มาร์คอำทะเลาะกับสุเทพเรื่องใครหล่อกว่าในเวทีหาเสียงสุราษฎร์ฯ

ปชป.หาเสียงสุราษฎร์ธานีเวทีแทบแตก มาร์ค บอกเรื่อง ผบ.ตร. อีกไม่นานก็เรียบร้อย ยันไม่มีปัญหากับเทพเทือกเห็นไม่ตรงกันเรื่องปกติ หาข้อยุติได้เสมอ ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ถึงบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 1 แทนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีที่ลาออกเนื่องจากปัญหาเรื่องการถือครองหุ้น ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้จัดเวทีปราศรัยใหญ่ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในการช่วยหาเสียงให้กับนายธานี เทือกสุบรรณ น้องชายของนายสุเทพ ซึ่งเป็นผู้สมัครโดยมีรัฐมนตรีและส.ส.ประชาธิปัตย์จำนวนมากร่วมเวทีจำนวนมาก ทั้ง นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง นายจุรินทร์ ลักษณะวิศษฎ์ รมว.ศึกษาธิการ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมว.วิทยาศาสตร์ฯ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรม ฯลฯ ทั้งนี้ การปราศรัยเริ่มต้นขึ้นในเวลา 17.00 น. โดยนายอาคม เอ่งฉ้วน ส.ส.กระบี่ เป็นคนเปิดเวที ท่ามกลางประชาชนที่มาฟังการปราศรัยอย่างคับคั่งนับหมื่นคน

จากนั้นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคขึ้นปราศรัย โดยกล่าวว่า แม้ปชป.จะเป็นฝ่ายค้านมา 8 ปี แต่พี่น้องประชาชนก็ยังสนับสนุนปชป.อยู่ตลอดเวลา ขณะนี้ตนเข้าใจว่า พี่น้องมีความกังวลอยู่ 2 เรื่อง หนึ่ง เรื่องการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา ซึ่งเสียงฝ่ายตนน้อยกว่า 5 ต่อ 4 ซึ่งไม่เป็นไร เพราะตามกฎหมายคนที่มิสิทธิเสนอชื่อผบ.ตร.ได้มีแต่นายกฯคนเดียวเท่านั้น แม้วันนี้ยังไม่เรียบร้อย แต่อีกไม่านก็จะเรียบร้อย ที่สำคัญปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนสำคัญกว่าใครจะมาเป็น ผบ.ตร. ผมจะเดินแก้ไขปัญหาหลายเรื่องๆพร้อมกัน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สอง ที่มีข่าวว่าตนทะเลาะกับรองนายกฯสุเทพ ตนขอบอกว่าตั้งแต่อยู่จ.สุราษฎร์ธานีมา ทะเลาะกับนายสุเทพตลอด เพราะชาวบ้านบอกว่าหล่อ ตนก็ทะเลาะกับนายสุเทพว่า ชาวบ้านหมายถึงใคร ซึ่งตนก็คิดว่าตัวเองได้เปรียบ เพราะเด็กกว่า แต่นายสุเทพก็บอกว่าเข้มกว่า แต่ยืนยันว่าตนกับนายสุเทพไม่มีปัญหา เพราะการทำงานกับคนหมู่มากก็ย่อมมีเรื่องถกเถียงกันเป็นธรรมดา สมัยนายชวน หลีกภัย เป็นหัวหน้าพรรค นายบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นหัวหน้าพรรค ก็พบปัญหาเช่นเดียวกัน แต่จริงๆแล้วการถกเถียงเป็นรูปแบบการทำงานในแบบประชาธิปไตย

ผมกับนายสุเทพส่วนใหญ่ก็เห็นตรงกัน บางเรื่องเห็นไม่ตรงกันก็เป็นเรื่องปกติ บางอย่างที่ไม่เห็นด้วยใช้เหตุใช้ผลคุยกัน สุดท้ายก็หาข้อยุติได้ และสิ่งที่ทำให้ได้ข้อยุติเสมอ คือผมเป็นนายกฯ ส่วนท่านสุเทพเป็นรองนายกฯ นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตลอด 8 เดือนที่ผ่านมา ตนเห็นใจนายสุเทพ เพราะทำงานหนักที่สุด เป็นทั้งรองนายกฯที่ดูแลความมั่นคงของประเทศ และเลขาธิการพรรคที่ดูแลความมั่นคงของพรรค โดยหลักที่นายสุเทพใช้ คือการรักษามารยาท ประคับประคองการเป็นรัฐบาลผสม แต่เราต้องไม่ลืมผลประโยชน์ของประเทศชาติ ซึ่งภาวะแบบนี้ทำให้ทำงานลำบาก เพราะยังมีคนบางกลุ่มอยากให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย ตนอยากให้ทุกคนให้กำลังใจนายสุเทพให้ทำงานได้ดีที่สุด ไม่อยากใหเสียกำลังใจ

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงการดำเนินนโยบายต่างๆของรัฐบาล ทั้งเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยอสม. เรียนฟรี 15 ปี ซึ่งเป็นการทำในสิ่งที่ปชป.เคยหาเสียงไว้กับประชาชน รวมถึงนโยบายต่างๆตามแผน 99 วันทำได้จริง ตนไม่เคยลืมที่จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้นตามที่เคยหาเสียงไว้

ถ้าแพ้การเลือกตั้งครั้งนี้ สื่อมวลชนก็จะไปลงว่า ประชาชนไม่มั่นใจในคะแนนของรัฐบาล แต่ถ้ากาเบอร์หนึ่ง ไม่เพียงแต่ได้คุณธานีเป็นส.ส. ให้ไปยกมือในสภาเท่านั้น แต่เป็นคะแนนให้กำลังใจกับรบ.ว่าการทำงานที่ผ่านมานั้นอยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง นายอภิสิทธิ์ กล่าว ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ใช้เวลาในการปราศรัยประมาณ 1 ชั่วโมง จึงเดินทางกลับ แต่ปรากฏว่า ระหว่างนั้นเครือข่ายปฏิรูปที่ดิน จ.สุราษฎร์ธานี ได้บุกเข้าถึงตัวนายกรัฐมนตรี เพื่อยื่นหนังสือขอที่ดินทำกิน ก่อนสลายตัวกลับ ส่วนบนเวทีปราศรัย ยังคงมีแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนายชวน หลีกภัย นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นพูด แต่บรรยากาศกลับไม่คึกคักเท่าที่ควร เพราะประชาชนบางส่วนได้เดินทางกลับ หลังนายกรัฐมนตรีเดินทางกลับกรุงเทพฯ ขณะที่หลายคนบอกว่า บรรยากาศครั้งนี้ไม่คึกคักเท่าที่ควร เมื่อเทียบกับหลายครั้งที่ผ่านมา

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!