ลีแนะหาแนวทางใหม่ขยาย ศก.

ไต้หวันถกการค้าจีนที่เอเปก

นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์เรียกร้องผู้นำเอเปกหาวิธีการใหม่ในการเพิ่มอัตราการ เติบโตทางเศรษฐกิจเพื่อประโยชน์ของประชาชนที่ยากจนในภูมิภาค ส่วนผู้แทนไต้หวันจะอาศัยเวทีเอเปกคุยการค้ากับจีน

นายกรัฐมนตรีลี เซียน หลุง ของสิงคโปร์ เรียกร้องผู้นำในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งจะประชุมกันในสิงคโปร์สัปดาห์นี้ ให้สรรหารูปแบบกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจแบบใหม่ที่จะก่อให้เกิดผลประโยชน์ต่อประเทศยากจน ทั้งนี้ นายลี ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศความร่วมมือด้านเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปก ระบุในจดหมายฉบับหนึ่งที่ส่งถึงผู้นำของชาติสมาชิกอีก 20 คนว่า เอเปกต้องหารูปแบบการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบใหม่ และทำให้เกิดความมั่นใจว่า ประโยชน์จะตกถึงประชาชนของประเทศสมาชิกมากขึ้น

ผู้นำสิงคโปร์ระบุในจดหมายของเขา ซึ่งสำนักข่าว เอเอฟีนำออกมาเผยแพร่ว่า เราจะประชุมกันในช่วงเวลาที่สำคัญต่อเศรษฐกิจโลก ในขณะที่มีสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจปรากฏ แต่ภาพรวมยังไม่มีความแน่นอน แต่แม้ว่า เราจะมุ่งเน้นไปที่การทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างยั่งยืน เราก็จำเป็นต้องมองไปให้ไกลกว่านี้ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับเศรษฐกิจในช่วงหลังวิกฤติ เนื่องจากจะไม่สามารถทำธุรกิจอย่างเดิมได้อีกแล้ว

ส่วนนายเหลียน ชาน อดีตรองประธานาธิบดีไต้หวัน เผยว่า เขาจะพบกับประธานาธิบดีหู จิ่นเทา ของจีน ระหว่างการประชุมผู้นำกลุ่มเอเปก ซึ่งจะจัดขึ้นในสิงคโปร์ระหว่างวันที่ 14-15 พ.ย.นี้ เพื่อพูดคุยเรื่องข้อตกลงการค้าเสรีบางส่วนกับจีน แต่จะไม่มีการหารือในประเด็นการเมือง คำให้สัมภาษณ์ของนายเหลียน สอดคล้องกับความพยายามที่ดำเนินมานานหลายเดือนของประธานาธิบดีหม่า อิง-จิว ผู้นำไต้หวัน ในการส่งเสริมความสัมพันธ์การค้าให้ใกล้ชิดกับจีน เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิที่ซบเซาของไต้หวัน โดยนายเหลียนเผยกับผู้สื่อข่าวว่า จะช่วยเป็นธุระจัดการเจรจาอย่างเป็นทางการกับรัฐบาลไต้หวันและรัฐบาลจีนเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าเสรีบางส่วน แต่ยังไม่มีการกำหนดเวลา และสถานที่อย่างชัดเจน

ด้านมิน ลวิน อธิบดีกระทรวงต่างประเทศพม่า กล่าวว่า รัฐบาลทหารพม่าอาจยอมปล่อยตัวนางออง ซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านพม่าในเร็ว ๆ นี้ เพื่อให้เธอสามารถเข้ามา มีบทบาทในการเลือกตั้งทั่วไปปีหน้า โดยถ้อยแถลงของนายมิน ลวิน ก็ไม่ได้ต่างจากถ้อยแถลงที่เอาอะไรแน่ไม่ได้ของรัฐบาลเผด็จการทหารพม่าในช่วงหลายปีมานี้ ซึ่งเคยแถลงหลายครั้งว่า มีเจตนาที่จะปล่อยนางซูจี ในเร็ววัน แต่ก็ไม่เคยกำหนดกรอบเวลาที่แน่นอน และไม่มีการเคลื่อนไหวที่แท้จริงที่จะปล่อยตัวเธอ.