธอสามารถประคองชีวิตได้นานพอจนถึงเวลาผ่าตัด

ไม่เพียงเท่านั้น แต่หลังผ่าตัดสำเร็จ การฟื้นตัวถือเป็นอีกหนึ่งบททดสอบชีวิต เธอต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับข้อจำกัดใหม่ของร่างกาย ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเคยภาคภูมิใจในความแข็งแกร่งของตนเอง

เธอยังเผยด้วยว่า ภาวะนี้พบได้มากในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป ซึ่งมีอัตราเกิดประมาณ 35 ราย ต่อ 100,000 รายต่อปี อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่ออกกำลังกายหนัก เช่น นักกีฬาพายเรือ ยกน้ำหนัก หรือวิ่งเร็ว ก็มีความเสี่ยงด้วยเช่นกัน โดยอ้างอิงจากงานวิจัยของสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (NIH)

แม้จะเคยได้รับการวินิจฉัยผิดในครั้งแรก แต่ Marie-Anne ไม่ได้โทษแพทย์ "ภาวะนี้ตรวจพบได้ยากมาก หากไม่ได้ทำ CT Scan" เธอกล่าว พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการให้ความรู้เพิ่มเติมในห้องฉุกเฉินเกี่ยวกับอาการที่ดูภายนอกอาจไม่รุนแรง แต่แฝงไว้ด้วยความอันตรายถึงชีวิต "ไม่ใช่ความผิดของใคร แต่อยากให้มีการตระหนักรู้มากกว่านี้ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะโชคดีเหมือนฉัน" เธอกล่าวย้ำ

เรื่องราวของ Marie-Anne เป็นเครื่องเตือนใจว่า แม้จะมีสุขภาพดีเพียงใด ร่างกายก็อาจส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้าเมื่อเกิดความผิดปกติ ดังนั้น การฟังเสียงเตือนจากร่างกายของตนเองอย่างใกล้ชิด อาจเป็นปัจจัยชี้เป็นชี้ตายที่สำคัญที่สุดก็ได้


แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล