CASH CARD บัตรอัจฉริยะ ขุมทรัพย์บนโลกไฮเทค
เจ้าบัตรพลาสติกที่ว่านั้นก็คือ CASH CARD บัตรไฮเทคที่ถูกจำแนกบริการออกไปได้หลากหลายประเภท ไล่เลียงตั้งแต่ E-TICKET บัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์, บัตร ktb teen card หรือแม้แต่บัตรเติมเงินมือถือก็ยังเป็น CASH CARD เช่นเดียวกัน
ขนาดโปรเจ็กต์รถเมล์ NGV จำนวน 4,000 คัน มูลค่า 67,992.20 ล้านบาท (ครม.ยังไม่สรุปการลงทุน) ในเงื่อนไขทีโออาร์นอกเหนือจากเรื่องประมูลตัวรถเมล์แล้วยังจำแนกเรื่องระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-TICKET และระบบตรวจสอบการเดินรถ หรือ GPS (Global Positioning System) อีกด้วย!
ต้องบอกว่า E-TICKET สร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างมากมายแม้ยังไม่มีการเปิดประมูลแต่ก็มีรายชื่อของบริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดดเข้าร่วมประมูล เพื่อบริหารจัดการให้ได้
วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เหตุที่สนใจบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ ของขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เพราะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทำให้บัตรมีแวลู ไม่ได้จำกัดขึ้นรถเมล์ NGV เท่านั้นยังสามารถต่อยอดธุรกิจไปใช้บริการ ค่าทางด่วน และ ค่าจอดรถยนต์ เป็นต้น
ที่เซเว่นอีเลฟเว่นทำบัตรเงินสด ก็มองเห็นตรงนี้ กลุ่มคนขึ้นรถเมล์ เป็นคนที่ใช้เงินสด ทาร์เก็ตกรุ๊ปเป็นล้าน เราเองทำธุรกิจ point of sale(เป็นการบริหารงานที่จุดขาย) อยู่แล้วมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ
เรื่องการต่อยอดธุรกิจผู้ประกอบการอ่านเกมได้ขาดแล้ว แต่ในเรื่องกลยุทธ์ตลาด E-TICKET สามารถแตกเซ็กเมนต์แยกย่อยออกไปอย่างหลากหลาย ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนก็คือ การเปิดตัว Ktb teen Card ของ ธนาคารกรุงไทย เพื่อเจาะกลุ่มวัยทีน
บัตร Ktb teen Card เป็นการร่วมมือระหว่างบริษัท เพลย์พาร์ค จำกัด ผู้ให้บริการเว็บไซต์และ เกมออนไลน์ เปิดตัวไปแล้วเมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
สำหรับบัตร Ktb teen Card เป็นบัตรที่ทดแทนการใช้เงินสดในการซื้อสินค้าและบริการ จากร้านค้าที่มีเครื่องหมาย VISA รวมทั้งถอนเงิน ชำระค่าสินค้าและบริการผ่านเครื่อง ATM โดยซื้อบัตรได้ที่ทุกสาขาทั่วประเทศไป ในราคาเริ่มต้น 500 บาท และ สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท และสามารถใช้บริการเติมเงินได้ที่สาขาอีกด้วย
แต่ทว่าเป้าหมายของบัตร Ktb teen Card ผู้บริหารของแบงก์กรุงไทย ตั้งเป้าออกบัตรสูงถึงจำนวน 400,000 ใบ เลยทีเดียว
เป็นเพราะโมเดลของบัตร E-TICKET คือ บัตรเดบิต ลูกค้าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายล่วงหน้าเพื่อเป็นกรรมสิทธิ์บัตร สูตรทางการตลาดที่บอกว่าจ่ายก่อนแล้วใช้ภายหลังนั้นเป็นวิธีที่ผู้ประกอบการต้องการมากที่สุด เพราะเก็บเงินสดไปใช้ล่วงหน้า สูตรนี้ก็เหมือนกับระบบเติมเงินพรีเพดของค่ายมือถือ
บัตร E-TICKET ไม่ได้จำกัดเฉพาะในกลุ่มแบงก์เท่านั้นในธุรกิจค้าปลีกยังมีให้เห็น และถือว่าเป็นบัตรลำดับต้นๆที่ได้รับความนิยม นั้นก็คือ บัตรเงินสดดิจิทัล Smart Purse บริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด (TCS) คอนเซ็ปต์ของบัตรถูกออกแบบ 4 แนวทาง คือ Smart Purse สำหรับใช้ชำระค่าสินค้า บริการ ณ ร้านค้าที่รองรับบัตร ,Smart Transit รองรับการชำระค่าโดยสารในระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่, Smart ID & Loyalty Program รองรับการบันทึกข้อมูลของผู้ถือบัตร เช่น บัตรประจำตัวนักศึกษา บัตรพนักงาน และ Smart Ticket รองรับการบริการออกตั๋วอัจฉริยะ (E-Ticketing) เช่น ตั๋วชมภาพยนตร์ คอนเสิร์ต เป็นต้น
ปัจจุบันบัตรเงินสดสมาร์ทเพิร์ส มีจำนวนสมาชิกอยู่ 1.55 ล้านใบจากปีที่ผ่านมาจำนวน 1.1 ล้านใบ ขณะที่จำนวนพันธมิตรอยู่ที่ 8 รายในสิ้นปีนี้จะเพิ่มอีก 2 รายเป็น 10 ราย และยังเตรียมลงทุนด้านซอฟต์แวร์เพิ่มเพื่อลดระยะเวลาในการใช้บัตรอย่างรวดเร็วจากเดิมที่ใช้เวลา 6-7 วินาที เป็น 2-3 วินาที ทั้งการใช้จ่ายและเติมเงินลงในบัตร
ไม่เพียงแต่บัตร E-TICKET เท่านั้นโทรศัพท์เคลื่อนที่ใช้คอนเซ็ปต์เดียวกันนี้มาบริหารจัดการ โดย บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดตัวบริการ mPAY โดยผู้ใช้บริการจะต้องสมัครเป็นสมาชิก ระบบจะทำการสร้างกระเป๋าเงินสดอิเล็กทรอนิกส์ หรือเรียกว่ากระเป๋าเงินสด mCASH เสมือนเงินสดในกระเป๋าเงินชำระเงินผ่าน
ทางตู้ ATM, สำนักงานบริการ AIS และร้านเทเลวิซ ทุกสาขาทั่วประเทศ
แต่ทว่าการใช้บริการ mPAY ลูกค้าจะต้องยินยอมให้หักบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ และ บัตรเครดิตที่ลูกค้าได้ทำการสมัครผูกไว้กับบริการ mPAY และยินยอมให้ใช้ชำระค่าสินค้า หรือ บริการ และมีจุดบริการกว่า 1,000 จุดเพื่อชำระค่าบริการผ่านโทรศัพท์มือถือแทนการชำระเงินสด
เช่นเดียวกับค่ายทรูมูฟซึ่งร่วมมือกับ บริษัท ทรู มันนี่ จำกัด พัฒนา ทัชซิม ซิมอัจฉริยะขึ้นมาเป็นรายแรกของโลก โดย ทรู มันนี่ นำเทคโนโลยี RFID (Radio Frequency Identification) ซึ่งเป็นระบบระบุลักษณะของวัตถุด้วยคลื่นความถี่วิทยุ มาประยุกต์และพัฒนาฟังก์ชัน และแอพพลิเคชันต่างๆ ให้สามารถใช้ได้บนซิมเดียว
นอกเหนือจากทัชซิม ใช้สำหรับเติมเงิน และชำระเงินแล้ว ทัชซิม ยังมีพันธมิตรที่ร่วมมือกับทรู มันนี่ สำหรับใช้บริการ ทัชซิม ประกอบไปด้วย เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ดิ เอสพลานาด บลูโอ ริธึม แอนด์ โบว์ล แมคโดนัลด์ และซีพีเฟรชมาร์ท โดยในช่วงแรกจะมีจุดให้บริการทั้งสิ้น 2,000 จุด และมีแผนขยายจุดให้บริการทัชซิมเพิ่มเป็น 50,000 จุด
แม้บัตรพลาสติกเพียงใบเดียว และ โทรศัพท์เคลื่อนที่เพียงเครื่องเดียว สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ประกอบการ แม้นี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น
แต่ถ้าหากเทคโนโลยีสามารถ การันตี ไม่ให้ผู้ใช้บริการถูกแฮกข้อมูล เชื่อว่าในอนาคตการตลาดในรูปแบบนี้จะมีการแข่งขันอย่างคึกคัก และต่อไปผู้บริโภคไม่จำเป็นพกเงินสดติดตัวเพียงพกเจ้าบัตรพลาสติกไฮเทคสามารถทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้ภายในบัตรใบเดียว และ มือถือเพียงเครื่องเดียว