ปิดจุดเที่ยวใกล้เหวสุวัต-สัตวแพทย์ชี้อุตริปล่อยตะเข้เลี้ยง
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/164/822154/panthepb.jpgปิดจุดเที่ยวใกล้เหวสุวัต-สัตวแพทย์ชี้อุตริปล่อยตะเข้เลี้ยง

ปิดจุดเที่ยวใกล้เหวสุวัต-สัตวแพทย์ชี้อุตริปล่อยตะเข้เลี้ยง

แชร์เรื่องนี้

อุทยานเขาใหญ่ปักป้ายระวังจระเข้10จุด ขอเรือออกตามจับ ถ้าพันธุ์เดียวที่แก่งกระจาน-ปางสีดาน่าอนุรักษ์ ปานเทพ ชี้ไม่ใช่พันธุ์น้ำจืดในธรรมชาติ

ความคืบหน้ากรณีพบจระเข้ขนาดใหญ่ยาว 2 เมตร โผล่กลางอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ล่าสุด วันนี้(4 ก.ย.) นายเกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ได้สั่งห้ามนักท่องเที่ยวและคนภายนอกเข้าบริเวณผากล้วยไม้และลำห้วยลำตะคอง เป็นเส้นทางเดินไปน้ำตกเหวสุวัต จุดที่พบจระเข้ขนาดใหญ่ 2 ตัวขึ้นมานอนผึ่งแดดแล้ว

รวมทั้งห้ามลงเล่นน้ำเป็นการชั่วคราว เนื่องจากเกรงจะเกิดอันตรายกับนักท่องเที่ยว และจระเข้จะตื่นหนีไปยากต่อการติดตามจับ โดยเฉพาะเป็นห่วงช่วงวันหยุดเสาร์และอาทิตย์นี้ นักท่องเที่ยวรู้ข่าวอาจจะอยากพิสูจน์ด้วยตัวเอง พากันแห่ไปเขาใหญ่ และมีการส่งเสียงดังรบกวน

สำหรับชุดไล่ล่าจระเข้คู่นี้ทางเขาใหญ่ได้แบ่งออกเป็น 2 ชุดๆ ละ 3-5 คนสลับสับเปลี่ยนล่องไปตามลำห้วยลำตะคอง โดยตั้งเป้าขอให้ตามตัวให้เจอ และหาวิธีการจับอย่างปลอดภัยทั้งตัวเจ้าหน้าที่และตัวจระเข้เอง เพื่อจะได้นำมาตรวจว่าเป็นสายพันธุ์เดียวกับที่เจอในแก่งกระจาน และปางสีดาหรือไม่ ซึ่งหากเป็นพันธุ์เดียวกันและเป็นตัวผู้ก็น่าจะเป็นโอกาสดีที่จะนำไปปล่อยที่แก่งกระจานที่มีจระเข้น้ำจืดตัวเมียในธรรมชาติอยู่

เมื่อถามว่าทางอุทยานเขาใหญ่ทราบมีจระเข้มาหลายปีแล้ว ทำไมถึงไม่จัดการ นายเกษมสันต์ กล่าวว่า ทางอุทยานฯได้ติดตามตัวจระเข้มาอย่างต่อเนื่องแล้ว แต่จับตัวไม่ได้ แต่ขณะนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งจระเข้ตัวโตขึ้นมากในระยะเวลาไม่กี่ปี แสดงว่าจุดนั้นมีความอุดมสมบูรณ์ทางอาหารอยู่มาก ทั้งนี้ ได้รายงานให้นายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัด ทส.ทราบรายละเอียดแล้ว

ติดตั้งป้าย 10จุดแจ้งเตือนจระเข้-ขอเรือไฟเบอร์แกะรอย

นายมาโนช การพนักงาน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยว่า เหตุนักท่องเที่ยวพบจระเข้บนเขาใหญ่ ทราบว่า 2 ตัวด้วยกัน แต่ละตัวยาวประมาณ 2 เมตร น้ำหนักประมาณ 70 กก. ตัวหนึ่งผิวสีดำ อีกตัวผิวสีเหลืองคาดดำ ซึ่งทั้งสองตัวอยู่ในเส้นทางศึกษาธรรมชาติระหว่างเส้นทางกางเต็นท์ผากล้วยไม้ ไปยังน้ำตกเหวสุวัต ซึ่งจระเข้ที่พบนี้ เท่าที่ทราบมีการพบตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งผ่านมา 5 ปี แล้ว และกำลังโตเต็มวัย แต่ไม่ทราบว่าเป็นจระเข้น้ำจืดชนิดใด มีคนนำมาปล่อยไว้หรืออาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ มาก่อนต้องมีการพิสูจน์ต่อไป

"ที่ผ่านมายืนยันว่ายังไม่เคยมีนักนักท่องเที่ยวถูกจระเข้ทำร้าย แต่ก็ไม่ควรประมาท อีกทั้งไม่อยากให้นักท่องเที่ยวทำร้ายจระเข้ด้วย ที่สำคัญประวัติย้อนหลังอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ยังไม่เคยพบจระเข้บนนี้มาก่อน พบแต่เพียงตะโขงเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันหาดูได้ยากเต็มที"

นายมาโนช กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เขาใหญ่ จัดทำป้ายเตือนนักท่องเที่ยว เช่น ห้ามลงเล่นน้ำ และ ระวังจระเข้ เพื่อไปติดตั้งบริเวณที่พบจระเข้ โดยในเบื้องต้นได้ติดตั้งจำนวน 10 จุด เช่น ห้ามลงเล่นน้ำ และ ระวังจระเข้ โดยจะนำไปติดตั้งตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติระหว่างเส้นทางกางเต็นท์ผากล้วยไม้ ไปยังน้ำตกเหวสุวัต โดยเฉพาะบริเวณที่จุดพบจระเข้ นอกจากนี้ได้จัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอีกวันละสองชุด ชุดละสองคน โดยชุดแรกจะให้ความปลอดภัยในช่วงเวลา 06.00 น. จนถึงเวลา 14.00 น. ชุดที่สอง จะให้ความปลอดภัยในช่วงเวลา 14.00 น. จนถึงเวลา 18.00 น ส่วนในวันเสาร์ที่ 5 ก.ย. ทางกรมอุทยานแห่งชาติจะได้ส่งเรือยางติดเครื่องยนต์จาก อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเสม็ด จำนวน 1 ลำ มาให้เพื่อใช้ติดตามพฤติกรรมของจระเข้ที่พบ โดยในเบื้องต้นจะไม่มีการจับตัวแต่อย่างใด

"สิ่งที่จะต้องทำก็คือในวันข้างหน้าจะต้องมีการพิสูจน์ให้แน่นอนว่า จระเข้ตัวที่พบนี้เป็นพันธุ์น้ำจืดแท้หรือไม่ ถ้าเป็นพันธุ์แท้และเป็นสายพันธุ์เดียวกับที่เจอในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และปางสีดา ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่พบสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ เพราะปัจจุบันจระเข้พันธุ์นี้เกือบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว ซึ่งจะประสานใช้เจ้าหน้าที่มีความชำนาญเป็นพิเศษมาทำการตรวจสอบดีเอ็นเอ หากเป็นพันธุ์เดียวกัน ก็ต้องมาดูว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เช่นจะปล่อยให้อยู่ตามธรรมชาติเขาใหญ่อย่างเดิม หรือจะนำตัวไปปล่อยที่อื่น"

นายมาโนช กล่าวว่า จากการที่ค้นพบจระเข้บนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ในครั้งนี้ อาจจะเป็นสิ่งที่ดีเพราะจะมีนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาดูจระเข้ที่พบเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ไปในตัว และจะส่งผลให้ผู้ที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหารต่าง รอบๆอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ฟื้นตัวขึ้นหลังจากที่ซบเซามานาน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ทราบว่ามีการพบจระเข้บนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่จากสื่อต่างๆ บ้างแล้ว ส่วนใหญ่ไม่มีความรู้สึกกลัว โดยให้เหตุผลว่าเป็นธรรมชาติของป่าอยู่แล้วที่จะมีสัตว์ป่าหลากหลายชนิด จึงอยากที่จะเข้าไปดูใกล้ๆ แต่ในวันนี้ต้องผิดหวังเพราะสภาพอากาศไม่อำนวย เนื่องจากครึมฟ้าครึมฝน ไม่มีแดด และระดับน้ำในลำตะคองขึ้นสูง ทำให้จระเข้ไม่ได้ออกมาผึ่งแดด

นางสาวช่อผกา วงศ์จอม ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าหมู่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง เปิดเผยว่า อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า ได้เตรียมนำเรือยาง ไฟเบอร์ ขนาด 15 ฟุต เครื่องยนต์ 55 แรงม้า พร้อมเจ้าหน้าที่ ที่มีความชำนาญในการขับเรือเดินทาง ไปร่วมในการสำรวจจระเข้ ซึ่งจะทำการวางแผนการสำรวจในวันพรุ่งนี้ทันทีไปถึง

คณบดีสัตวแพทย์มหิดล สงสัยชี้ใครอุตริปล่อยจระเข้เลี้ยง

ขณะที่ นายสัตว์แพทย์ปานเทพ รัตนากร คณบดีคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า กรณีจระเข้เขาใหญ่นั้น สามารถระบุได้ว่าเป็นจระเข้เลี้ยง ไม่ใช่จระเข้น้ำจืดในธรรมชาติอย่างแน่นอน เพราะจากประวัติของเขาใหญ่ ไม่เคยมีรายงานการค้นพบจระเข้สายพันธุ์น้ำจืดของไทยมาก่อน ส่วนจะถูกนำมาปล่อยได้อย่างไรนั้น เป็นสิ่งที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ต้องสอบสวนหาคำตอบและควรต้องควบคุมอย่างใกล้ชิด ซึ่งน่าเป็นห่วงมากที่มีคนอุตรินำเอาสัตว์ดุร้ายแบบนี้ไปปล่อยในบริเวณน้ำตก หรือแหล่งน้ำธรรมชาติ

เนื่องจากเข้าข่ายการนำสัตว์ต่างถิ่นเข้าไปอยู่ในถิ่นอาศัยตามธรรมชาติที่อาจจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ได้ในอนาคต และอาจเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยวหากมีบังเอิญว่าจระเข้คู่ดังกล่าวเกิดเป็นตัวผู้และตัวเมียและมีการออกลูกแพร่พันธุ์เพิ่มจำนวนมากๆ ทั้งนี้ขอเสนอให้กรมอุทยานฯหาทางจับจระเข้ทั้งคู่และนำออกจากพื้นที่โดยเร็วจะดีกว่า