บังยีเน้นปรับรากฐานบอลไทยลุ้นนายกฯสมัย4
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/252/1263729/487017-01.jpgบังยีเน้นปรับรากฐานบอลไทยลุ้นนายกฯสมัย4

บังยีเน้นปรับรากฐานบอลไทยลุ้นนายกฯสมัย4

แชร์เรื่องนี้
google ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google

'วรวีร์ มะกูดี' แถลงนโยบายวางสโลแกน 'พัฒนาบอลไทย สู่อาชีพ สู่อนาคต' เน้นสร้างรากฐานที่มั่นคง เผยคุยกับ 72 สโมสรแล้ว ได้รับการตอบรับดีมีลุ้นนั่งนายกฯ สมัย4

เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ "บังยี" นายวรวีร์ มะกูดี รักษาการนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ พร้อมด้วยบรรดาทีมงาน อุปนายกสมาคม และสภากรรมการ ร่วมกันแถลงนโยบาย ในการลงชิงตำแหน่งนายกสมาคมฯ สมัยที่ 4 โดยมีสโลแกน "พัฒนาบอลไทย สู่อาชีพ สู่อนาคต" ซึ่งมีสื่อมวลชนทุกแขนงให้ความสนใจเข้ามาทำข่าว
กันอย่างคับคั่ง

เริ่มแรกของการแถลงนโยบาย "บังยี" ได้เผยถึงผลงานของตัวเองในการบริหาร 3 สมัยที่ผ่านมา โดยมีผลงานหลักๆ อาทิ บริจาคที่ดินประมาณ 20 ไร่ ให้สมาคมฯ สร้างที่ทำการสมาคมฟุตบอลฯ เป็นของสมาคมเอง ในเขตหนองจอก, จัดการแข่งขันฟุตบอลหญิง ชิงแชมป์โลก FIFA U-19 ปี 2014, จัดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย Asian Cup 2007, จัดการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก FIFA Futsal World Cup 2012 และ การแก้ไขธรรมนูญข้อบังคับให้เป็นไปตามมาตรฐานและข้อกำหนดของฟีฟ่า

ส่วนในเรื่องของนโยบายหลักที่จะพัฒนา ถ้าหากได้รับตำแหน่งนายกสมาคมฯ บังยี ได้เผยว่า มีทั้งหมด 3 หัวข้อใหญ่ ข้อแรกคือ พัฒนาการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพ และการแข่งขันต่างๆ ในประเทศ อาทิ ส่งเสริมพัฒนาทุกด้านของการแข่งขันฟุตบอลอาชีพในเมืองไทยให้เป็นมาตฐานของฟีฟ่า และเอเอฟซี ทั้ง ไทยพรีเมียร์ ลีก ลีกดิวิชั่น 1 และ ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 โดยใช้เกณฑ์การออกใบอนุญาต (Club Licensing) เป็นหลักในการส่งเสริม, ตั้งเป้าหมายรายได้จากการตลาดและสิทธิประโยชน์ในฤดูกาลหน้า, ปฏิรูปการแข่งขันฟุตบอลรายการต่างๆ, ส่งเสริมพัฒนาฟุตบอลระดับรากหญ้า อะคาเดมีสโมสร รวมทั้งจัดการแข่งขันฟุตบอลในระดับเยาวชน, ปรับปรุงระเบียบการแข่งขันฟุตบอลอาชีพให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งเรื่องบทลงโทษวินัย มารยาท, จัดตั้งโครงการผู้ตัดสินอาชีพ มีการแลกเปลี่ยนผู้ตัดสินกับประเทศอื่นๆ ในอนาคต, ส่งเสริมให้ทุกสโมสรมีสนามซ้อม และ แข่งขันเป็นของตัวเอง เพื่อก้าวเข้าสู่ธุรกิจอย่างเต็มตัว, เพิ่มโควตาในสโมรถ้วยเอเชีย ศึก เอเอฟซี คัพ และ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก, จัดตั้งที่ทำการถาวรของศูนย์ภูมิภาคทั้ง 6 ศูนย์

นโยบายหลักข้อที่ 2 คือ นโยบายด้านการบริหารทีมชาติ รักษาการนายกสมาคมฟุตบอล เผยว่า จัดตั้งคณะกรรมการวางนโยบายแผนงานและบริหารทีมชาติไทย ซึ่งจะมีสภากรรมการของสมาคม และกรรมการที่มาจากสโมสรเป็นผู้ดูแล, จัดจ้างซีอีโอ (ประธาน/หัวหน้า เจ้าหน้าที่บริหาร) ทีมชาติไทย เพื่อรับผิดชอบดูแล และประสานงานทีมชาติไทยทุกชุด, จ้างผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาระดับรากหญ้าเยาวชน เพื่อดูแลพัฒนาฟุตบอลระดับรากหญ้า และเยาวชนโดยตรง, ตั้งแมวมองเพื่อหาแข้งดาวรุ่งทั่วประเทศ, วางเป้าทีมชาติชุด U-21 และ U-23 (ทีมซีเกมส์) เป็นชุดแห่งอนาคตเพื่อมุ่งสู่โอลิมปิก และฟุตบอลโลก

ส่วนนโยบายหลักข้อสุดท้าย คือ นโยบายการบริหารและพัฒนาบุคลากรและการพัฒนาองค์กร บังยี เผยว่า เตรียมจัดหาบุคลากรบริหารมืออาชีพ เข้ามาดูแลสมาคม และ บ.ไทยลีก, ปรับปรุงพัฒนาบริการสมาคม และ บ.ไทยลีก ให้รวดเร็ว, จ้างผู้บริหารอาชีพเพื่อมาทำหน้าที่เป็น ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิควางแผนจัดการฝึกอบรมโค้ชทั่วประเทศ, จ้างผู้บริหารอาชีพเพื่อมาทำหน้าที่ผู้อำนวยการฝ่ายผู้ตัดสิน วางแผนศึกษา และจัดการฝึกอบรมทั่วประเทศ, จัดการ
ปฏิรูปและพัฒนาศักยภาพผู้ตัดสิน, จัดตั้งวิทยาลัยฟุตบอล และเสนอต่อภาครัฐให้สมาคมฟุตบอลฯ เป็นองค์กรที่ให้การบริการสาธารณะด้านการศึกษา และ การเข้าถึงกีฬาฟุตบอล

"ผมก็ได้เดินสายพูดคุยนโยบายต่างๆ กับทั้ง 72 สโมสรที่มีสทธิ์เลือกตั้งแล้ว ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ผมเชื่อว่าน่าจะได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ สมาคมอีกครั้ง ส่วนเป้าหมายฟุตบอลโลกนั้น ผมวางเป้าทุกครั้ง และถ้าหากได้รับตำแหน่งนายกฯ เป้าหมายแรกที่จะทำ คือ ทวงแชมป์ซีเกมส์กลับมาให้คนไทยได้ชื่นใจ" บังยี กล่าวทิ้งท้าย