แบงก์รอลุ้นQ4สินเชื่อผงกหัว-ลุยปล่อยกู้ธุรกิจ

แบงก์ไม่หวั่น7เดือนสินเชื่อยังไม่ฟื้นรอลุ้นไตรมาส4ช่วงฤดูกาลสต๊อกสินค้าและรัฐโหมลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจเชื่อทั้งปีกลับมาโงหัวขึ้นได้กรรณิกามั่นใจใบโพธิ์ทำได้แน่โต3%ขณะที่บัวหลวงยอดหดวูบสูงสุดเฉียด9หมื่นล้านประกาศลั่นขอสนับสนุนทุกโครงการภาครัฐดันยอดขึ้นด้านทหารไทยขอแก้ตัวลุยปล่อยกู้ธุรกิจนายธนัทรังษีธนานนท์นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์(บล.)กรุงศรีอยุธยากล่าวว่า7เดือนแรกปีนี้ระบบธนาคารพาณิชย์ยังมีการปล่อยสินเชื่อที่ลดลงโดยหดตัวลง3.4%หรือประมาณ1.84แสนล้านบาทซึ่งธนาคารกรุงเทพลดลงมากสุด8.93หมื่นล้านบาทหรือหดตัว8%ตรงกันข้ามกับธนาคารกรุงไทยที่มียอดการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นสูงสุด3.49หมื่นล้านบาทหรือขยายตัว3.5%นางกรรณิกาชลิตอาภรณ์กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์กล่าวว่าการหดตัวของสินเชื่อจะชะลอลงในช่วงเดือนต.ค.-พ.ย.เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลที่มีความต้องการสินเชื่อหมุนเวียนค่อนข้างสูงโดยธนาคารยังคงเป้าการเติบโตของสินเชื่อที่3-5%แต่คาดว่าจะเป็นการขยายตัวในกรอบล่างมากกว่านายชาญศักดิ์เฟื่องฟูรองผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพกล่าวว่าเป็นไปได้ยากที่ปีนี้สินเชื่อจะขยายตัวได้เท่ากับปีที่แล้วแต่ทั้งปีก็ยังคาดว่าจะเติบโต0-3%เพราะนอกจากจะเป็นช่วงฤดูกาลปลายปีที่ต้องสต๊อกสินค้าแล้วยังมีโครงการลงทุนของภาครัฐที่ธนาคารมีนโยบายชัดเจนที่จะเข้าสนับสนุนทุกโครงการนายปิติตัณฑเกษมประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจขนาดใหญ่ธนาคารทหารไทยกล่าวว่าแม้สินเชื่อโดยรวมของทหารไทยจะติดลบแต่ช่วงที่เหลือของปีมีนโยบายเน้นปล่อยสินเชื่อภาคธุรกิจคาดว่าจะสามารถดึงสินเชื่อกลับมาเติบโตได้ที่0%นายวรวัฒน์สายสุพัฒน์ผลผู้ช่วยผู้จัดการบล.เคจีไอกล่าวว่าความต้องการสินเชื่อที่ฟื้นตัวช้าจะกระทบต่อประมาณการเติบโตของสินเชื่อทั้งระบบที่2%แต่ไม่น่ามีผลกระทบต่อกำไรของธนาคารมากนักเพราะทุกๆ1%ของสินเชื่อที่ลดลงจะกระทบต่อกำไรโดยรวม0.7%ขณะที่ปีนี้มีปัจจัยบวกส่วนต่างดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นโดยส่วนต่างดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นทุก0.10%จะเพิ่มกำไรของกลุ่มธนาคารได้5%การปรับลดดอกเบี้ยของกลุ่มธนาคารตั้งแต่ไตรมาส4ปีก่อนทำให้ในไตรมาส3/52มีโอกาสที่ต้นทุนสินเชื่อทั้งระบบจะลดลงอีก0.21%จากไตรมาสก่อนหน้าซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อส่วนต่างดอกเบี้ยในครึ่งปีหลังรายงานข่าวจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยแจ้งว่าการปล่อยสินเชื่อของระบบธนาคารเดือนก.ค.เทียบมิ.ย.2552หดตัว1.02%หรือลดลง5.76หมื่นล้านบาทโดยมียอดคงค้างสินเชื่อที่5.59ล้านล้านบาทส่วนใหญ่เป็นการลดลงของธนาคารขนาดใหญ่4.78หมื่นล้านบาทนำโดยธนาคารกรุงเทพลดลงมากสุด1.49หมื่นล้านบาทไทยพาณิชย์ลดลง1.32หมื่นล้านบาทขณะที่ธนาคารขนาดกลางลดลง2.94พันล้านบาทและธนาคารขนาดเล็กลดลง6.86พันล้านบาท

เรื่องล่าสุดของหมวด เศรษฐกิจ

ดูหมวด เศรษฐกิจ ทั้งหมด