ยื่นหนังสือรัฐสภา กองทุน 88 ล้าน เหลือ 844 บาท เป็นข่าวตั้งแต่ต้นปียังเงียบ เงินสาบสูญ

ยื่นหนังสือรัฐสภา กองทุน 88 ล้าน เหลือ 844 บาท เป็นข่าวตั้งแต่ต้นปียังเงียบ เงินสาบสูญ
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

แม่ค้าพ่อค้ายื่นหนังสือรัฐสภา กองทุน 88 ล้าน เหลือ 844 บาท เงินที่ฝากไปหายสาบสูญ ถอนไม่ได้

จากกรณีเมื่อวันที่ 3 ก.พ.65 ที่กองทุนชุมชนปากเกร็ดร่วมใจ 2 (ตลาดพิชัยปากเกร็ด) ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดพิชัย นับร้อยคนรวมตัวเข้าทวงถามสิทธิ์ ที่พ่อค้าแม่ค้าแต่ละคนนำเงินเข้าไปฝากกับกองทุน ซึ่ง 3-4 เดือนที่ผ่านมา ทางพ่อค้าแม่ค้าถึงถอนเงินไม่ได้จึงได้สอบถามกับเจ้าหน้าที่และได้คำตอบว่าทางกองทุนไม่มีเงินที่จะให้ถอนและเป็นที่คาใจกับพ่อค้าแม่ค้าแต่ละคนว่าเงินที่แต่ละคนฝากเข้าไปมันหายไปไหนหมด และที่ผ่านมาก็ได้ตรวจสอบดูแล้วว่าเงินทั้งหมดในกองทุน 88 ล้านบาท แต่ทุกวันนี้เงินในกองทุนเหลือเพียง 844 บาทเท่านั้น ยิ่งเป็นที่คาใจกับคนที่เอาเงินเข้าไปฝาก

และช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา ทางคณะกรรมการ ผู้บริหารชุดเก่าทั้งหมด 12 คนได้หมดวาระในการทำงานและได้ออกไปหมดแล้ว และคณะกรรมการชุดใหม่ได้เข้ามารับหน้าที่แทน จึงได้เข้ามาทวงถามว่าเงินจะถอนได้เมื่อไหร่เพราะพ่อค้าแม่ค้าแต่ละคนเดือดร้อนเหมือนกัน เงินตัวเองแท้ๆ แต่กลับถอนไม่ได้

ล่าสุดวันที่ 25 มิ.ย.65 ที่สถาบันการเงินชุมชนร่วมใจปากเกร็ด 2 อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี พ่อค้า-แม่ค้า ถือป้ายประท้วงรวมตัวกัน เรียกร้องทวงถามสิทธิ์หลังนำเงินไปฝากกับทางกองทุน 88 ล้านแต่เหลือเงินเพียงแค่ 844 บาท นายราม ประธานศูนย์ประสานงานพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ตอนนี้เรื่องทั้งหมดเข้าไปอยู่ในรัฐสภาเรียบร้อย กำลังอยู่ในขั้นของกรรมาธิการกำลังสืบสวนสอบสวน ก่อนหน้านี้เคยไปตามเรื่องที่ สภ.ปากเกร็ดแล้วแต่ไม่มีความคืบหน้า ชาวบ้านจึงได้รวมตัวกันมาปรึกษาและยื่นเรื่องเข้าสภาเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.65 และในวันที่ 23 มิ.ย. เรื่องก็ถูกนำเข้าที่รัฐสภาเรียบร้อยแล้ว

หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่รัฐสภาก็จะทำการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปชี้แจง ซึ่งในวันนี้มีชาวบ้านมารวมตัวกันหน้าสถาบันการเงิน แต่ไม่มีใครอยู่มีเพียงป้ายไว้ว่าไปสัมมนากันที่ไหนก็ไม่ทราบ ชาวบ้านหลายคนเคยติดต่อไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องแต่ไม่สามารถติดต่ออะไรได้เลยและยังไม่มีการออกมาชี้แจงอะไรเลย อยากให้ทางสถาบันการเงินออกมาชี้แจงเพราะว่าช่วงนี้เศรษฐกิจเป็นแบบนี้ ชาวบ้านเองก็แย่เหมือนกัน

ด้าน นางประวิทย์ อายุ 86 ปี ฝากเงินจำนวน 5 ล้านบาท วันนี้ก็เดินทางมาร่วมกับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน โดยเขียนป้ายระบุข้อความว่า "เงินยายอยู่ไหน ยายหามาทั้งชีวิต ขอยายคืนเถอะ" พร้อมกับกล่าวทั้งน้ำตาว่า นอนร้องไห้น้ำตาไหล เอาเงินมาฝากไม่เคยคิดว่าจะเป็นอย่างนี้ อยากจะได้เงินเอาไว้รักษาตัวเอาไว้ไปหาหมอเวลาป่วยไข้ เงินที่ฝากไว้หวังเอาไว้เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยเบิกไม่ได้ เมื่อคืนก็นอนร้องไห้น้ำตาไหล เอาเงินมาฝากไว้ที่นี้ที่เดียวลูกหลานมาฝากไว้ร่วมกันตั้งหลายสิบบัญชี รวมกันก็กว่า 5 ล้าน

ทางด้าน นายปรีติ เจริญศิลป์ หรือ ทนายแตง ในวันนี้ก็เดินทางร่วมกับชาวบ้านหลังจากมีตัวแทนชาวบ้านไปร้องเรียนที่ศูนย์ประสานงานพรรคก้าวไกล โดยชี้แจงว่าตนไม่เคยนิ่งเฉยและเคยมาร่วมฟังตอนประชุมไปแล้วครั้งนึง แต่ก็ไม่ได้รับความชัดเจนใดๆ ประธานเองก็ไม่ชี้แจงรายละเอียดให้ทุกคนทราบว่าเกิดอะไรขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการมาแล้ว 1 ชุด ส่วนชุดเก่า ก็ไม่เคยมาชี้แจง ตนจึงได้ขอข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องและร่างหนังสือประสานงานกับพรรคก้าวไกล รองกรรมาธิการการเงินสภาผู้แทนราษฎร ส.ส.เต้ อยู่ที่นนทบุรี จึงฝากให้เขาช่วยรับเรื่องนี้ และปรึกษาหารือว่าจะทำอย่างไร ตนจึงได้ขอรายชื่อผู้เสียหายในวันนั้นมีประมาณ 90 กว่าคน และได้ร่างหนังสือและนำไปยื่นที่รัฐสภา โดยทางรัฐสภาได้รับหนังสือไปแล้วเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2565 หลังจากนี้กรรมาธิการเขาจะใช้อำนาจตามกฎหมาย ในการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงรวมไปถึงเจ้าหน้าที่รัฐและตำรวจถึงความคืบหน้าของคดีนี้ด้วย อีกไม่นานเราจะได้รับคำตอบความชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้นและใครที่จะต้องรับผิดชอบเรื่องนี้